แรงบีบที่ข้อมือจากธันวาไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กмиความร้อนผ่าวรุนแรงส่งผ่านปลายนิ้วจนลลินเผลอกลั้นหายใจ
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง ธันวา!” เธอสะบัดข้อมือออกทันทีเมื่อพ้นจากรัศมีประตูทางหนีไฟ สายตาคมกริบกวาดมองร่างสูงที่ยืนหอบหายใจเบาๆ อกแกร่งกระเพื่อมไหวใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนระเกะระกะ “ผมไม่ได้บ้า ผมแค่ไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งคู่กับนักข่าวจอมขุดคุ้ยอย่างคุณในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามฟอร์ม ปากบอกปัดแต่ใบหน้าคมสันกลับเบือนหนีไปอีกทาง ซ่อนร่องรอยความกระวนกระวายใจไว้ไม่มิด
นี่คือตัวตนของธันวา สถาปนิกผู้กุมความลับครึ่งค่อนเมืองไว้หลังโต๊ะดราฟต์ แต่กลับเสียอาการทุกครั้งที่ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขา ลลินหรี่ตามองท่าทีนั้น มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน “กลัวผมขุดคุ้ย หรือกลัวความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังโต๊ะทำงานของคุณมันหลุดออกมากันแน่ล่ะคะ... อ้อ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย” เธอรีบแก้คำสรรพนามในใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่อยากต่อความยาว
“ปากดีนักนะ” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนลลินต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางโมเดลจำลองอาคาร “ถ้าอยากรู้นักว่าผมซ่อนอะไรไว้ ก็เชิญรื้อค้นตามสบายเลยครับ แม่นักข่าวคนเก่ง แต่บอกไว้ก่อนว่า... ถ้าเจออะไรที่ไม่อยากเห็น คุณอาจจะไม่ได้เดินออกไปจากห้องนี้เฉยๆ”
คำขู่เจือแววท้าทายนั้นไม่ได้ทำให้ลลินถอยร่น กลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักสืบในตัวเธอให้พุ่งพล่าน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ เธอไม่สนใจสายตาคุกคามของเจ้าของห้องอีกต่อไป ร่างระหงหมุนตัวเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่รกเรื้อไปด้วยแปลนกระดาษและสมุดบันทึกสเกตช์งาน กลิ่นกาแฟดำผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของธันวาที่เธอเริ่มคุ้นเคยอย่างน่าหงุดหงิด
มือเรียวบางไล่เปิดสมุดบันทึกทีละเล่มอย่างเบามือ สายตาดวาดมองตัวเลขและลายเส้นยึกยือที่คนนอกไม่มีทางเข้าใจ ธันวายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ มองดูการกระทำของเธอด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทว่ากล้ามเนื้อสันกรามกลับขบเข้าหากันแน่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เขารู้ดีว่าบนโต๊ะนี้ไม่มีอะไรที่เป็นอันตราย... แต่ในลิ้นชักลับชั้นล่างสุดต่างหาก คือสิ่งที่เขาพยายามซ่อนมันจากสายตาคนทั้งโลก รวมถึงเธอด้วย
“หาอะไรไม่เจอหรอกครับ ถ้าไม่มีผมบอกทาง” ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดในอากาศ
“คนอย่างลลิน ไม่เคยต้องพึ่งแผนที่ทางเดินของใครค่ะ” เธอตอบกลับทันควันโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวปัดกองกระดาษร่างแบบออกจนพ้นทาง เผยให้เห็นช่องว่างเล็กๆ ใต้ฐานโต๊ะที่ถูกบิ้วต์อินติดตายกับผนัง มีรอยร่องสลักกลไกไม้ที่ดูผิดสังเกต ลลินชะงักมือ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรอยนิ้วมือที่สะอาดผิดกับจุดอื่น แสดงว่ามีคนเพิ่งสัมผัสตรงนี้ไม่นานมานี้
ธันวาเห็นท่าทางนั้น ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูงทันที ก้าวเข้ามาหมายจะคว้าข้อมือเธอให้ออกห่างจากจุดอันตราย แต่ลลินเร็วกว่า เธอใช้นิ้วกดลงไปตามร่องกลไกนั้นตามสัญชาตญาณ
*คลิก!*
เสียงกลไกไม้ภายในโต๊ะดีดตัวออกเบาๆ ลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นโต๊ะเลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ ราวกับเวทมนตร์ กลิ่นอับชื้นจางๆ ของกระดาษเก่าอายุหลายปีลอยแตะจมูก ธันวาหยุดชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีเคร่งเครียดทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นไหววับด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา
ลลินก้มมองสิ่งของชิ้นแรกที่นอนนิ่งอยู่บนกำมะหยี่สีดำในลิ้นชักลับนั้น มันไม่ใช่แปลนอาคาร ไม่ใช่แบบร่างสถาปัตยกรรมระดับชาติอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือ... สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มเก่าคร่ำคร่า บนหน้าปกมีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำซึ้งซีดจางว่า *‘โครงการรีสอร์ทมรณะ - ธันวา’*
หัวใจของลลินกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของธันวาว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยความลับมืดดำที่เขาแบกรับไว้คนเดียวมาตลอดหลายปี
“นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ ธันวา?” เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความสนุกสนานจากการเอาชนะเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สันกรามขบแน่นยิ่งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะปิดลิ้นชักนั้นลง แต่มือเรียวของลลินกลับคว้าสันสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้แตะต้องมัน
“อย่า...” เสียงทุ้มต่ำของธันวาลอดไรฟันออกมาอย่างแหบพร่า ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย “ถ้าคุณเปิดอ่านมัน ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ลลิน”
ลลินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ข้อมูลในมือเล่มนี้อาจเป็นกุญแจไขคดีที่ทุกคนกำลังตามหา หรืออาจเป็นหลุมพรางที่ดึงเธอเข้าสู่อันตรายที่ไม่อาจหวนกลับ
“ฉันเป็นนักข่าวค่ะ ธันวา...” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงกลับคืนมา ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว “และความจริง... คือสิ่งที่ฉันตามหามาตลอด”
นิ้วเรียวกำลังจะพลิกหน้าแรกของสมุดบันทึกเล่มนั้นเปิดออก ทว่า—
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังหมุนเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
“คุณธันวาครับ! ตำรวจกองปราบมาถึงข้างล่างแล้วครับ พวกเขาบอกว่ามีหมายค้นสตูดิโอของคุณ!” เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องหน้าห้องดังแทรกเข้ามาทะลุบานประตูไม้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความลับใต้โต๊ะนี้ร่วมกันนะครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 8
ความลับใต้โต๊ะเขียนแบบ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!