เสียงล้อรถยนต์บดเบียดไปกับพื้นผิวถนนลูกรังดังครืดคราดยาวนาน ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและจังหวะการหายใจของคนสองคน ธันวาขยับมือจับพวงมาลัยแน่นขึ้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องเส้นทางคดเคี้ยวของหุบเขาเบื้องหน้า เส้นทางสู่รีสอร์ตโบราณในจังหวัดน่านแห่งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด และยิ่งไปกว่านั้น การต้องนั่งรถติดกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงในพื้นที่จำกัดแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับนักข่าวสาวฝีปากกล้ามีความอึมครึมชอบกล
"ถ้าคุณยังถอนหายใจเสียงดังใส่ฉันอีกสักรอบ ฉันจะถือว่าคุณอยากเปลี่ยนหน้าที่ มาเป็นคนขับรถแทนฉันนะคุณสถาปนิก"
เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ ลลินหันมามองค้อนคนข้างกายเล็กน้อย เธอเท้าคางมองวิวข้างทางก่อนจะหันกลับมาสบตากับร่างสูงที่นั่งหน้าเคร่งเครียดเป็นหินทาบ ธันวาเหลือบมองเธอผ่านหางตา มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะด้วยความหมั่นไส้ตามวิสัย
"พูดมากเสียจริงคุณลลิน นี่ผมขับรถพาคุณมาทำข่าวหาข้อมูลสถาปัตยกรรมชุมชนตามที่คุณเรียกร้องนะ ไม่ได้พามาทัศนศึกษาชมวิวข้างทาง ช่วยสำนึกบุญคุณคนขับรถจำเป็นสักนิดเถอะครับ"
"บุญคุณ? หึ ฉันจำได้ว่าตัวเองเป็นคนขับรถมาครึ่งทางแรกต่างหาก ธันวา คุณต่างหากที่แย่งพวงมาลัยไปตอนแวะปั๊มเพราะกลัวฉันขับรถตกเหว" ลลินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันจนน่าหมั่นไส้ "ยอมรับมาเถอะว่าคุณเป็นห่วงฉันกลัวรถกระแทกจนฉันหัวโนใส่กระจกใช่ไหมล่ะ"
"หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่ง สมกับเป็นนักข่าวสายสืบสวนดีแท้" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยกลับทรยศความนิ่งขยับของเขาอย่างสิ้นเชิง "ผมแค่ไม่อยากให้งานของผมพังเพราะคุณเมาเครื่องปรับอากาศจนอ้วกแตกคารถต่างหากล่ะครับ"
บทสนทนาคมคายที่เต็มไปด้วยการหยิกแกมหยอกสิ้นสุดลงเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าเรือนไม้สักทองโบราณที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงแตรรถและตึกสูงระฟ้าของเมืองกรุง ความเป็นส่วนตัวและกลิ่นอายธรรมชาติโชยเข้าปะทะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ
"โอ้โห..." ลลินอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเป็นประกายระยับเมื่อกวาดมองโครงสร้างสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เธอลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปเสียสนิท รีบหยิบสมุดโน้ตและกล้องถ่ายรูปคู่ใจขึ้นมาเตรียมลั่นชัตเตอร์ทันที "ที่นี่แหละ... แหล่งข้อมูลชิ้นโบว์แดงที่จะทำให้คอลัมน์ของฉันปังจนกองบรรณาธิการต้องกราบ"
"อย่าเพิ่งรีบดีใจไปครับคุณนักข่าว" ธันวาเดินเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังเธอในระยะประชิด มือหนายื่นออกไปจัดปีกหมวกแก๊ปที่เธวสวมอยู่ให้เข้าที่อย่างเบามือโดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านหน้าผากทำเอาลลินชะงักกкаก หายใจติดขัดไปชั่วขณะ "ที่นี่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตแรงๆ ไม่มีคาเฟ่เก๋ๆ ให้คุณนั่งจิบลาเต้ และที่สำคัญ... ห้องพักของที่นี่เหลือแค่ 'ห้องเดียว' เนื่องจากระบบจองของรีสอร์ตรวน"
ลลินหันขวับกลับมาประจันหน้า ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะห่างเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดและฝนจากตัวชายหนุ่มลอยเข้าแตะจมูกจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ว่ายังไงนะ... ห้องเดียว?!"
"ใช่ครับ ห้องเดียว เตียงเดี่ยว" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาพราวระยับที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสนุกกับการเห็นเธอไปไม่เป็น "หรือคุณอยากจะกางเต็นท์นอนรับน้ำค้างกับยุงป่าที่ระเบียงข้างนอกล่ะครับ ผมยินดีเสียสละให้คุณนอนในห้องนะ... ถ้าคุณกลัวผีมากพอ"
"ธันวา! คุณตั้งใจใช่ไหมเนี่ย!" ลลินร้องเสียงหลง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโมโห เธอรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหน
"ผมเปล่าสักหน่อย รีสอร์ตเขาบอกมาแบบนั้นจริงๆ" ธันวาไหล่งอเล็กน้อยอย่างไม่ยี่ห้อ ก่อนจะเดินนำลิ่วถือกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ปล่อยให้ลลินยืนกำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ แต่อีกใจหนึ่งหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงแปลกๆ จนเธอต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง
ตกดึก...
ความหนาวเย็นของหุบเขาเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมพื้นที่ ภายในห้องพักไม้สักทองอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มสลัว ลลินนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาตัวยาว กำลังงละมุลอยู่กับการคัดเลือกรูปถ่ายในกล้อง ขณะที่ธันวากำลังยืนกางแปลนงานออกแบบอยู่ตรงโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องกระทบกับสันจมูกโด่งเป็นสันและโครงหน้าคมคาย ยิ่งขับเน้นให้สถาปนิกหนุ่มดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างไร้ที่ติ
ลลินเผลอมองภาพนั้นนานเกินไป จนกระทั่งเจ้าตัวหันกลับมาสบตาเข้าพอดี
"มองหน้าผมขนาดนี้... มีอะไรติดอยู่บนหน้าหรือครับคุณนักข่าว หรือว่าตุนความหมั่นไส้ไว้รอเอาคืนผมตอนดึก" ธันวาเอ่ยแซิวดوพร้อมกับเดินเข้ามาช้าๆ มือหนาทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาข้างกายเธอ จนพื้นที่ว่างแคบลงถนัดตา
"เปล่าซะหน่อย ฉันแค่กำลังคิดว่า... คนปากจัดอย่างคุณ ทำไมเวลาทำงานถึงได้ดูจริงจังจนน่ากลัวต่างหาก" ลลินเบนสายตาหนีความกดดันจากนัยน์ตาคู่คมที่มองตรงมา
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมอยู่ภายนอกหน้าต่าง ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกัน ลลินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา
"เพราะงานนี้... มันมีเรื่องสำคัญกว่าโปรเจกต์อื่นซ่อนอยู่ต่างหากล่ะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ใบหูจนเธอขนลุกชัน
"เรื่องสำคัญอะไรของคุณ?"
ธันวาไม่ตอบทันที เขายื่นมือออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและนุ่มนวลเสียจนลลินแทบลืมวิธีหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก
"ก็เรื่อง... ที่ทำให้ผมยอมขับรถข้ามจังหวัด พาผู้หญิงปากเก่งคนนี้มาหาแรงบันดาลใจด้วยกันไงครับ" ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหีบฝีปากของเธอ "คุณคิดว่าบังเอิญเหรอ ที่ห้องพักมันดันเหลือแค่ห้องเดียวจริงๆ?"
ลลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือต่อว่าความเจ้าเล่ห์ของเขา แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งกลางดึกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธันวาชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดทันที ลลินรีบผุดลุกขึ้นจากโซฟาด้วยใบหน้าแดงก่ำ หายใจหอบสะท้อน
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างหัวเสีย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่ทว่า ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกตะลึง
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทภูมิฐานยืนยิ้มกริ่มอยู่หน้าห้อง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตในมือ และสายตาที่มองข้ามไหล่ของธันวาตรงไปยังลลินที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"อ้าว... ธันวา ไม่คิดว่าจะเจอแกที่นี่นะ พอดีฉันมาทำธุระด่วนที่นี่เหมือนกัน... ขออาศัยนอนห้องนี้ด้วยคนสิ พอดีห้องเต็มหมดแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 21
การเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อหาข้อมูล
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!