กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดในห้องทำงานรกๆ ของสตูดิโอออกแบบ ‘ธันวาอาร์คิเทกต์’ ดูจะเข้มข้นไม่แพ้เอกสารลับกองโตที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะดราฟต์ตัวใหญ่
"คุณกำลังบอกผมว่า บอเรนโกรุปไม่ได้แค่ฮุบที่ดินแปลงนั้นธรรมดา แต่มีเอกสารสิทธิ์ปลอมแปลงซ่อนอยู่เบื้องหลัง แถมไอ้คนเซ็นรับรองดันเป็นชื่อเดียวกับคนที่พยายามจะรื้อสตูดิโอผมเมื่อเดือนก่อนงั้นเหรอ?"
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแปลนก่อสร้าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความระคนแปลกใจและไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เขาเกลียดปัญหา และยิ่งเกลียดพวกนักข่าวจอมจุ้นที่ชอบเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องชาวบ้าน แต่ตอนนี้ไอ้นักข่าวจอมจุ้นที่ว่าดันกุมหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขากำลังตามหาอยู่พอดี
ลลินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า เธอกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับความหัวร้อนของสถาปนิกหนุ่มเจ้าของห้อง ปากสีพีชธรรมชาติเหยียดยิ้มบางเบาที่ดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของเขา
"ฉลาดนี่คะ... อ๊ะ ขอโทษที ผมติดปาก" ลลินชะงักไปนิดเมื่อเห็นสายตาคมปลาบของธันวาที่มองมาอย่างคาดโทษเรื่องสรรพนาม "ฉันหมายถึง... สำหรับสถาปนิกสมองเพชรอย่างคุณ ธันวา น่าจะใช้เวลาวิเคราะห์เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำนะยะ"
"ผมไม่ใช่ตำรวจ และผมไม่มีเวลามาเล่นเกมจับผิดสังคมกับคุณ ลลิน" ธันวาถอดแว่นตาวางกระแทกโต๊ะเสียงดังเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนอีกฝ่ายต้องเงยหน้ามอง "แต่ในเมื่อคุณมีข้อมูลของไอ้พวกผู้มีอิทธิพลนั่น และผมก็มีแผนผังโครงสร้างตึกเก่าที่พวกมันใช้เป็นรังโจร... เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราตกอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว"
ลลินแหงนมองร่างสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษ เธอใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ด้วยสัญชาตญาณนักข่าวสายสืบสวน เธอจึงรีบซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้รอยยิ้มยั่วเย้า
"กลัวฉันเป็นภาระหรือไงคะ คุณสถาปนิกปากร้าย" ลลินลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเธอไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกเกือบจะชนกับอกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา "บอกไว้ก่อนนะ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิง แต่เรื่องบู๊และสืบสวน ฉันคล่องกว่าคนปากแข็งแถวนี้เยอะ"
ธันวาจ้องนัยน์ตากลมโตที่ฉายแววท้าทายอย่างไม่ยอมแพ้ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ กับความใกล้ชิดนี้ เขารีบเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะมาถือไว้แน่น
"ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ" ธันวาเอเสียงต่ำอย่างคาดโทษ "ถ้าคืนนี้พลาดขึ้นมา ผมจะไม่แบกคุณกลับมาส่งโรงพักแน่"
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะว่าจะตามเกมฉันทัน" ลลินยักไหล่ หยิบแจ็คเก็ตหนังมาสวมทับอย่างทะมัดทะแมง "ตกลงตามนี้นะคะ พันธมิตรจำเป็น"
ยามวิกาลมาเยือน โกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถูกใช้เป็นฉากหน้าของมูลนิธิบังหน้าของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและนายทุนสีเทา บรรยากาศเงียบสงัดวังเวง มีเพียงเสียงคลื่นกระทบตลิ่งและแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทาง
ธันวาในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ เขากำลังใช้ประแจขนาดเล็กงัดกลอนหน้าต่างบานเกล็ดของโกดังชั้นสอง ด้านหลังมีลลินคอยส่องไฟฉายดวงเล็กๆ ให้ พร้อมกับคอยระวังหลังอย่างคล่องแคล่วราวกับผ่านงานภาคสนามมาโชกโชน
"คุณแน่ใจนะว่าทางนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด" ธันวาเอמהกระซิบแผ่วเบา ขณะที่มือยังคงวุ่นวายกับกลอนหน้าต่าง
"ระดับฉันแล้ว เช็คเครือข่ายสัญญาณรอบรัศมีห้าร้อยเมตรเรียบร้อยค่ะ ปลอดโปร่งโล่งสบายเหมือนสมองคุณตอนนี้เลย" ลลินกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ
ธันวาหันขวับมามองค้อนใส่เธอในความมืด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ต่อปากต่อคำอะไร เสียงคลิกเบาๆ ก็ดังขึ้น หน้าต่างบานเกล็ดถูกดันเปิดออกอย่างนิ่มนวล ธันวากระโดดเพรียวบางหายเข้าไปในตัวอาคารได้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาดึงข้อมือของลลินให้ปีนตามเข้ามาด้านใน
สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้ลลินชะงักไปชั่ววินาที ขณะที่ธันวาเองก็รู้สึกถึงความนุ่มนวลของข้อมือเล็กที่อยู่ในอุ้งมือ ทั้งสองยืนชิดกันในมุมมืดของโกดัง กลิ่นอายเฉพาะตัวของกันและกันลอยวนท่ามกลางความตึงเครียด
"ขอบคุณค่ะ" ลลินกระซิบชิดริมหูเขาเบาๆ
ธันวาเพียงแค่พยักหน้ารับเงียบๆ เขาไม่ได้ปล่อยมือจากข้อมือง่ายๆ จนกระทั่งเดินลึกเข้ามาในโซนห้องทำงานลับของชั้นสอง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องผ่านกระจกฝ้า เผยให้เห็นโต๊ะทำงานไม้สักและตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง
"เป้าหมายอยู่ตรงนั้น" ธันวาพยักพิดให้ดูตู้เซฟ "ข้อมูลบัญชีส่วยและรายชื่อผู้มีอิทธิพลทั้งหมดน่าจะอยู่ในนั้น"
ลลินพยักหน้า เธอรีบหยิบอุปกรณ์แกะรหัสขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่ธันวาทำหน้าที่ยืนบังมุมอับสายตาและคอยสังเกตการณ์รอบด้าน
เวลาผ่านไปรากฏราวกับเนิ่นนาน เสียงติ๊dเบาๆ จากเครื่องมือของลลินดังขึ้นถี่ๆ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมของเธอด้วยความกดดัน ธันวาเหลือบมองใบיหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง มันทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจในยามที่เธอเอาจริงเอาจัง
"ใกล้แล้ว..." ลลินพึมพำเบาๆ
*กริ๊ก!*
เสียงกลไกตู้เซฟดีดตัวเปิดออกดังลั่นท่ามกลางความเงียบ ทั้งสองสบตากันด้วยความโล่งอก รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าของลลิน เธอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดบานประตูเซฟเพื่อหยิบแฟ้มเอกสารด้านใน
ทว่า...
*พรึบ!*
แสงไฟนีออนสว่างจ้าทั้งห้องสว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยไม่มีสัญญาณเตือน เสียงฝเท้าจำนวนมากและเสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนจากชั้นล่างดังสนั่นขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังลอดผ่านเครื่องขยายเสียงเข้ามาในห้อง
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของฉันนะ... หนูชะนีกับไอ้สถาปนิกสอดรู้สอดเห็น"
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ลลินชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของทั้งคู่แข็งค้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... พวกเขาเดินเข้า "หลุมพราง" ที่ถูกขุดรอไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 20
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!