“รสา... ไม่เจอกันนานเลยนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นกลางห้องประชุมโปร่งโล่งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย หากแต่ทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ปรินทร์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกระดานไวท์บอร์ดขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่ไม่สบอารมณ์อย่างแรง
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงประตูไม่ใช่ใครอื่น... ธน ภัคสิทธิ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ทหรูริมผาที่พวกเขากำลังจะเปิดศึกประลองไอเดียกันในเช้าวันนี้ และที่สำคัญกว่านั้น ดูเหมือนอดีตอันยุ่งเหยิงระหว่างธนกับรสาจะไม่ได้จบลงสวยงามอย่างที่ควรจะเป็น
รสาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ร่างเพรียวในชุดสูทกางเกงสีเอิร์ธโทนดูคล่องตัวยืนนิ่งสนิท มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตเผลอกำแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แต่เพียงแค่กระพริบตาเดียว แววตาสั่นไหวเมื่อครู่ก็ถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ
“นั่นสินะคะ ไม่คิดว่าคนระดับคุณธนจะลดตัวลงมานั่งฟังการประชุมดีไซน์ระดับรากหญ้าด้วยตัวเอง นึกว่าส่งแค่เลขาฯ มาตรฐานต่ำมารับฟังก็พอเสียอีก” รสาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะดุ้ง
ธนหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน รสา... เธอนี่นะ ชอบทำให้ฉันเซอร์ไพรส์เสมอ”
“พอดีฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมให้ใครมาเซอร์ไพรส์ฝ่ายเดียวค่ะ” รสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความมั่นใจฉายชัดผ่านดวงตากลมโตที่จ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว
ปรินทร์มองบทสนทนาฟาดฟันตรงหน้าด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่แล่นพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของรสาไว้มิดชิดราวกับจะประกาศอาณาเขตกลายๆ
“ถ้าหมดเวลาทักทายเรื่องไร้สาระแล้ว เชิญนั่งครับ ทางเราเตรียมพรีเซนต์งานไว้ให้คุณดูความพินาศ... อ้อ หมายถึงความสมบูรณ์แบบของสถาปัตยกรรมที่จะมาแก้ปัญหาความมักง่ายของอินทีเรียร์บางคน” ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางเหลือบมองรสาที่ส่งค้อนวงใหญ่กลับมาให้ทันที
“ปากเสียแบบนี้ ระวังนะคะคุณปรินทร์ ไอเดียที่ดีไซน์ออกมาจะพังไม่เป็นท่าเพราะความมั่นหน้าของตัวเอง” รสากระแทกเสียงใส่ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างแรง เอกสารในมือถูกวางกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์
การประชุมนัดแรกเปิดฉากขึ้นท่ามกลางสงครามประสาทที่คุกรุ่นยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์ปรมาณู ปรินทร์เป็นฝ่ายเปิดฉากพรีเซนต์คอนเซปต์หลักของอาคาร ด้วยความที่เป็นสถาปนิกมือรางวัลระดับประเทศ การอธิบายโครงสร้าง ไลน์เส้น และการใช้วัสดุจึงเต็มไปด้วยความเนี๊ยบเฉียบคมและทรงพลัง โปรเจกต์ฉายบนจอโปรเจกเตอร์สะท้อนความยิ่งใหญ่อลังการที่ผสานกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างไร้ที่ติ
“โครงสร้างหลักเราเน้นความโปร่งโล่ง เปิดรับวิวทะเลและภูเขาแบบ 360 องศา คานเหล็กถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักโดยไม่ต้องมีเสากลางมาบดบังทัศนียภาพ...” ปรินทร์อธิบายด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ดวงตาคมเหลือบมองผู้ฟังเป็นระยะ โดยเฉพาะรสาที่นั่งกอดอกพินิจพิเคราะห์หน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“น่าประทับใจค่ะ” รสาเอ่ยขึ้นขัดจังหวะทันทีที่ปรินทร์เว้นวรรคหายใจ “แต่ถ้ามองในมุมของคนที่จะต้องเข้าไปใช้งานจริง... การที่คุณออกแบบกระจกบานใหญ่ยักษ์หันรับแดดทิศตะวันตกแบบนี้ มันไม่ใช่การรับวิวค่ะคุณปรินทร์ แต่มันคือการสร้างเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดย่อมต่างหาก ลูกค้าคงจะชอบใจมากที่ได้นอนอาบแดดธรรมชาติจนสุกเกรียมบนเตียงนอน”
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากฝั่งของธนทันทีที่รสาพูดจบ ปรินทร์หน้าตึงขึ้นมาทันที กรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น สถาปนิกหนุ่มวางเลเซอร์พอยเตอร์ลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น
“คุณรสาครับ การที่อินทีเรียร์สมองทึบอย่างคุณจะเข้าใจเรื่องของ Thermal Comfort หรือการไหลเวียนของลมตามธรรมชาติ มันคงเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายไปหน่อย กระจกที่เราเลือกใช้เป็น Low-E เคลือบพิเศษ กันความร้อนได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทำให้ใครสุกเกรียมอย่างที่คุณจินตนาการด้วยสมองอันน้อยนิดนั่นหรอกครับ” ปรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยาะเย้ยและสายตาดูกล่าวหาทำเอารสาเลือดขึ้นหน้า
“อ๋อเหรอคะ? แล้วไอ้กระจก Low-E ราคาแพงหูฉี่ที่คุณอวดนักอวดหนานั่นน่ะ มันจะเหลือดีไซน์อะไรถ้าฉันต้องเอาผ้าม่านทึบแสงหนาเตอะมาปิดทึบเพื่อกันแสงสะท้อนยามบ่ายที่คุณไม่ยอมคำนึงถึง ดีไซน์คลีนๆ มินิมอลที่คุณภาคภูมิใจนักหนา จะเอาไปไว้ตรงไหนคะเมื่ออินทีเรียร์ต้องมาแก้ปัญหาเช็ดล้างความมักง่ายของคุณ!” รสาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือตบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดังลั่น อีโก้ของคนทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากอากาศ
ธนมองภาพการปะทะกันของคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับกำลังชมภาพยนตร์แอ็กชันชั้นดี “ดูเหมือนทีมดีไซน์ของพวกคุณจะเข้าขากันได้ดีเหลือเกินนะครับ ปรินทร์ รสา... ผมเริ่มสนุกแล้วสิ”
“ไม่ต้องห่วงครับคุณธน งานนี้ไม่มีคำว่าเข้ากัน มีแต่ใครจะเหยียบหัวใครมากกว่า” ปรินทร์หันไปตอบเสียงเย็นชา สายตาคมกริบตวัดกลับมามองหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบด้วยความโกรธตรงหน้า “ส่วนคุณรสา... ถ้าหมดข้ออ้วก เอ๊ย ข้อท้วงติงไร้สาระแล้ว เชิญนั่งลงแล้วฟังผมอธิบายสัดส่วนพื้นที่ภายในที่อินทีเรียร์อย่างคุณไม่มีวันคิดได้ดีกว่านี้จะดีกว่า”
“ปากแบบนี้ระวังจะไม่ได้พูดนะคะคุณปรินทร์!” รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโมโห เธอเกลียดความยโสโอหังของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ที่สุด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ทุกครั้งที่เขาเถียงกลับด้วยเหตุผลและท่าทางมั่นอกมั่นใจ หัวใจเจ้ากรรมของเธอกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางสายตาของธนที่มองมาด้วยความสนใจใคร่รู้
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามประสาท
ปัง! ปัง!
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของนางแบบสาวเซเลบชื่อดังผู้ถือหุ้นใหญ่ของโปรเจกต์นี้ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปหาปรินทร์แล้วใช้มือเรียวลูบไล้ไปบนปกเสื้อสูทของสถาปนิกหนุ่มอย่างสนิทสนมต่อหน้าต่อตาทุกคน
“อุ๊ย ปริ้นท์ค่ะ... แฟนเก่าสุดแซ่บของคุณคนนี้ บังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาทักทายคนโปรดเสียหน่อย หวังว่าคงไม่รบกวนการประชุมนะคะ”
คำว่า ‘แฟนเก่า’ หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวผู้มาใหม่ ทำเอาบรรยากาศในห้องที่ร้อนระอุอยู่แล้ว ยิ่งเดือดพล่านขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ปรินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่ดวงตาคมจะรีบตวัดเหลือบมองปฏิกิริยาของมัณฑนากรสาวที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากร้ายสายเปย์ของพี่ปริ้นท์ด้วยนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน•ตอนที่ 3
เปิดฉากวันแรกก็ซัดกันนัว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา Gimmick กับยัยมัณฑนากรสายกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
