"คุณบ้าไปแล้วหรือไงธันวา!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนกาแฟในแก้วกระฉอกออกมาเปื้อนเอกสารกองโต แต่มินตราหาได้สนใจไม่ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเหนื่อยล้ามาตลอดหลายปี บัดนี้กำลังจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจจนเกินจะบรรยาย
ธันวากุมขมับทันทีเมื่อเสียงเตือนจากระบบนรกนั่นยังคงดังระรัวอยู่ในหัวราวกับกลองเพลิง *[ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤต! เป้าหมายแสดงอาการหงุดหงิดเกิน 80% กรุณาหาทางเอาตัวรอดโดยด่วน หรือท่านอาจจะโดนฝ่ามือพิฆาตของคู่หมั้นสตรีเหล็กตบคว่ำในสามวินาที!]*
ให้ตายเถอะ นี่เขาจะต้องไปพิสูจน์ความจริงโดยไม่ให้มินตราจับได้ หรือจะต้องเอาตัวรอดจากความคลั่งของเธอตอนตีสองกันแน่เนี่ย!
"ผมไม่ได้บ้านะมินตรา ผมแค่..." ธันวาอึกอัก พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ที่คอลงไป สายตาคมกริบมองเอกสารสัญญาจำนองบ้านและที่ดินที่มินตราเพิ่งโยนใส่หน้าเขาเมื่อครู่ บนกระดาษแผ่นนั้นมีชื่อของเธอกำกับไว้ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วม—ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ยุคที่เขากินมาม่าห่อละหุกหัก จนกระทั่งวันที่เขาผงาดขึ้นเป็น CEO พันล้าน และร่วงหล่นลงมาเป็นไอ้ขี้แพ้ในชั่วข้ามคืน
บรรยากาศภายในห้องเช่าแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของฝนและความเครียดที่หนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก มินตราไม่ได้โวยวายต่อ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีซีด ไหล่บางลู่ลงอย่างคนแบกรับโลกไว้ทั้งใบ มือเรียวสั่นเทาน้อยๆ ขณะหยิบบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาสูบ ทั้งที่ปกติเธอเกลียดกลิ่นควันพวกนี้ที่สุด
"ทำไมถึงไม่บอกฉัน..." น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาจนแทบกระซิบ แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของอดีต CEO ผู้หยิ่งผยอง "วันที่คุณถูกฟ้องล้มละลาย วันที่เจ้าหนี้มาพังประตูห้อง วันที่คุณต้องขายนาฬิกาเรือนโปรด... ทำไมคุณถึงเลือกที่จะหายตัวไปแล้วกลับมาพร้อมกับไอ้ท่าทางแปลกๆ เหมือนคนสติหลุดแบบนี้ล่ะธันวา?"
ธันวาชะงัก ภายในอกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งมากดทับ
ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัว สมัยที่เขายังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ มินตราคือคนที่ยอมควักเงินเดือนก้อนสุดท้ายซื้อข้าวกล่องให้เขากินตอนที่โปรเจกต์เจ๊ง เธอบอกเขาว่า *'ไม่เป็นไรนะธันวา เริ่มใหม่ได้ ฉันไม่ได้รักที่คุณรวยเสียหน่อย'* แต่พอดันทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เขาก กลับกลายเป็นคนบ้างานที่ละเลยเธอ ปล่อยให้เธอนั่งรอคอยความว่างเปล่าในคอนโดหรู จนกระทั่งวันที่เขาดิ่งลงเหว มินตราก็ยังเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามาหา พร้อมกับยื่นสมุดบัญชีที่มีเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตของเธอให้ โดยไม่ถามหาเหตุผลสักคำ
และตอนนี้... ผู้หญิงคนเดิมกำลังนั่งมองเขาด้วยแววตาที่ผสม The ะหว่างความผิดหวัง ความห่วงใย และความเหนื่อยล้า
*[ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นอารมณ์ความผูกพันระดับตำนาน ระบบเปิดใช้งานโหมดพิเศษ: "เปิดอกคุยความจริงแบบไม่โดนต่อisย"]* เสียงระบบดังขึ้นขัดจังหวะ แต่ธันวาโบกมือปัดในใจอย่างรำคาญ ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจภารกิจงี่เง่าบ้าบออะไรนั่นอีกแล้ว สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในอกข้างซ้ายคือความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไป
ธันวาก้าวเข้าไปช้าๆ คุกเข่าลงข้างเก้าอี้ที่มินตรีนั่งอยู่ เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอตรงๆ
ดวงตาของมินตราแดงก่ำ มีหยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยอยู่แต่ไม่ยอมไหล rอg ออกมา สภาพของเธอในตอนนี้ช่างดูเปราะบางเหลือเกิน ไม่ใช่สาวออฟฟิศสุดสตรองที่คอยดึงปกคอเสื้อเขาหรือคอยด่ากราดคนอื่นอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะแตกสลายเพราะความดื้อรั้นของเขาเอง
"มินตรา..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและจริงจังที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเป็นแฟนที่แย่มากใช่ไหมครับ?"
มินตราเม้มปากแน่น เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา แต่ไหล่ที่สั่นไหวฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังกลั้นสะอื้น
"ผมรู้ว่าผมมันห่วยแตก" ธันวาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบนั้นไว้แน่น แม้ว่าเธอจะพยายามสะบัดออกในตอนแรก แต่เขากลับกระชับมันให้แน่นขึ้น "ผมอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าคุณ วันที่ผมล้ม ผมคิดแค่ว่าผมต้องรีบหาเงินมาคืนทุกคน ต้องกลับมายืนให้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร โดยเฉพาะ... โดยเฉพาะไม่อยากให้คุณต้องมาลำบากกับผมอีก"
"แล้วคุณคิดว่าการที่คุณทำตัวลับๆ ล่อๆ หายตัวไปครึ่งค่อนคืน ไปยืนคุยคนเดียวทำท่าทางเหมือนคนบ้า แล้วก็กลับมาพร้อมกับเงินเป็นล้านๆ แบบไร้ที่มาเนี่ย... มันทำให้ฉันสบายใจขึ้นเหรอธันวา!" มินตราหันกลับมาตวาดใส่หน้าเขา หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างสุดจะกลั้น "ฉันไม่ได้กลัวความลำบาก! ฉันกลัวการที่จะต้องตื่นมาแล้วพบว่า... คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะหายไปจากโลกนี้ต่างหาก!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของธันวา
เขานิ่งอึ้งไปสนิท ความคิดที่จะปกปิดเรื่องระบบมหัศจรรย์พังทลายลงในพริบตา เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยนั้น และตระหนักได้ทันทีว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่มินตราต้องการไม่ใช่ความร่ำรวย ไม่ใช่ชีวิตหรูหราในคอนโดราคาแพง แต่เธอต้องการ "เขา" คนเดิม คนที่แชร์ทุกข์แชร์สุขด้วยกัน ไม่ใช่หุ่นยนต์หาเงินที่ใส่หน้ากากความสำเร็จจอมปลอม
มุมปากของธันวายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากระบบ ไม่ได้มาจากความกวนประสาท แต่มาจากความโล่งใจที่ได้ปลดเปลื้องความลับอันหนักอึ้ง
"โอเคครับ..." ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความจริง "ถ้าผมจะบอกคุณว่า... ผมบังเอิญไปทำสัญญาช็อตฟีลกับระบบปริศนา ที่ถ้าผมทำภารกิจปัญญาอ่อนสำเร็จ ผมจะได้เงินมาถล่มหัวพวกปากเสีย... คุณจะเชื่อผมไหม?"
มินตราขมวดคิ้วฉับทันที สีหน้าเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความงุนงงระคนหมั่นไส้ในเสี้ยววินาที "ธันวา นี่คุณยังจะมาเล่นมุกบ้าอะไรตอนนี้อีก!"
"ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ!" ธันวารีบยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "เอาเป็นว่า... เชื่อใจผมอีกสักครั้งนะครับมินตรา ไม่ว่าเงินพวกนี้จะมาจากไหน หรือผมจะต้องทำตัวปัญญาอ่อนแค่ไหนเพื่อแลกกับมัน... ผมสัญญาว่าเราจะไม่ต้องกลับไปกินมาม่าห่อละสิบบาทแบ่งกันอีกแน่นอน"
มินจราจ้องหน้าเขานิ่ง เนิ่นนานราวกับพยายามค้นหาพิรุธในแววตาคู่นั้น ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วใช้มือทุบลงที่ไหล่หนาของเขาเต็มแรงหนึ่งที
"โอ๊ย! เจ็บนะมินตรา!" ธันวาแกล้งร้องโอดครวญ
"สมน้ำหน้า! อยากทำตัวน่าหมั่นไส้เองทำไม" มินตราเช็ดน้ำตาออกลวกๆ แม้ปากจะบ่นอุบอิบ แต่ริมฝีปากอิ่มกลับแอบยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างปิดไม่มิด "ถ้าเกิดว่าความลับบ้าๆ ของคุณมันทำให้เราต้องติดคุกขึ้นมา ฉันจะหย่ากับคุณเป็นคนแรกเลยคอยดู!"
"รับทราบครับผม!" ธันวาฉีกยิ้มกว้าง บรรยากาศอึมครึมในห้องเช่ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังปรับความเข้าใจกันอย่างซาบซึ้งอยู่นั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงทุบปังๆ และเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดจากด้านนอก "ไอ้ธันวา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้ขี้คุก! มึงคิดว่าหนีหนี้แล้วจะรอดเรอะ! วันนี้ถ้าพวกกูไม่ได้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย มึงเตรียมตัวนอนโรงพยาบาลได้เลย!"
ธันวาหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที
มินตราสะดุ้งตกใจ หน้าถอดสีรีบคว้าแขนเขาไว้ "ธันวา... พวกมันตามมาเจอได้ยังไง?"
ธันวาสูดหายใจเข้าลึกๆ เอื้อมมือไปตบหลังมือบางของมินตราเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มของอดีตนักธุรกิจใหญ่ที่พร้อมจะขยี้พวกเศษสวะให้จมดิน
"ไม่ต้องกลัวครับคนสวย..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม พรางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อหยิบบางสิ่งออกมา "ในเมื่อพวกมันอยากได้เงินนัก... เดี๋ยวผมจะแจก 'ความช็อตฟีล' ระดับโคตรมหาเศรษฐีให้พวกมันจนจำทางกลับบ้านไม่ได้เอง"
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบนรกก็ดังขึ้นในหัวพร้อมกับแสงสีทองวาบวาบ: *[ติ๊ง! ปลดล็อกภารกิจลับเฉพาะกิจ: "ตบหน้าเจ้าหนี้ด้วยบัตรดำวงเงินไม่จำกัด" รางวัล: ปลดหนี้ทั้งหมด + ความสะใจระดับ MAX! ท่านต้องการใช้งานทันทีหรือไม่?]*
ธันวากดปุ่มยอมรับในใจอย่างไร้ความลังเล พร้อมกับหมุนลูกบิดประตูห้องเช่าเปิดออกเผชิญหน้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าเลือดที่ยืนถือไม้รออยู่หน้าห้อง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของมินตราที่ยืนมองอยู่เบื้องหลัง ธันวาก็ก้าวออกไปพร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต และเอ่ยประโยคที่ทำให้พวกมันต้องเข่าทรุด...
"พวกคุณ... รับโอนผ่านแอปพลิเคชัน หรือจะให้รูดบัตรเครดิตวงเงินร้อยล้านดีครับ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความกวนประสาทของธันวาด้วยกันนะครับ!
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 19
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!