เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 9

ระยะห่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยใบหน้าซีดเผือดของเด็กฝึกงานที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ประโยคที่ว่าตำรวจกองปราบถือหมายค้นมาถึงข้างล่างทำเอาบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยตัวอยู่ก่อนหน้านี้พังทลายลงในพริบตา ลลินผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตฉายแววประกายความสงสัยระคนทึ่ง เธอกวาดสายตามองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง สีหน้าของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยขมวดคิ้วเล็กน้อยที่มุมปากเท่านั้น "ตำรวจกองปราบ?" ธันวาเอ่ยทวนคำ เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทจนน่าหมั่นไส้ "คุณมั่นใจนะว่าไม่ใช่แก๊งขายประกันตื๊อโลกแตก" "โถ คุณธันวาครับ! เล่นมุกอะไรตอนนี้ ข้างล่างขนกันมาเป็นกองปราบจริง ๆ ครับ หน้าตาเคร่งขรึมใส่สูทสีกรมท่าถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลครบเซ็ต แถมบอกว่าถ้าไม่เปิดประตูจะงัดเข้ามาแล้วนะครับ!" เด็กฝึกงานละล่ำละลักละลอกเสียงสั่น ลลินหรี่ตามองผู้ชายตรงหน้าอย่างจับผิด "ดูท่าทางคุณจะไม่ค่อยตกใจเลยนะ หรือว่าสตูดิโอสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศแห่งนี้ จะแอบซ่อนห้องลับใต้ดินไว้ฟอกเงินจริง ๆ อย่างที่วงการเม้าท์กัน" "ถ้าผมฟอกเงินจริง คุณคิดว่าผมจะจ้างเด็กฝึกงานที่สติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้เหรอครับคุณนักข่าว" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทเข้ารูปดูโดดเด่นและทรงอำนาจขึ้นทันตาเห็น "เลิกทำหน้าเหมือนเจอผีแล้วเดินตามผมมาสิครับ หรืออยากจะรอให้ตำรวจเขาบุกขึ้นมาลากตัวคุณข้อหาบุกรุกยามวิกาล" "นี่ฉันมาสืบข่าว ไม่ได้มาบุกรุก!" เธอย้อนเสียงแข็ง รีบสาวเท้าก้าวตามแผ่นหลังกว้างของเขาออกไปที่โถงทางเดิน ระหว่างที่กำลังเดินเร่งฝีเท้าผ่านระเบียงกระจกใสที่เชื่อมต่อระหว่างโซนออกแบบกับห้องประชุมใหญ่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที แรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากงานก่อสร้างรีโนเวตชั้นบนสุดที่ผู้รับเหมายังเก็บงานไม่เรียบร้อย ทำให้ท่อนเหล็กเส้นขนาดยาวที่พิงพาดอยู่กับโครงสร้างชั่วคราวเกิดลื่นไถลร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็ว! "ระวังครับ!" เสียงทุ้มตะโกนลั่นพร้อมกับแรงกระชากอย่างรุนแรงที่ดึงร่างของลลินให้พ้นจากรัศมีอันตราย แรงเหวี่ยงนั้นทำให้เธอเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของธันวาเต็มแรง เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกพื้นกระเบื้องดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ หัวใจของลลินเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและสนอ่อน ๆ ลอยแตะจมูกชัดเจนในระยะประชิด ใบหน้าของเธอแนบอยู่กับลาดไหล่กว้างภายใต้เสื้อสูทเนื้อดี ส่วนมือหนาข้างหนึ่งของธันวาโอบกระชับรอบเอวบางของเธอไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไป ขณะที่มืออีกข้างยันกับผนังกระจกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เศษซากปรักหักพังกระเด็นมาโดน บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงฝีเท้าและความวุ่นวายชั้นล่างเงียบหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ ธันวาก้มมองคนในอ้อมแขน ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งและรำคาญใจอยู่เสมอกลับไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด ความหวาดเสร็จเมื่อครู่ทำให้สันจรามของเขาขบเข้าหากันแน่น "คุณ... ปลอดภัยนะ" เขาเอמהถามเสียงพร่าต่ำ ความเยเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุ ลลินกะพริบตาปริบ ๆ สมองที่เคยฉับไวและมีไหวพริบเป็นเลิศกลับรันช้าลงอย่างไร้เหตุผล เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รำไร ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ทำให้ใบงอ ๆ ของนักข่าวสาวขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู "ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะ... เอ๊ย ได้แล้วสิคะ เอ๊ย! ได้แล้วสิครับ!" เธอลนลานจนพูดผิดพูดถูก สรรพนามที่ใช้รวนเรไปหมดเพราะความตื่นตระหนก ธันวาหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มมุมปากที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองแทบหยุดหายใจ "ปากเก่งไม่ยอมใคร แต่เวลาตกใจแล้วสติหลุดนี่น่ารักกว่าที่คิดนะครับ" "ใครน่ารัก! พูดจาพล่อย ๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ลลินหน้าแดงแจ๋ รีบใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกเขาออกสุดแรงเกิดเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าธันวากลับแกล้งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด จนเธอต้องร้องอุทานเบา ๆ "คุณธันวา!" "โอเค ๆ ยอมปล่อยก็ได้ครับ เดี๋ยวคุณนักข่าวจะหาว่าผมฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ" เขาอมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยอมคลายมือออกอย่างเสียดายเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวที่เคยคุกรุ่นด้วยความตึงเครียดเรื่องตำรวจกองปราบ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สายตาที่ทั้งคู่มองกันและกันในวินาทีนั้นไม่ใช่แค่การปะทะคารมแบบคู่กัดอีกต่อไป แต่มันมีความหวั่นไหวและแรงดึงดูดประหลาดร้อยรัดอยู่ ทว่า ช่วงเวลาแห่งความฟินจิกหมอนนั้นยังไม่ทันได้ยาวนาน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงเรียกชื่อของธันวาก็พุ่งตรงเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับร่างของทนายความประจำตัวที่วิ่งกระหืดกระหอบเลี้ยวโค้งมาตามระเบียบ "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจกองปราบไม่ได้มาจับเรื่องฟอกเงิน... แต่พวกเขาถือหมายค้นห้องทำงานของคุณ เพราะมีคดีฆาตกรรมอำพรางเกิดขึ้นในโครงการออกแบบตึกระฟ้าที่คุณเป็นสถาปนิกหลัก!" ธันวาชะביกไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าทนายความสลับกับลลินที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คดีฆาตกรรม... ในโครงการของเขาอย่างนั้นหรือ? ลลินหันขวับกลับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันที สัญชาตญาณนักข่าวสายสืบสวนพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับคำถามมากมายที่ตีรันฟันแทงอยู่ในหัว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ และสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตึกระฟ้ามูลค่าหลายหมื่นล้านหลังนี้กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในไม่ช้า ************************************************** (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของโครโนสทริกเกอร์เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%