เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 6

กาแฟหนึ่งแก้วกับความจริงที่หลุดปาก

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"คุณนี่มันดื้อด้านเป็นประวัติการณ์เลยนะลลิน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยล้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของสตูดิโอสถาปนิกยามวิกาล แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันกรอบหน้าคมคายของธันวา ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาออกก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวนวดคลึงระหว่างคิ้วด้วยความหงุดหงิดปนระอา บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เกลื่อนไปด้วยกองกระดาษไขแปลนอาคารและแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว ลลินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้สะทกสะท้านกับคำตำหนินั้นเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงกอดอกไขว่ห้าง ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากสักที "ถ้าฉันไม่ดื้อด้าน ป่านนี้คงไม่ได้เห็นสถาปนิกมือหนึ่งของเมืองไทยนั่งหน้าตาถมึงทึงแก้แบบโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าจนลืมวันลืมคืนแบบนี้หรอกค่ะ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีติดพูดคำว่า 'ค่ะ' ตามนิสัยนักข่าว แต่ถ้าคุณธันวาอยากให้เรียกแบบไหนเป็นพิเศษ ค่อยว่ากันอีกทีนะคะ" ลลินจงใจลากเสียงยาวอย่างหยอกล้อ ธันวาแค่น 'หึ' ในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดมองคนตรงข้ามอย่างคาดโทษ "ปากดี... ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของออฟฟิศคนอื่น เป็นนักข่าวสายสืบสวนนี่ว่างมากหรือไง ถึงได้มานั่งเฝ้าผู้ชายทำงานจนเลยเที่ยงคืน" "ใครบอกว่าฉันมาเฝ้าคุณกันล่ะ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยธันวา" ลลินสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มท้าทายบนเรียวปากสวยถูกแทนที่ด้วยความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "ฉันแค่หาข้อมูลทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับเบื้องหลังตึกระฟ้าถล่มเมื่อปีก่อน ซึ่งบังเอิญว่าบริษัทคุณดันมีเอี่ยวในแง่ของการตรวจรับโครงสร้าง... ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมต้องโหมงานหนักขนาดนี้? สีหน้าคุณตอนนี้เหมือนซอมบี้เดินได้มากกว่าสถาปนิกชื่อดังเสียอีกนะ" บรรยากาศในห้องเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอไปกับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนย้อนถามด้วยประโยคที่จี้ใจดำ แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบลงชั่วพริบตา ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีตีสีหน้าเรียบเฉยตามความเคยชิน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่นั่งอยู่ ลลินเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อเงาของชายหนุ่มทาบทับลงมาจนเกือบมิด รัศมีกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของธันวาแผ่ซ่านออกมาราวกับต้องการสร้างอาณาเขตป้องกันตัว "เรื่องของฉัน... คุณไม่ต้องมาใส่ใจหรอกลลิน" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความแหบพร่า "กลับไปซะ ดึกมากแล้ว อันตราย... ผู้หญิงคนเดียวเดินออกจากตึกนี้ตอนนี้ มันไม่ปลอดภัยรู้ไหม" ลลินใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ และน้ำหอมผู้ชายจางๆ จากตัวธันวาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส เธอเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยฉับไวและมีวาทศิลป์โต้ตอบกลับพาลรวนเรไปหมดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับเขากำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ "เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" เธอกลั้นใจถามออกไป น้ำเสียงติดจะสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ธันวาชะงัก นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งคล้ายคนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแสดงด้านที่อ่อนโยนเกินไปออก เขารีบผละถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สีหน้ากลับมาเรียบตึงและเยชาชาตามฟอร์มพระเอกสายซึนตัวพ่อทันที "ผมไม่ได้ห่วงคุณ... ผมห่วงกระจกออฟฟิศต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไปในตึกนี้ ผมคงโดนตำรวจสอบสวนจนไม่ได้นอนไปอีกหลายวัน" คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ลลินกลอกตาขึ้นฟ้าทันที เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่ยอมถอยให้เช่นกัน "ปากแข็งชะมัด! ทั้งที่แววตาเมื่อกี้มันฟ้องชัดๆ ว่า..." "หยุดพูดมากน่า ลลิน" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ เขาหันหลังกลับไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะเพื่อหนีความอึดอัดนี้ "ดึกขนาดนี้ ร้านกาแฟแถวนี้ปิดหมดแล้ว ผมชงกาแฟดำเข้มๆ ให้แก้วหนึ่ง ดื่มซะแล้วไสกหัวกลับบ้านไปนอนซะที จะได้เลิกมาป่วนประสาทผมสักที" เขาพูดพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ มาตรงหน้าเธอ ลลินมองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของนักข่าวสาวอย่างรู้ทัน มือเรียวเล็กยื่นออกไปรับแก้วกาแฟ ปลายนิ้วของเธอเผลอแตะโดนปลายนิ้วอุ่นของเขาโดยบังเอิญ กระแสความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่างทำให้ทั้งคู่ต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจในอกเต้นโครมครามจนน่ากลัว เขารู้สึกว่ากำแพงเหล็กกล้าที่ตนเองเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเพื่อปิดกั้นความรู้สึก กำลังถูกผู้หญิงปากเก่งคนนี้เจาะจนร้าวลึกเข้าไปทุกที และเขาก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทานทนรอยร้าวนี้ไปได้อีกสักกี่น้ำ... ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันและความหวานปนความอึดอัดกำลังก่อตัวขึ้นจนแทบจะกลEนกินทั้งคู่ เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอกทันที! ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดผางอย่างไร้มารยาท ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธันวาและลลินเย็นเฉียบลงในพริบตา— "คุณธันวาครับ! รีบหนีเร็วเข้า คนของตระกูลศิวะกุลส่งคนมาบุกรุกตึกนี้แล้วครับ พวกมันกำลังขึ้นมาที่ชั้นนี้!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มกับนักข่าวสาวคนเก่งในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%