กลิ่นอายเย็นเยียบของคอนกรีตเปลือยในลานจอดรถชั้นใต้ดินผสมผสานเข้ากับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวของธันวาได้อย่างน่าประหลาด ลลินถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบของเสาปูน เสียงหัวใจของเธอดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มากกว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าของเขาที่เพิ่งหยุดลงตรงหน้า
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนความมืดสลัวรอบกายแทบจะหลอมรวมเงาร่างของทั้งคู่เข้าด้วยกัน
"คุณจะบ้าหรือไงธันวา อยู่ๆ ก็เดินต้อนคนอื่นมามุมอับแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังฆาตกรรมจิตวิทยาหรือไง" ลลินเชิดหน้าขึ้น แม้ภายในอกจะเต้นรัวราวกับกลองเพล แต่ทว่าน้ำเสียงของเธอยังคงความคมกริบและท้าทายไว้ได้เป็นอย่างดี
ธันวาไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนผนังปูนกั้นขนาบข้างร่างบางของเธอไว้ เป็นกรงข้อมือกลายๆ ที่ไม่อนุญาตให้เธอขยับหนีไปไหน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าเรียวที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก
"ผมไม่ได้เป็นฆาตกร... แต่ถ้าคุณยังดื้อรั้นเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายกับคดีบ้าบอนั่นอีก ผมอาจจะกลายเป็นคนบ้าที่จับคุณขังไว้ในห้องทำงานของผมจริงๆ สักวัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้มนวลทำให้ลลินเผลอหดคอหนีโดยอัตโนมัติ
"เรื่องของฉัน! งานของฉันคือการหาความจริง ไม่ใช่มานั่งฟังคนเผด็จการอย่างคุณสั่งสอน!" เธอตอกกลับทันควัน มือเรียวพยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าเขากลับยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของสถาปนิกหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"ความจริงเหรอ? คุณเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับความจริงเนี่ยนะ ลลิน!" ธันวาหลุดเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความหงุดหงิดระคนโกรธจัด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ถึงได้ไม่เคยเห็นคุณค่าของความปลอดภัยตัวเองเลยสักนิด รู้ไหมว่าผม..." เขาชะงักไปชั่วครู่ เม้มริมฝีปากแน่นราวกับเผลอหลุดคำที่ไม่อยากพูดออกไป
"รู้ไหมว่าคุณอะไรล่ะ? จะบอกว่ารำคาญฉันว่างั้น? ถ้าเกะกะนักก็ปล่อยส A ปล่อยฉันสิ!" ลลินขึ้นเสียงบ้าง ความกดดันตลอดทั้งวันที่สะสมมาประกอบกับท่าทีเอาแต่ใจของเขาทำ1ให้เส้นความอดทนของเธอขาดผึ่ง น้ำตาแห่งความคับแค้นใจรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่นายสื่อความเปราะบางนั้นถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว
"ใช่! ผมรำคาญ!" ธันวาตะคอกกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความเงียบงันของลานจอดรถยิ่งขับเน้นเสียงตวาดนั้นให้ก้องกังวาน "รำคาญที่เห็นคุณวิ่งโร่ไปทำตัวเป็นเป้านิ่งให้คนพวกนั้นตามล่า รำคาญที่ต้องมานั่งคอยห่วงว่าคุณจะเจ็บตัวกลับมาอีกไหม... และที่สำคัญที่สุด ผมรำคาญตัวเองที่ดันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ว่าเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มท่ามกลางความเงียบสนิท ลลินนิ่งงันไปทันที สมองที่เคยประมวลผลเรื่องคดีความอย่างเฉียบคมกลับหยุดทำงานลงดื้อๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองใบหน้าบึ้งตึงแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ของคนที่ยืนประจันหน้าอยู่
ธันวาเองก็ชะงักไปเช่นกัน เขารีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ราวกับกำลังพยายามดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมา การสารภาพความรู้สึกที่เก็บงำไว้หลังโต๊ะดราฟต์มานานออกไปตรงๆ ไม่ใช่สไตล์ของเขาเลยสักนิด... แต่มันก็ทนเก็บไว้ต่อไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ" ลลินกระซิบถาม เสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นรัวด้วยเหตุผลอื่นที่เธอไม่อยากจะยอมรับ
"ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ลืมๆ มันไปซะ" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ลดมือที่เคยค้ำยันผนังลงแล้วขยับถอยหลังออกไปสองก้าว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาตามความคุ้นเคย แม้ว่าหูทั้งสองข้างของเขาจะแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดในความสลัว
"พูดออกมาแล้วจะมาบอกให้ลืมเนี่ยนะ ธันวา คุณคิดว่าฉันเป็นคนมีความจำปลาทองหรือไง!" ลลินก้าวตามไปประชิดตัวเขาบ้าง คราวนี้เป็นฝ่ายเธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเขาต้องผถงถอยหลัง "บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะที่คุณพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง!"
"หมายความตามที่ได้ยินนั่นแหละ... ยัยนักข่าวปากเก่ง" ธันวาหันกลับมาสบตาเธอ แววตาที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิดบัดนี้กลับเปิดเผยความอ่อนโยนและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "ถ้าไม่อยากให้ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้าง หรือต้องมานั่งอกสั่นขวัญแขวนเพราะความบ้าบิ่นของคุณ... ก็ช่วยรักตัวเองให้มากกว่านี้หน่อย เผื่อพื้นที่ในหัวใจของคุณให้คนอื่นเขาได้ห่วงบ้าง"
คำพูดนั้นทำเอาลลินพูดไม่ออก เธอยืนนิ่งค้าง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนบรรยายไม่ถูก ความดื้อรั้นทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่
ธันวาเอื้อมมือออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอตัว แต่ทว่าเขาก็บังคับให้เธอนิ่งรับสัมผัสนั้นได้ ลลินหลบสายตาด้วยความเขินอาย แต่ก็ไม่ได้ปัดมือเขาออก หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เพิ่งเริ่มต้น
แต่ทว่า...
*กริ๊ง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยรถยนต์คันหนึ่งในลานจอดรถดังสนั่นขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติก皆ลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของลลินดังแว่วมา
"คุณลลินครับ! อยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ ผู้กองสั่งให้มาตามตัวด่วนเลยครับ!"
ธันวาชักมือกลับทันที สีหน้าเคร่งขรึมลงในพริบตา ส่วนลลินสะดุ้งสุดตัว หลุดจากภวังค์แห่งความเคลิบเคลิ้มกลับคืนสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย
ก่อนที่คนทั้งสองจะทันได้เอื้อนเอ่ยความรู้สึกใดต่อ ประตูหนีไฟก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของสารวัตรหนุ่มคู่ปรับเก่าของธันวา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าเคร่งเครียดและเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคนฟังเย็นเฉียบ
"คุณลลินครับ แย่แล้ว... เราเพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับคดี และเป้าหมายของคุณ... กำลังเคลื่อนไหวแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 15
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!