"คุณคิดจะเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ ลลิน..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธันวาไม่ได้ดังมากนัก ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับมีมวลมหาศาลกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษไขและกาแฟคั่วเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยปะทะจมูก ลلินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าลิฟต์โดยสารในสตูดิโอของเขา ปลายนิ้วที่ถือสมาร์ทโฟนเย็นเฉียบราวกับเพิ่งหยิบมันออกมาจากช่องฟรีซ
ดวงตาคมกริบของธันวาไม่ได้มองตรงมาที่เธอด้วยความโกรธเกรี้ยวแบบเมื่อครู่ แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความระแวง และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่นักข่าวสาวสายสืบสวนอย่างเธอจะกล้าคาดเดา
"ฉันไม่ได้เล่นเกมอะไรทั้งนั้นค่ะ... เอ๊ย หมายถึง..." ลลินเผลอหลุดคำหยาบในใจเมื่อเกือบจะหลุดปากแก้ตัวด้วยสรรพนามไม่เป็นทางการ สมองที่เคยประมวลผลคดีฆาตกรรมหรือเบาะแสการทุจริตระดับชาติมานักต่อนัก กลับรวนเรจนคิดคำพูดที่ดูฉลาดเฉลียวไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว
"หึ..." ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างบาดตาเสียจนเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่น "นักข่าวภาคสนามผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในอาณาจักรของผม... นี่คือแผนการทำสกู๊ปพิเศษชิ้นโบว์แดงของคุร หรือว่าคุณแค่สนุกกับการปั่นหัวคนอื่นเล่นกันแน่"
ก้าวเท้าของเขาย่างสามขุมเข้ามาประชิด ลลินถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบของตัวอาคาร พื้นที่ว่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ ธันวาใช้มือข้างหนึ่งยันผนังกั้นไว้ไม่ให้เธอหนีไปไหน ดวงตาคู่นั้นก้มลงมองเธอด้วยความสูงที่ได้เปรียบ และที่สำคัญ... หัวใจของเธอกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
ให้ตายเถอะ นี่มันไม่ใช่การสืบข่าวเพื่อตีแผ่ความจริงแล้ว แต่มันคือการเอาตัวเข้าไปติดกับดักที่ตัวเองเป็นคนขุดขึ้นมาแท้ๆ
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ คาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์ที่ตั้งอยู่ห่างจากสตูดิโอของธันวาไปสองบล็อก บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบเนื่องจากไม่ใช่เวลาเร่งด่วน แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาว
"แกบ้าไปแล้วหรือเปล่า ยัยลลิน!"
เสียงอุทานที่พยายามกดให้เบาที่สุดของ "มีน" เพื่อนสนิทและบรรณาธิการร่วมสำนักข่าวเดียวกันดังขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวที่เคาะลงบนโต๊ะดัง *ก๊อกๆ* เพื่อเรียกสติ "แกกำลังเอาอนาคตการทำงาน คดีที่แกตามมาเป็นปี... แถมยังเอาความรู้สึกตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายกับผู้ชายปากร้ายคนนั้นเนี่ยนะ!"
ลลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอยกแก้วชาเขียวเย็นขึ้นจิบเพื่อดับความร้อนรุ่มในอก แต่รสชาติขมปร่าของมันกลับทำให้สมองตื่นตัวยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกกระจกใส เห็นผู้คนที่เดินข้ามถนนท่ามกลางแสงไฟนีออนยามค่ำคืนของเมืองกรุง
"ฉันไม่ได้เอาความรู้สึกไปผูกไว้กับเขาเสียหน่อย มีน... ฉันแค่... แค่กำลังหาทางเข้าถึงข้อมูลในโปรเจกต์ลับของเขาก็เท่านั้น" ลลินแก้ตัวเสียงอ่อย แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงมันช่างไร้พลังสิ้นดี
"โกหกไม่เนียนเลยเพื่อนรัก" มีนหรี่ตามองอย่างรู้ทัน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้กอดอกแน่น "ฉันเห็นสายตาที่แกมองเขาตอนเล่าเรื่องโปรเจกต์บ้านพักตากอากาศนั่น มันไม่ใช่สายตาของนักข่าวที่กำลังหาหลักฐานเอาผิด แต่มันคือสายตาของ... ผู้หญิงที่เริ่มสนใจผู้ชายสักคนต่างหาก แกกำลังถลำลึก ลلิน! แกกำลังลืมเป้าหมายหลักของตัวเอง!"
คำพูดของมีนเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงตรงกลางใจ ลลินนิ่งเงียบไป ปลายนิ้วเรียวหมุนวนแก้วชาในมืออย่างไร้ทิศทาง ภาพใบหน้าคมคายของธันวาแวบเข้ามาในหัว—แววตาที่ดุดันแต่แฝงความเหนื่อยล้า รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก และความใส่ใจแบบซึนๆ ที่เขาแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างเกี่ยวกับสถาปนิกหนุ่มคนนั้นวนเวียนอยู่ในหัวสมองเธอราวกับไฟล์วิดีโอที่ถูกตั้งค่าให้เล่นซ้ำอัตโนมัติ
เธอเริ่มลังเล... ใช่ เธอกำลังลังเลจริงๆ
ความตั้งใจแรกที่เข้ามาตีสนิทเพื่อสืบหาเบาะแสเรื่องการฮุบที่ดินโครงการหลวงที่เชื่อมโยงกับสตูดิโอของธันวา เริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอยิ่งค้นลึก ยิ่งพบว่าธันวาเป็นเพียงเหยื่ออีกคนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยกลุ่มทุนใหญ่ และตัวเขาเองก็บริสุทธิ์ใจกว่าที่เธอเคยคิดไว้มากนัก
"ถ้าฉันถอยตอนนี้..." ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากลับเพื่อนสนิท น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความสับสนที่ปกปิดไม่มิด "ข่าวชิ้นนี้ก็จะหลุดลอยไป... และคนที่อยู่เบื้องหลังก็จะลอยนวล"
"แต่ถ้าแกเดินหน้าต่อแบบมีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือแกเอง จำไว้นะลลิน ธันวาไม่ใช่เป้าหมายทั่วไป เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ถ้าได้รักใครหรือไว้ใจใครแล้ว เขาจะทุ่มเทจนหมดตัว แต่ถ้าโดนหักหลัง... เขาจะไม่มีวันหันกลับมามองอีกเลย" มีนเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังและเป็นห่วงจากใจจริง "คำเตือนของฉันจำใส่สมองไว้ให้ดี อย่าเล่นกับไฟ ถ้าแกไม่อยากเป็นฝ่ายที่ต้องแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี"
ลลินเม้มปากแน่น ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารชั่วขณะ คำพูดของมีนก้องกังวานอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า *‘อย่าถลำลึกกับเป้าหมายข่าว...’*
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมา
ลลินก้มลงมองหน้าจอ หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราอยู่บนนั้น
*[Thanwa]: ถ้าคุณยังไม่อยากให้แผนการ "สืบข่าว" ของคุณพังไม่เป็นท่า... อีกสิบนาทีลงมาเจอผมที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ถ้ามาช้า... ผมจะถือว่าคุณยอมแพ้*
ลมหายใจของลลินสะดุดกึก เธอเงยหน้าขึ้นมองมีนโดยอัตโนมัติ มีนที่เห็นสีหน้าซีดเผือดของเพื่อนสาวก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที "ใครส่งมา? หน้าตาเหมือนคนเจอผีแบบนั้น"
ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าถือทันทีโดยไม่รอให้เพื่อนซักไซ้ต่อ "มีน... ฉันมีธุระด่วนต้องไปเคลียร์ให้มันจบๆ สักที"
"เฮ้ย ลลิน! แกจะไปไหน แกเพิ่งรับปากฉันนะว่า—"
เสียงทักท้วงของมีนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อร่างเพรียวของนักข่าวสาวสาวเท้ากึ่งวิ่งมุ่งตรงไปยังลิฟต์ลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ผสมผสานกับความท้าทายที่พุ่งพล่านจนห้ามไม่อยู่
ลานจอดรถชั้นใต้ดินยามค่ำคืนเงียบสงัดและเย็นยะเยือก แสงไฟนีออนกะพริบเบาๆ ท่ามกลางเงาสลัวของเสาปูน ลลินกวาดสายตามองหาเป้าหมายจนกระทั่งสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนพิงประตูรถยนต์คันหรู กอดอกนิ่งและจ้องตรงมายังทางที่เธอกำลังเดินไปราวกับเสือร้ายที่รอคอยเหยื่อเดินเข้ากรงด้วยความสมัครใจ
ธันวาไม่ได้ขยับตัวหนี เขายืนรอเธออยู่ที่นั่นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา และก่อนที่ลลินจะทันได้ตั้งตัว ประตูลิฟต์ด้านหลังก็ปิดสนิทลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของเขาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้เสียงเตือน ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบงันของลานจอดรถที่ไม่มีใครอื่นนอกจากเขากับเธอ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวเสมอนะครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 14
คำเตือนที่ไม่อยากฟัง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!