"ธันวา... คุณเล่นตลกอะไรอยู่ บนดาดฟ้าตึกแถวเก่าๆ นี่นะ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปของยุโรปเนี่ยนะ!"
เสียงอุทานของมินตราดังแทรกเสียงพัดลมยักษ์ของอากาศยานที่กำลังตีวงลดระดับลงอย่างแม่นยำจนฝุ่นละอองบนดาดฟ้าปลิวว่อน แรงลมมหาศาลตีจนเส้นผมสีดำสนิทของเธอสยายยุ่งเหยิง มือเรียวบางข้างหนึ่งยกขึ้นปัดปอยผมที่บดบังใบหน้า ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทขอบทองคำแท้ในมือสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อระคนตื่นตระหนก
ธันวาแย้มยิ้มมุมปาก ยักไหล่เบาๆ ด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มความเป็นอดีตซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ในใจเวลานี้ระบบตัวตึงจะกำลังส่งเสียงแจ้งเตือน "ติ๊ง!" รัวๆ จนสมองแทบพังก็ตามที
"ผมบอกคุณแล้วไงครับมินตรา ว่าระดับผม ถึงจะตกอับจนเหลือเงินติดตัวสิบบาท แต่บุญเก่า... เอ๊ย คอนเนกชันระดับโลกมันยังทำงานอยู่" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ของหญิงสาวให้เข้าที่อย่างเบามือ "แต่วันนี้เรายังไม่ต้องขึ้น ฮอฯ หรูนี่หรอกครับ... เป้าหมายของเราอยู่ใกล้แค่นิดเดียวเอง"
มินตราหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ "ใกล้แค่ไหน? ตลาดนัดท้ายซอยเนี่ยนะที่คุณบอกว่าจะพามาซื้อของง้อฉัน?"
"ถูกต้องครับ! วิถีคนรวยที่เพิ่งกลับใจ เขาไม่ไปเดินห้างหรูหรอกครับ มันเชย! การไปเดินตลาดนัดคลายเครียด หาของกินพื้นบ้าน และใช้เงินสด... หรือในกรณีนี้คือบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดซื้อของกระจุกกระจิกให้แฟนต่างหาก คือความโรแมนติกขั้นสุดของยุคนี้ครับ!"
ธันวาไม่รอให้เอดิเตอร์ส่วนตัวอย่างเธอได้ทันแย้งอะไรต่อ เขากุมมือเรียวของมินตราแล้วกึ่งจูงกึ่งลากเดินลงมาจากบันไดหนีไฟของตึกแถว มุ่งตรงสู่ตลาดนัดชุมชนยามเย็นที่อยู่ถัดไปเพียงสองซอย เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกFลููกค้า เสียงเพลงลูกทุ่งจังหวะสามช่าดังตุ้มตั้มเคล้ากับกลิ่นควันจากเตาปิ้งย่างลอยอบอวลไปทั่วบรรยากาศ
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการง้อคู่หมั้นด้วยวิธีที่แปลกประหลาดแต่จริงใจ ระบบมอบภารกิจพิเศษ: "เปย์ให้ยับ สะเทือนตับไตไส้พุง ณ ตลาดสดชุมชน" รายละเอียด: จงซื้อมื้อเย็นและของจุกจิกให้มินตราจนกว่าความพึงพอใจจะทะลุ 90% หากทำสำเร็จ ปลดล็อกสิทธิ์เบิกเงินสดฉุกเฉิน 10 ล้านบาท หากล้มเหลว... ระบบจะบังคับให้ท่านใส่กางเกงช้างเดินสยามพารากอนเป็นเวลาสามวันสามคืน!]
เสียงแจ้งเตือนในหัวทำเอาธันวาเกือบสะดุดขาตัวเองล้ม หน้าตาเหเกือบเบี้ยวด้วยความสยดสยองกับบทลงโทษ หากเขาต้องไปเดินสยามพารากอนด้วยกางเกงช้าง มีหวังภาพลักษณ์ท่านประธานผู้เย่อหยิ่งคงพังพินาศจนกู้ไม่กลับแน่ๆ
"ยืนเหม่ออะไรอีกแล้วธันวา จะซื้ออะไรก็รีบเลือก ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วนะ" มินตราสะกิดแขนเขาเบาๆ สายตาคมกริบมองสำรวจแผงขายลูกชิ้นปิ้งตรงหน้าด้วยความสนใจ
"จัดไปครับที่รัก วันนี้อยากกินอะไร สั่งได้ไม่อั้น ประธานธันวาเปย์เอง!"
ว่าแล้วชายหนุ่มก็พุ่งตรงไปที่ร้านลูกชิ้นปิ้งหน้าตาธรรมดาๆ แต่ควันโขมงหอมฉุย "ป้าครับ! เอาลูกชิ้นหมูเนื้อแน่นๆ ไม้ละสิบบาท... เอามาหมดถาดเลยครับ!"
ป้าแม่ค้าอ้าปากค้าง มองหน้าลูกค้าหนุ่มที่แต่งตัวด้วยสูท(เก่าๆ)แต่แววตาราวกับคนบ้าด้วยความงุนงง "อֶะ... ทั้งถาดเลยเหรอพ่อหนุ่ม สี่ร้อยกว่าไม้เลยนะ กินหมดเหรอ?"
"หมดไม่หมดไม่รู้ครับ แต่ถ้าแฟนผมกินไม่หมด ผมจะเหมาแผงนี้แล้วยกให้ป้าไปเปิดแฟรนไชส์ที่เยาวราชเลย!" ธันวาตอบเสียงดังฟังชัดเรียกเสียงฮือฮาจากชาว The Gang รอบข้างที่ยืนเลือกของอยู่
มินตราฟาคมะเหง็งเบาๆ เข้าที่ไหล่หนาทันที "Eนี่! บ้าหรือเปล่า จะเหมาทำไมตั้งสี่ร้อยไม้ ฉันกินคนเดียวหมดที่ไหนเล่า เกรงใจป้าเขาบ้าง!"
"โธ่ มินตราครับ คนรวยเขาไม่มานั่งนับไม้หรอกครับ เขาซื้อความสุข" ธันวาหัวเราะร่า ยื่นบัตรเครดิตโลหะสีดำเงางามให้ป้าแม่ค้า "ป้าครับ รูดเลยครับ!"
ป้าแม่ค้าทำหน้าเหวอ รับบัตรสีดำสนิทที่ดูทรงแล้วน่าจะแพงกว่าร้านลูกชิ้นทั้งร้านด้วยมือสั่นเทา เอาไปเสียบกับเครื่องรูดบัตรพกพาแบบงกๆ เงิ่นๆ ท่ามกลางสายตาของชาวตลาดที่เริ่มหันมามุงดูความแปลกประหลาดนี้
*ปี๊บ! อนุมัติการทำรายการสำเร็จ*
เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของธันวาที่คิดว่าภารกิจกำลังไปได้สวย แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน เสียงเพลงสามช่าจากลำโพงร้านค้าข้างๆ ถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากที่กำลังก้าวเข้ามาล้อมวงพวกเขาจากทุกทิศทาง
มินตราหน้าถอดสี รีบดึงแขนธันวาให้ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สายตากวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นกันแดดไม่น้อยกว่าสิบคนแหวกฝูงชนเข้ามาตรงกลางตลาดนัดอย่างไร้มารยาท
คนตรงกลางกลุ่มไม่ใช่ใครที่ไหน... "เสี่ยชัยยุทธ" เจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในย่านนี้ อดีตคู่ค้าคนสำคัญที่เคยร่วมมือกันถีบส่งธันวาให้ตกจากเก้าอี้ซีอีโอ ยามนี้เขากำลังสวมแหวนทองวงโตเต็มร้อยนิ้ว ยิ้มเยาะเย้ยด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"แหมๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็อดีตท่านประธานธันวาผู้ยิ่งใหญ่นี่เอง ตกอับถึงขนาดต้องพาผู้หญิงมาเดินกินลูกชิ้นไม้ละสิบบาทตามตลาดนัดข้างถนนแล้วรึวะเนี่ย?" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่น ชวนให้เลือดในกายของธันวาพุ่งพล่านขึ้นมาทันที
มินตราเม้มปากแน่น ขยับตัวยืนบังหน้าธันวาไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ตัวจะเล็กกว่าแต่แววตาไม่ยอมแพ้ "เสี่ยชัยยุทธ อย่ามาหาเรื่องแถวนี้ คนเขากำลังเดินซื้อของกันอยู่!"
"โอ๊ะๆ แม่สาวน้อย คนสวยใจกล้า... อยู่กับไอ้คนหมดเนื้อประดาตัวแบบนี้มีแต่จะลำบาก เธอมาร่วมงานกับฉันดีกว่าไหม คืนนี้ฉันมีห้องสวีทหรูที่โรงแรมห้าดาวรออยู่..." เสี่ยชัยยุทธพูดพลางเอื้อมมือหนาจะเข้ามาแตะคางมินตรา
*เพี๊ยะ!*
ยังไม่ทันที่นิ้วหยาบกร้านจะโดนตัวหญิงสาว มือของธันวาก็ปัดออกไปอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในรัศมีสิบเมตร
ธันวายืนนิ่ง ใบหน้าคมคายเรียบเฉย เย็นชาจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของอดีตซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบจ้องมองเสี่ยชัยยุทธราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"มือสกปรกๆ แบบแก... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามองเธอ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระชากใจคนฟัง "แล้วก็จำไว้... หนี้แค้นที่แกเคยทำกับฉันไว้ที่บริษัท เมื่อไหร่ที่ดอกเบี้ยมันครบกำหนด ฉันจะเอาคืนให้สาสม"
เสี่ยชัยยุทธกุมมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเถือก หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกยังกล้าปากดีอยู่อีกเหรอวะ! คิดว่ามีบัตรเครดิตวงเงินปลอมๆ ใบเดียวแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง ลูกน้อง! จัดการมัน สั่งสอนให้มันรู้ซึ้งถึงนรกบนดินซะ!"
สิ้นคำสั่ง ชายชุดดำนับสิบคนก็กรูเข้าประชิดตัวธันวาทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของแม่ค้าและชาวบ้านรอบข้าง มินตราหน้าซีดเผือด กำเสื้อของธันวาแน่นด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... ธันวาหาได้มีความเกรงกลัวไม่ เขากลับแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มจังหวะนรกที่ทำเอาคนมองต้องเสียวสันหลังวาบ เขายกมือซ้ายขึ้นแตะหูเบาๆ ราวกับกำลังกดรับสายสำคัญบางอย่าง
"หน่วยรบพิเศษทางอากาศ... ถึงเวลาปฏิบัติการแล้วครับ ลงจอดที่ลานกว้างหน้าตลาดได้เลย"
เสี่ยชัยยุทธชะงัก หัวเราะลั่นออกมาทันที "ฮ่าๆๆๆ! มันเพ้อเจ้ออะไรวะเนี่ย โทรเรียกหน่วยรบพิเศษ? คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังฮอลลีวูดหรือไงวะไอ้กระจอก!"
แต่ทว่า... ในวินาทีถัดมา เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นจากท้องฟ้ายามเย็นก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน ลมพายุหมุนขนาดมหึมาพัดถล่มตลาดนัดจนเต็นท์ผ้าใบแทบปลิวหลุดจากโครงสร้าง ทุกคนต่างต้องยกมือขึ้นปัดป้องฝุ่นละอองและแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตื่นตะลึง
เฮลิคอปเตอร์ทางทหารสีดำสนิทลำยักษ์ถึงสามลำปรากฏขึ้นเหนือลานกว้าง พร้อมกับกลุ่มชายชุดคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือที่เริ่มโรยตัวลงมาจากเชือกอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!
เสี่ยชัยยุทธหน้าซีดเผือก ปากอ้าค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ จนแทบยืนไม่อยู่เมื่อหัวหน้าหน่วยคอมมานโดนายหนึ่งเดินตรงดิ่งเข้ามาหาธันวา ทำวันทยาหัตถ์อย่างเคารพยำเกรง
"ท่านประธานธันวา! หน่วยพิทักษ์ความปลอดภัยพิเศษมารายงานตัวตามคำสั่งแล้วครับ! จะให้กวาดล้างเศษสวะกลุ่มนี้ทิ้งทะเลเลยไหมครับท่าน!"
ธันวาปัดเศษฝุ่นที่เสื้อสูทเบาๆ พลางเหลือบมองเสี่ยชัยยุทธที่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความหมดสภาพ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้มินตราที่ยืนอ้าปากค้างตาค้างทำอะไรไม่ถูก
"เห็นไหมครับมินตรา... ผมบอกแล้ว ว่าวิถีคนรวยเขาไม่ใช้กำลังคุยกัน... เขาใช้ 'กองกำลัง' ต่างหากล่ะครับ" ธันวาเอ่ยยิ้มๆ พลางควักบัตรเครดิตสีดำในมือขึ้นมาหมุนเล่นอย่างอารมณ์ดี "ว่าแต่... เราไปกินก๋วยเตี๋ยวต่อดีไหมครับ หรือจะให้ผมเหมาตลาดนี้ให้คุณเดินช็อปคนเดียวเป็นของขวัญขวัญใจดีล่ะครับ?"
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 4
ง้อเมียด้วยวิถีคนจน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!