"ความกล้าหาญของคุณมันน่าชื่นชมนะรสา... แต่เสียดายที่มันวางอยู่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย"
เสียงทุ้มต่ำของปรินทร์กระซิบชิดใบหู ขณะที่มือหนาจงใจทาบทับลงบนขอบโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบร่างบางของรสาเอาไว้จนเธอไม่มีทางหนี กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความดุดันของผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองสูงส่งปะทะเข้ากับจมูกจนคนตัวเล็กต้องเชิดหน้าขึ้นสู้ ทั้งที่ในใจเต้นรัวเหมือนกลองชุด
รสาขยับยิ้มมุมปาก ความหวาดหวั่นเมื่อครู่ถูกกลบด้วยอีโก้ที่สูงพอๆ กัน "คุณปริ้นคะ อย่าเพิ่งหลงตัวเองไปหน่อยเลย ที่ฉันกล้าต่อปากต่อคำ ก็เพราะฉันไม่ได้มองว่าคุณเป็นเจ้านาย... และที่สำคัญ ฉันไม่ได้มีรสนิยมชอบไปคอนโดฯ ของใครเพื่อฟังเรื่องไร้สาระหรอกค่ะ"
ปรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา เขารู้ดีว่าแม่มัณฑนากรคนนี้คือ 'ของแสลง' ที่น่าหลงใหลที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
"งั้นเหรอ?" เขาผละออกเล็กน้อย แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ถ้าอย่างนั้น โปรเจกต์ 'The Blue Sanctuary' รีสอร์ทหรูริมทะเลที่เพิ่งประมูลมาได้เมื่อเช้า... คุณคงต้องเป็นฝ่ายลาออกเองนะ เพราะในสัญญาจ้างระบุชัดเจนว่า สถาปนิกหลักและมัณฑนากรต้องทำงานร่วมกันแบบ 24/7 เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ไร้รอยต่อที่สุด"
รสาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เต้นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่างานชิ้นนี้คือโอกาสแจ้งเกิดครั้งใหญ่ของเธอในฐานะมัณฑนากรแถวหน้า แต่ทำไมคู่หูผู้โชคร้ายถึงต้องเป็นผู้ชายเผด็จการคนนี้?
"คุณหมายความว่า..."
"หมายความว่าคุณกับผม... ติดบ่วงอยู่ในโปรเจกต์เดียวกันเรียบร้อยแล้วค่ะรสา" เขาเน้นย้ำคำว่า 'บ่วง' ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเซ็กซี่จนน่าโมโห "และผมเป็นคนคุมงบประมาณทั้งหมด ถ้าคุณอยากให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบ ก็เตรียมตัวรับมือกับความ 'เนี๊ยบ' ของผมได้เลย"
รสาหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะขึ้นมาฟาดลงบนขอบโต๊ะอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์ เธอไม่ได้กลัวความยากของงาน แต่เธอกลัวความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ต่างหาก
"อย่าคิดว่าเงินจะซื้อความร่วมมือของฉันได้นะคุณปรินทร์" รสาจ้องกลับ "งานคืองาน ฉันจะทำให้รีสอร์ทนี้ออกมาเป็นมาสเตอร์พีซที่ลบภาพความยโสของคุณออกไปให้หมด!"
ปรินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากขยับยิ้มที่ดูอันตรายกว่าเดิม "งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อย... ตอนนี้เราต้องเดินทางไปดูพื้นที่จริงที่ภูเก็ต ไฟลท์บินออกอีกสามชั่วโมง รถผมรออยู่ข้างล่าง... อย่าให้ผมต้องขึ้นไปตามคุณถึงห้องพักนะ เพราะผมไม่รับประกันว่าจะพาคุณไปถึงสนามบินทันเวลา หรือจะพาคุณไปที่อื่นก่อน"
รสาเม้มปากแน่น ความโกรธปนความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธออยากจะด่าเขาให้สำนึก แต่ความมืออาชีพที่มีมากกว่าทำให้เธอรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋า
"ไปสิคะ รออะไรอยู่? ฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่ารีสอร์ทหรูริมทะเลของคุณ... จะรับมือกับ 'ความกวน' ของฉันได้นานแค่ไหน!"
...
ตลอดการเดินทางบนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเงียบที่กดดัน ทั้งคู่ต่างจมอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กของตัวเอง แต่ทุกครั้งที่รสาขยับตัว ปรินทร์มักจะตวัดสายตามามองด้วยแววตาที่อ่านยากเสมอ เหมือนเขาไม่ได้กำลังสนใจแบบแปลนในจอ แต่กำลังสนใจ 'บางอย่าง' ที่นั่งอยู่ข้างกายเขามากกว่า
เมื่อรถหรูมาจอดลงหน้าพื้นที่ก่อสร้างรีสอร์ทติดริมทะเล เสียงคลื่นซัดกระทบโขดหินดังสะท้อนเข้ามาถึงในรถ ความงดงามของผืนน้ำตัดกับท้องฟ้าสีครามในช่วงบ่ายแก่ๆ ทำให้รสาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เธอรีบก้าวลงจากรถก่อนจะยืนมองความเวิ้งว้างที่เต็มไปด้วยศักยภาพ
ปรินทร์ก้าวตามลงมา เขาไม่ได้มองวิว แต่กลับยืนพิงรถกอดอกมองแผ่นหลังบางที่กำลังวาดมือไปในอากาศเหมือนกำลังจินตนาการถึงโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์
"คุณว่าตรงระเบียงนั่น..." รสาหันมาถาม แต่คำพูดกลับหยุดชะงักเมื่อพบว่าปรินทร์ยืนอยู่ใกล้เพียงคืบ กลิ่นเค็มของทะเลผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำให้เธอเกือบลืมหายใจ
"ตรงระเบียงนั่น... ผมอยากให้คุณออกแบบให้มันเชื่อมกับความรู้สึกของคนมอง ไม่ใช่แค่สวย" เขาขยับเข้ามาใกล้จนรสาต้องถอยหลังไปพิงตัวรถ แต่ทว่าข้างหลังกลับเป็นบอดี้รถที่กักตัวเธอไว้
"คุณ... คุณกำลังทำอะไร?" รสาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
ปรินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงลมหายใจกั้น สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ริมฝีปากที่ขยับปฏิเสธเขาอยู่ตลอดเวลา
"กำลังตรวจงานค่ะ" เขาตอบเสียงพร่า "ดูเหมือนงานชิ้นนี้... จะมีจุดที่ต้องแก้ไขเยอะเลยนะ โดยเฉพาะมัณฑนากรที่เอาแต่ทำหน้าบูดใส่ผมแบบนี้"
ขณะที่รสาเตรียมจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงทักทายที่ทำลายจังหวะหัวใจของทั้งสองคนลงอย่างสิ้นเชิง
"คุณปรินทร์ครับ! ทางเราเตรียมสถานที่รับรองไว้ให้แล้วครับ และนี่คือหุ้นส่วนหลักที่เพิ่งบินด่วนมาจากต่างประเทศเพื่อมาดูหน้า 'คนคุมงาน' ทั้งสองคนครับ!"
ปรินทร์ถอยห่างออกมาทันที แววตาที่เคยอ่อนแสงลงแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยตามสัญชาตญาณนักธุรกิจ แต่รสาที่ยังคงหัวใจเต้นผิดจังหวะหันไปมองกลุ่มคนตรงหน้า และเธอก็ต้องชะงักจนตัวแข็งทื่อ...
เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มคนเหล่านั้น คือ 'อดีตคู่หมั้น' ที่เธอเพิ่งสะบัดรักมาเมื่อสองปีก่อน และเขากำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา!
"รสา... ไม่เจอกันนานเลยนะ" ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาปรินทร์ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม
ฝากติดตามตอนต่อไปนะคะว่าความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มก่อตัว จะพังทลายลงเพราะอดีตที่ย้อนกลับมาทักทายหรือไม่ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง "กำมะหยี่สีแดง" เสมอนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน•ตอนที่ 2
บังเอิญหรือกรรมเวร
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
