เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 5

ศัตรูหัวใจคือคนขับรถเก่า

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคิดว่าการขับซูเปอร์คาร์มาจอดเทียบฟุตบาท แล้วทำหน้าหล่อเหมือนพระเอกเอ็มวี จะช่วยให้ผู้หญิงที่เคยทิ้งคุณไปซบคนรวยหันกลับมามอง... ผมว่าคุณควรเอาเงินค่าน้ำมันไปซื้อกระจกเงาบานใหญ่ๆ มาส่องดูความเพ้อเจ้อของตัวเองก่อนดีกว่านะครับ, คุณธันวา" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นตลบของลานจอดรถตลาดนัดยามเย็น รถสปอร์ตคันหรูสีแดงเพลิงเคลื่อนเข้ามาจอดขวางหน้ามินตราและธันวาอย่างจงใจ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของ 'กิตติภัทร' ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร้อยล้าน คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่เคยร่วมมือกันเลื่อยขาเก้าอี้ธันวาในวันที่เขาตกอับ วันนี้กิตติภัทรอยู่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ปลอกคอเสื้อประดับกระดุมทองคำขาว และที่สำคัญ... เขามีสีหน้าของผู้ชนะที่พร้อมจะเหยียบย่ำคนตรงหน้าให้จมดิน มินตราชักสีหน้าด้วยความรำคาญ เธยขยับตัวก้าวมาบังด้านหน้าธันวาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณของคนเคยลำบากร่วมกันบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้มาหาเรื่อง "พูดจาให้เกียรติคนอื่นบ้างนะกิตติภัทร คนอย่างคุณนอกจากจะมีเงินผ่อนรถคันนี้แล้ว มีสมองส่วนไหนคิดเรื่องอื่นนอกจากอวดรวยบ้างไหม?" กิตติภัทรยิ้มเยาะ สายตาคมกริบมองเลยไหล่ของมินตราไปยังธันวาที่ยืนกอดอกพิงเสาไฟด้วยท่าทางเอ้อระเหย ธันวาไม่ได้มีท่าทีโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม เขากำลังเคี้ยวลูกอมรสส้มตุงกระพุ้งแก้ม ราวกับกำลังดูละครตลกฉากหนึ่งในทีวี "โถ... มินตราครับ คุณนี่ช่างน่าสงสารเสียจริง ยังต้องมาทนลำบากกับไอ้คนตกอับที่แม้แต่ค่ากาแฟยังต้องลุ้นว่าบัตรจะผ่านหรือเปล่า ดูสภาพเขาสิครับ... เสื้อผ้าก็ชุดเดิม รองเท้าผ้าใบก็เริ่มสึกแล้ว" กิตติภัทรหัวเราะในลำคออย่างสะใจ ก่อนจะหันไปทางลูกน้องด้านหลังที่ถือกระเป๋าเอกสารใบโต "อ้อ ธันวา... เผื่อายนายลืมไปแล้วว่าความสบายมันหน้าตาเป็นยังไง พอดีฉันเพิ่งเซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหญ่ห้าร้อยล้านมา เลยแวะเอาเศษเงินมาทำบุญแจกทาน เผื่อนายอยากจะมาสมัครเป็นคนขับรถตระกูลฉัน ค่าจ้างเดือนละหมื่นห้า... พอให้พวกนายสองคนประทังชีวิตไปวันๆ ได้นะ" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างหยุดมือและหันมามองความดราม่าตรงหน้า มินตรากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แต่ทว่า... มืออุ่นๆ ของธันวากลับวางลงบนไหล่ของเธอเบาๆ พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ให้เธอยืนถอยไปด้านหลัง ธันวาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้กิตติภัทรถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มของคนจนตรอก แต่มันคือรอยยิ้มของ 'ผู้ล่า' ที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ากรง "เดือนละหมื่นห้าเหรอครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวาน "ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ สำหรับคนที่ไม่มีความสามารถอะไรนอกจากเกาะพ่อกินไปวันๆ อย่างคุณ" กิตติภัทรหน้าตึงขึ้นมาทันที "ปากดีนักนะธันวา! แกคิดว่าตัวเองยังเป็น CEO อยู่หรือไง? บริษัทแกถูกยึด หนี้สินท่วมหัว รถหรูถูกอายัดหมดแล้ว แกเอาอะไรมามั่นใจสู้ฉัน?" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของธันวาỬก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงก้องกังวานในหัวที่ดังเฉพาะเขาคนเดียว *[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการดูถูกเหยียดหยามจากตัวประกอบเกรด C (กิตติภัทร)* *ระบบช็อตฟีลตัวตึง ทำงานตามคำสั่งฉุกเฉิน!* *เงื่อนไขภารกิจ: "ตบหน้าด้วยความรวยแบบงงๆ" จงทำให้คู่แข่งรายนี้กระอักเลือดด้วยการซื้อสิ่งของที่เขาภูมิใจที่สุดในราคาที่ถูกกว่าเศษเงินในกระเป๋า]* *ของรางวัล: ปลดล็อกกิจการห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง และเงินสดเข้าบัญชี 50 ล้านบาททันที!]* ธันวายิ้มกว้างกว่าเดิม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าหมั่นไส้ที่สุด "รถสปอร์ตคันสีแดงคันนี้... ทะเบียน 9กก-8888 กรุงเทพมหานคร รุ่น Limited Edition ผลิตแค่สามคันในประเทศ ราคาแปดสิบล้านบาทสินะครับ คุณกิตติภัทร" ธันวาเอ่ยชื่อรุ่นรถออกมาราวกับท่องจำได้ขึ้นใจ กิตติภัทรยักไหล่ด้วยความภาคภูมิใจ "ทำไม? รู้จักด้วยเหรอ? น่าเสียดายนะที่ชาตินี้ทั้งชาติ นายไม่มีปัญญาแม้แต่จะผ่อนยางล้อรถคันนี้ด้วยซ้ำ!" ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ผมไม่ได้อยากผ่อนหครับ..." เขาหันไปสบตากับมินตราที่ยืนทำหน้าเหวอด้วยความงงงวย ก่อนจะหันกลับมาหากิตติภัทรแล้วพูดต่อว่า "เพราะผมจะ 'ซื้อขาด' มันตอนนี้เลยต่างหากล่ะครับ" สิ้นคำพูดของธันวา เสียงหัวเราะลั่นของกิตติภัทรและลูกน้องก็ดังประสานกันราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี "ซื้อขาด? ฮ่าๆๆๆ! แกบ้าไปแล้วเหรอธันวา เอาเงินจากไหนมาซื้อ? เศษเหรียญในกระปุกออมสินหรือไง?" ธันวาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์บริสุทธิ์ ประดับลวดลายทองคำแท้ที่ไม่มีวันลอกเลียนแบบได้... บัตร "Centurion Card" วงเงินไม่จำกัด ที่มีคนถือครองในประเทศเพียงแค่หยิบมือเดียว! ธันวาโยนบัตรใบนั้นขึ้นไปในอากาศแล้วรับไว้ด้วยมือเดียวก่อนจะยื่นไปตรงหน้ากิตติภัทร "โทรเรียกผู้จัดการโชว์รูมของคุณมาตอนนี้เลยครับ บอกเขาว่า... 'คนขับรถเก่า' คนนี้ จะเหมาโชว์รูมรถของพวกคุณทั้งหมด รวมทั้งคันที่จอดอยู่ตรงนี้ด้วย เพื่อเอาไปให้คนสวนที่บ้านขับเล่นขนปุ๋ยใส่ต้นไม้ครับ" สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งของกิตติภัทรแข็งค้าง รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองบัตรสีดำสนิทในมือธันวาราวกับเห็นผีสาง เขาจำบัตรใบนั้นได้ดี... บัตรที่แสดงถึงอำนาจทางการเงินขั้นสูงสุด บัตรที่แม้แต่พ่อของเขายังไม่มีสิทธิ์ได้รับมัน! "มะ... เป็นไปไม่ได้! นายเอาบัตรปลอมมาจากไหน!" กิตติภัทรเสียงสั่น หน้าถอดสีจนกลายเป็นสีซีดเผือด มินตราที่ยืนอยู่ข้างหลัง อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ เธอมองแผ่นหลังของธันวาที่ยืนตระหง่านอย่างมั่นใจ ความรู้สึกโล่งใจและทึ่งผสมปนเปกันจนหัวใจเต้นรัว ธันวายิ้มเยาะ ก้าวเข้าไปใกล้กิตติภัทรทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรู1 "บัตรปลอมหรือของจริง... เดี๋ยวเราก็จะได้รู้กันครับ" เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดสปีกเกอร์โฟนแล้วพูดเสียงดังฟังชัด "สวัสดีครับ... ผมธันวา บริหารงานยูนิเวอร์แซล โฮลดิ้ง พอดีผมสนใจอยากซื้อรถสปอร์ตในเครือของคุณทั้งหมด สักร้อยคัน... ช่วยส่งคนเอาเครื่องรูดบัตรมาที่ตลาดนัดซอย 5 ด่วนที่สุดภายในหนาทีนี้ด้วยนะครับ... ถ้ามาช้า ผมอาจจะเปลี่ยนใจไปซื้อบริษัทรถของคุณแทน" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตื่นตระหนกและนอบน้อมจนแทบจะกราบผ่านโทรศัพท์ "ดะ... ท่านธันวา! ได้ครับ! ทีมผู้บริหารและเครื่องรูดบัตรกำลังเดินทางไปเดี๋ยวนี้ครับ! กรุณารอสักครู่ครับท่าน!" ปึ้ง! เสียงวางสายดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสนิทของลานจอดรถ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงหัวใจของกิตติภัทรที่เต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัว ธันวาหันกลับมามองกิตติภัทรที่ตอนนี้ขาพับแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ทายาทร้อยล้านเบาๆ สองสามครั้งด้วยความสุภาพ "อ้อ เกือบลืม..." ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ที่คุณบอกว่าจะจ้างผมเป็นคนขับรถเดือนละหมื่นห้า... เปลี่ยนเป็นผมจ้างคุณมาล้างล้อรถให้ผมดีไหมครับ? ผมให้วันละห้าหมื่น... แต่ถ้าทำไม่สะอาด ผมจะไล่คุณออกเหมือนที่ผมกำลังจะทำกับอนาคตบริษัทของคุณตอนนี้" ในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ยักษ์ก็บินแหวกน่านฟ้าเหนือตลาดนัดลงมาจอดตั้งลำสง่างามที่ลานโล่งข้างๆ พร้อมกับขบวนรถเบนซ์สีดำอีกสี่คันที่ขับเข้ามาปิดล้อมลานจอดรถไว้ทุกด้าน ประตูรถเบนซ์คันหน้าเปิดออก พร้อมกับร่างของผู้จัดการใหญ่โชว์รูมรถหรูที่วิ่งหน้าตาตื่นถือเครื่องรูดบัตรเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าธันวาด้วยความเคารพสูงสุด! --- ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความบันเทิงในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%