สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน•ตอนที่ 1

สงครามกลางเวทีออกแบบ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงปรบมือในหอประชุมหรูหราก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงเยาะเย้ยถากถางจากความพ่ายแพ้ที่อัดแน่นอยู่ในอกของรสา บนเวทีเบื้องหน้า ปรินทร์กำลังยืนรับโล่รางวัลสถาปัตยกรรมแห่งปีด้วยท่าทีนิ่งขรึมและเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้มระรื่น แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ มือเรียวยาวในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษรับกับเรือนร่างสูงโปร่ง ปรบมือให้กับตัวเองอย่างจองหองในสายตาของเธอ มัณฑนากรสาวผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโปรเจกต์ ‘The Veridian’ จนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามเดือนเต็ม กลับต้องมานั่งปรบมือให้อภิมหาโปรเจกต์ที่ถูกขโมยเครดิตความงามภายในไปครึ่งต่อครึ่ง ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มีความสามารถก็จริง แต่นิสัยน่าหมั่นไส้จนอยากจะเอาส้นสูงปาใส่หน้าสักที “ขอเชิญคุณปรินทร์ สถาปนิกผู้ออกแบบหลัก และคุณรสา มัณฑนากรผู้ควบคุมงานภายใน ขึ้นถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการบนเวทีด้วยค่ะ” เสียงพิธีกรสาวประกาศก้อง รสากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผา ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดเวทีด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาคมกริบกลับซ่อนคมมีดไว้ครบถ้วน ทันทีที่เธอยืนเทียบเคียงกับร่างสูงของปรินทร์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นวู้ดดี้เจือกลิ่นอายยาสูบจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ปรินทร์เหลือบมองเธอด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไปนั้น ช่างกวนประสาทเสียจนรสาอยากจะยกมือขึ้นไปข่วนให้หน้าหล่อๆ นั่นเป็นรอย “ยินดีด้วยนะคะ สถาปนิกมือหนึ่ง... หวังว่ารางวัลนี้จะช่วยค้ำจุนอีโก้ของคุณให้สูงขึ้นไปอีกจนแตกลานฟ้าได้นะ” รสากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่ได้ยิน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังคงหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนจนคนฟังต้องขมวดคิ้ว ปรินทร์หันมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสีนิลคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันหมายถึง *นะคะ*” เขาจงใจเน้นเสียงล้อเลียนสำนวนของเธออย่างหน้าตาเฉย “อันที่จริง งานภายในของคุณก็ไม่เลวหรอกนะ รสา ถ้าไม่ติดว่ามันสะท้อนรสนิยมที่... ดิบเกินไปจนเกือบจะทำลายโครงสร้างหลักของผมพังยับเยินน่ะนะ” รสาแทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด “ดิบเหรอ? นั่นมันเรียกว่างานดีไซน์ที่มีจิตวิญญาณต่างหากล่ะคะ! ดีกว่างานกระดาษไขแข็งทื่อไร้หัวใจของคุณ ที่ทำออกมาเพื่อเอาใจคณะกรรมการแก่ๆ พวกนั้นไปวันๆ!” “แต่ผลงานมันก็ฟ้องอยู่นี่ครับ ว่าใครยืนถือโล่ทองคำอยู่ตรงนี้... และใครที่กำลังยืนกัดฟันกรอดๆ อยู่ข้างๆ” ปรินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนโมโห ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นภายใต้แสงแฟลชจากช่างภาพเบื้องล่างที่รัวชัตเตอร์กันไม่ยั้ง รสชาติต่างๆ ตีรวนขึ้นในอก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และ... บ้าจริง ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงต้องเต้นแรงผิดจังหวะกับสายตาแพรวพราวคู่นั้นด้วยเล่า! “ถ้าคุณยังไม่หุบปากแล้วถอยไปห่างๆ ฉันรับรองว่างานปาร์ตี้ฉลองค่ำคืนนี้ คุณจะได้กินสเต็กเนื้อเหนียวๆ ที่เคลือบด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำแน่ค่ะ ปรินทร์” รสากลอกตาด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับขยับตัวถอยห่างอย่างรังเกียจ ปรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างน่าฟัง ดวงตาคมกริบสำรวจเรือนร่างอรชรในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้โดดเด่นสะดุดตา เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นและพยศแค่ไหน แต่ยิ่งเธอแสดงท่าทีต่อต้านเขามากเท่าไหร่ ความอยากเอาชนะในใจเขากลับยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ “ดุเป็นแมวป่าเลยนะ... น่าสนใจดีนี่” ปรินทร์กระซิบเย้าแหย่ ก่อนที่ช่างภาพจะตะโกนบอกให้ทั้งคู่หันมามองกล้องและยิ้มกว้าง รสาจำใจต้องปั้นหน้ายิ้มระรื่นเคียงคู่กับชายหนุ่มที่เธอเกขี้หน้าที่สุดในวงการสถาปัตยกรรม โดยไม่มีทางรู้เลยว่า ค่ำคืนอันยาวนานหลังเวทีนี้กำลังจะเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล งานเลี้ยงฉลองหลังพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟสลัวเคลือบไล้บรรยากาศให้ดูเย้ายวนและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของแชมเปญชั้นดี รสายืนถือแก้วค็อกเทลสีสวยอยู่ในมุมสงบ หลีกหนีจากกลุ่มนักลงทุนและเซเลบในวงการที่พากันเข้ามาแสดงความยินดีจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมบนเวทียังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด แต่สิ่งที่กวนใจเธอยิ่งกว่าคือสายตาดุจดั่งนักล่าของปรินทร์ที่คอยมองตรงมาเป็นระยะจากอีกฟากหนึ่งของห้อง มัณฑนากรสาวถอนหายใจยาว พลางยกแก้วขึ้นจิบน้ำหวานรสเปรี้ยวอมหวานเพื่อดับความหงุดหงิดในใจ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินไปที่ระเบียงเพื่อรับลมเย็นๆ นั้นเอง ปลายทางสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงของปรินทร์ที่กำลังเดินตรงดิ่งมาหาเธอ โดยมีผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเดินตามมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “รสา... คุณปรินทร์เขาบอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแปลนชั้นพ้นท์เฮาส์ที่จะต้องเคลียร์กับคุณคืนนี้เลยค่ะ” เพื่อนร่วมงานสาวกระซิบด้วยน้ำเสียงเกรงใจ รสาขมวดคิ้วมุ่น หันไปจ้องหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเสาด้วยท่าทีสบายๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด “เรื่องด่วนอะไรคะคุณปรินทร์? ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่งปลั๊กไฟในห้องครัว ฉันว่าเราเคลียร์กันจบไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะ” รสากล่าวเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ปรินทร์ยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนรสาต้องผถอยหลังไปชนกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนผนังด้านข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอบอวลล้อมรอบตัวเธอจนแทบหายใจไม่ออก “ไม่ใช่เรื่องแปลนหรอกครับ...” ปรินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบเบาๆ จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “แต่เป็นเรื่องหัวใจของผมต่างหาก... ที่คุณขโมยมันไปตั้งแต่วันที่เราเริ่มตรวจหน้างานด้วยกันแล้วล่ะ” รสาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก เธออ้าปากค้างจะอ้าปากด่าแต่กลับพูดไม่ออกเมื่อปรินทร์ก้มลงมา กระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเธอเข่าแทบทรุด “ถ้าไม่อยากให้ผมจูบคุณโชว์กลางงานเลี้ยงนี้... คืนนี้กลับไปคุยกับผมต่อที่คอนโดฯ ของผมนะครับ มัณฑนากรคนเก่ง” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%