"ถ้าคุณยังเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้อีกประโยคเดียว ฉันจะเอาแฟ้มเอกสารนี้ฟาดหน้าผากคุณจริงๆ ด้วยนะธันวา!"
เสียงตบโต๊ะดัง *ปัง!* สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมขนาดเล็กของร้านกาแฟชื่อดัง แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้แก้วกาแฟลาเต้ร้อนบนโต๊ะสั่นระริกจนฟองนมกระเซ็นออกมาเล็กน้อย แต่มันยังไม่น่าตกใจเท่ากับดวงตากลมโตที่จ้องมองมาด้วยความคาดคั้นราวกับพญาอินทรีจ้องเหยื่อ
มินตรากำลังยืนเท้าแขนโน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนหงุดหงิด เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นหางม้าสะบัดตามแรงอารมณ์เล็กน้อย เธอกำลังถือแฟ้มรายงานการเงินยับยู่ยี่ ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงความพยายามอันไร้ผลของธันวาในการกอบกู้บริษัทที่กำลังจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ในสัปดาห์นี้
ธันวา (อดีต CEO ผู้เคยนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงหลักแสนและสั่งการลูกน้องนับร้อย ปัจจุบันต้องมานั่งเหงื่อตกอยู่ในร้านกาแฟราคาประหยัด) ค่อยๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับแฟ้มในมือเธอนักหรอก แต่เขากำลังหวาดผวาหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ระหว่างใบหน้าของเขากับมินตราต่างหาก!
*ติ๊ง! [แจ้งเตือนภารกิจด่วน: ท่านจะต้องโต้เถียงกับระบบโดยใช้สำนวนลิเกโบราณเป็นเวลา 3 นาที มิฉะนั้นยอดเงินในบัญชีจะถูกหักออกครึ่งหนึ่ง!]*
หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงเขียนข้อความกวนประสาทไว้แบบนั้น ธันวาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ไอบ้าเอ๊ย! เงินในบัญชีเขาเพิ่งจะฟื้นกลับมาได้นิดหน่อยจากการทำภารกิจสุดพิสดารเมื่อวาน จะมาโดนหักครึ่งหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด!
"เอ่อ... แม่นางผู้เรืองโฉม..." ธันวาเผลอหลุดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยานคางและสำนวนลิเกที่ติดมาจากหน้าจอระบบ สายตาของเขาเหลือบมองเลยผ่านหัวไหล่ของมินตราไปจ้องเขม็งที่หน้าจออากาศธาตุ
มินตรานิ่งงัดไปทันที คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เธอหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
"แม่นาง... อะไรนะ?" มินตราทวนคำ น้ำเสียงต่ำลงสามระดับ "ธันวา นี่นายสมองกลับจากการอดนอนเหรอ? ฉันชื่อมินตรา ไม่ใช่ตัวละครในละครนอกนะยะ แล้วเมื่อกี้... นายมองไปทางไหน? ฉันยืนอยู่ตรงนี้!"
"ปะ...เปล่าซะหน่อย!" ธันวาละล่ำละลักปฏิเสธ มือไม้ปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทางเพื่อพยายามปัดหน้าจอโฮโลแกรมให้พ้นทาง แต่ลืมไปว่าคนธรรมดาอย่างมินตรามองไม่เห็นมัน ภาพที่มินตราเห็นจึงกลายเป็นว่า... แฟนหนุ่มผู้ตกอับของเธอกำลังยืนโบกไม้โบกมือใส่ความว่างเปล่าราวกับคนเสียสติที่กำลังไล่จับแมลงวัน
"นายไม่ได้มองฉัน..." มินตราหรี่ตามองอย่างจับผิด เธอค่อยๆ หันขวับกลับไปมองด้านหลังของตัวเอง ไม่มีอะไรเลยนอกจากผนังร้านติดวอลเปเปอร์ลายอิฐสีส้มและกรอบรูปวิวทิวทัศน์ห่วยๆ "นายกำลังคุยกับอะไร? หรือว่า... นายแอบกิ๊กกับเด็กเสิร์ฟคนเมื่อกี้ แล้วตอนนี้กำลังส่งซิกทางสายตาเร้นลับกันอยู่ใช่ไหม!"
"บ้าหรือไงมินตรา! เด็กเสิร์ฟคนนั้นอายุเท่าไหร่เอง แล้วหน้าตาเขาเหมือนคนจัดฟันเหล็กดัดแฟชั่น ฉันจะไปพิศวาสอะไรตรงไหนเล่า!" ธันวาเถียงเสียงหลง เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายเต็มขมับ เมื่อระบบเจ้ากรรมยังคงส่งเสียงแจ้งเตือนตอกย้ำความซวย
*ติ๊ง! [เวลาภารกิจเหลือ 1 นาที ท่านแสดงละครลิเกไม่แนบเนียนพอ หักคะแนนความประพฤติและเตรียมรับบทลงโทษ 'เต้นระบำฮาวายกลางร้านกาแฟ' ใน 10 วินาที...]*
"อ้าก! ไม่เอาเว้ย!" ธันวาเผลอตะโกนออกมาเสียงดังลั่น พลางใช้มือทั้งสองข้างคว้าอากาศตรงหน้าเพื่อปัดป้องหน้าจอระบบที่ขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าเขาเรื่อยๆ
*หมับ!*
แต่มือของเขาไม่ได้โดนอากาศ... มันคว้าเข้าที่ข้อมือของมินตราที่ยื่นมือมาหมายจะแตะหน้าผากเขาเพื่อเช็คไข้พอดี!
บรรยากาศในโต๊ะมุมอับของร้านกาแฟเงียบกริบลงทันที มินตรานิ่งค้างไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนงุนงง ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงเพราะความเครียดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เพราะเธอเริ่มมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า ผู้ชายตรงหน้าสติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว
"ธันวา..." มินตราเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงผสมความหวาดหวั่นเล็กน้อย เธอค่อยๆ ดึงข้อมือกลับอย่างนิ่มนวล ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างมาอังหน้าผากของเขาจริงๆ "นายไม่ได้เป็นไข้ปอบอะไรใช่ไหม ทำไมมือไม้เย็นเฉียบแถมยังทำตัวประหลาดๆ ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ"
"ฉัน... ฉันปกติดีทุกประการ!" ธันวาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยเรื่องระบบให้มินตราฟังตอนนี้ นอกจากเธอจะไม่เชื่อแล้ว เธออาจจะโทรศัพท์เรียกโรงพยาบาลศรีธัญญาให้มารับตัวเขาก่อนที่เขาจะได้ใช้เงินร้อยล้านเสียอีก
แต่ทว่า... ระบบตัวตึงก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้เขาได้อยู่อย่างสงบสุข
*ตึ้ง! [ประกาศจากระบบ: เนื่องจากผู้ใช้มีความพยายามปกปิดความลับกับคู่หมั้น ระบบจึงขอลงโทษด้วยการ 'เปิดเผยเสียงแจ้งเตือนออกลำโพงภายนอก' เป็นเวลา 5 วินาที เพื่อความโปร่งใส!]*
ชิบหายแล้ว! ธันวาหน้าถอดสี หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบอ้าปากจะตะโกนห้ามปราม แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
*ติ๊ง! โลภมาก ลาภหาย! ยินดีด้วยครับท่าน ได้รับภารกิจ 'กราบตักขอขมาฟ้าดิน' ณ บัดนี้!*
เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ที่ก้องกังวานและใสแจ๋วราวกับเปิดลำโพงบลูทูธ Marshall ขนาดใหญ่ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งร้านกาแฟที่เงียบสงบ เสียงนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของธันวา... แต่มันดังออกมาจากอากาศธาตุตรงหน้าเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ชนิดที่ว่าลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่กำลังจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ถึงกับสำลักพรวดออกมาทันที!
มินตราอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่ตอนนี้ทุกสายตาหันมาจ้องมองที่โต๊ะของพวกเขาเป็นตาเดียว ก่อนที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวจะค่อยๆ หันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"เมื่อกี้..." มินตราเค้นเสียงลอดไรฟันทีละคำ "เสียงบ้าอะไรดังมาจากหน้าหน้านาย... ธันวา... นายนี่มันมีความลับอะไรปิดบังฉันใช่มั้ย!"
ธันวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เขาชะوิ้มยิ้มแห้งๆ ให้กับหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวที่สุดในรอบสามสิบปีของชีวิตเขา
และก่อนที่มินตราจะได้ระเบิดอารมณ์ใส่เขาจนร้านแตก ประตูร้านกาแฟก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสามคนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนคุกเข่าต่อหน้าโต๊ะของพวกเขา เสียงประกาศจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็ดังแทรกขึ้นมาพอดี
*ติ๊ง! [ยอดเงินในบัญชีธนาคาร 'แบล็กการ์ด' ของท่าน ได้รับการโอนเข้าเพิ่มอีก 50,000,000 บาท เรียบร้อยแล้วครับท่าน]*
ธันวาก้มมองโทรศัพท์ในมือที่สั่นครืดคราดด้วยยอดเงินมหาศาล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมินตราที่กำลังอึ้งจนพูดไม่ออก และหันไปมองหัวหน้าบอดี้การ์ดในชุดสูทที่ยื่นซองเอกสารสีทองอร่ามมาตรงหน้า พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงอันดังฟังชัดว่า...
"ท่านครับ... รถโรลส์-รอยซ์ คันใหม่ที่ท่านสั่งซื้อไว้ จอดรออยู่ที่หน้าร้านเรียบร้อยแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฮาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 12
ความลับที่เกือบหลุด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!