เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 10

อาหารมื้อค่ำเชื่อมใจ

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล่อดัง *ก๊องแก๊ง* เป็นจังหวะเร้าใจ คละเคล้าด้วยเสียงน้ำมันเดือดปุดๆ และกลิ่นหอมฉุยของหมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วขาวกับรากผักชีและน้ำตาลกรวด ที่ลอยฟุ้งทะลุผ่านหน้าต่างห้องครัวไม้เก่าๆ ออกไปอบอวลทั่วบริเวณบ้านพักข้าราชการทหารย่านชานเมือง ในช่วงปี 1980 เช่นนี้ กลิ่นเนื้อสัตว์ปรุงสุกและเครื่องเทศเข้มข้นถือเป็นความฟุ่มเฟือยระดับที่สามารถทำให้เพื่อนบ้านข้างเคียงถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอมามองด้วยความอิจฉา หลินเหมยในผ้ากันเปื้อนสีซีดแต่สะอาดสะอ้าน กำลังตวัดข้อมือผัดคะน้าไฟแดงในกระทะด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของเธอยามนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าจากการถูกรังแกในอดีตชาติหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความมุ่งมั่นของอดีตนักเก็งกำไรสาวผู้กุมอนาคตตลาดหุ้นในมือ และความสุขุมรอบคอบในการบริหารจัดการทรัพยากรทุกหยดจาก “มิติลับ” ที่ซ่อนอยู่ในแหวนหยกโบราณ วันนี้ไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นวันที่เธอตั้งใจจะใช้มื้อค่ำนี้เป็นการ “ซื้อใจ” และ “คืนกำไร” ให้กับสามีผู้เงียบขรึมที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก พันจ่าเอกหานตงยังคงอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกริบ แม้จะปลดกระดุมคอเสื้อออกเม็ดหนึ่งเพื่อความผ่อนคลาย แต่รัศมีน่าเกรงขามและความนิ่งขรึมราภูเขาหินก็ยังคงแผ่ออกมาอย่างชัดเจน เขายืนมองแผ่นหลังบางของภรรยาที่ขยับเขยื้อเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระกระเฉงมาเกือบสิบนาทีแล้ว โดยไม่คิดจะเอ่ยปากเร่งเร้าหรือบ่นว่าหิวเลยแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เธอจัดการตบหน้าสั่งสอนพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อในตลาดเมื่อวานซืน จนถึงการแอบเอาสินค้าเกษตรคุณภาพพรีเมียมจากมิติพิเศษไปปล่อยขายในตลาดมืดจนได้กำไรเป็นก้อนโตมาซุกไว้ใต้เบาะตู้เสื้อผ้า หานตงไม่เคยถามคาดคั้นความลับประหลาดเหล่านี้เลยสักครั้ง ชายหนุ่มเพียงแต่ทำหน้าที่เป็น “โล่กำบัง” ที่แข็งแกร่งที่สุด คอยยืนคุมเชิงเงียบๆ และจัดการพวกปากหอยปากปูที่กล้ามาวนเวียนใกล้รั้วบ้านให้เงียบเสียงลงไปถ้วนหน้า “มองอะไรอยู่หรือครับ ผู้กองหาน?” หลินเหมยปรายตามาเห็นสามียืนจ้องนานเข้าจึงเอ่ยแซوةเบาๆ พร้อมกับตักผัดคะน้ากรอบสีเขียวสดใส่จานเซรามิกเคลือบลายคลาสสิกด้วยความรวดเร็ว “มองเมียตัวเอง ผิดตรงไหน?” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันดังขึ้น หานตงตอบกลับทันควันโดยไม่มีอาการเขินอายแม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงตามธรรมชาติฉายแววอ่อนโยนลงยามที่สบตากับเธอ “คุณเหนี่ยวไกจัดการพวกมันซะเรียบในตลาดวันก่อน วันนี้ยังต้องมายืนหน้าเตาร้อนๆ อีก พักเสียบ้างก็ได้ ผมช่วยได้นะ” “งานในครัวเป็นอาณาจักรของฉันค่ะ… เอ๊ย ของฉันครับ” หลินเหมยเกือบหลุดสำนวนติดปากสมัยชาติก่อนออกมา รีบแก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งค้อนวงงามให้สามีหนึ่งที “อีกอย่าง อาหารมื้อนี้ฉันตั้งใจทำเพื่อขอบคุณคุณโดยเฉพาะ ตอบแทนที่คุณยอมเป็นพรรคพวก คอยถือกระสอบแป้งและยืนคุมเชิงให้ฉันในตลาดมืดโดยไม่ถามซอกแซกอะไรสักคำ” หานตงขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูเล็กลงถทันตา กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นสบู่กร้านแดดและกลิ่นสะอาดๆ ของเครื่องแบบทหารลอยเข้าแตะจมูกหลินเหมยจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ชายหนุ่มยื่นมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธมาช่วยยกหม้อตุ๋นหมูสามชั้นออกจากเตาอย่างระมัดระวัง โดยไม่สนใจเลยว่าคราบเขม่าควันไฟจะเฉียดใกล้เสื้อผ้าตัวเองหรือไม่ “หน้าที่ของผมคือสามีของคุณ เรื่องอื่นไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยและความสุขของคุณหรอก” หานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของภรรยา สื่อความหมายลึกซึ้งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาไฟตรงหน้า “อีกอย่าง… หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงนี่ กลิ่นมันยั่วโมโหผมมาตั้งแต่คุณเริ่มเคี่ยวแล้วต่างหาก” หลินเหมยหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดจากการต่อสู้ฟาดฟันกับโลกภายนอกมลายหาย aสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เธอยื่นมือไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือ ก่อนจะจัดการยกสำรับอาหารทั้งหมดไปจัดวางบนโต๊ะไม้ตัวเล็กกลางห้องรับแขก บนโต๊ะยามนี้มีอาหารหน้าตาน่ากินถึงสี่อย่างด้วยกัน: 1. หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วสูตรลับจากมิติพิเศษ เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก ชั้นไขมันใสแจ๋วแทรกด้วยเนื้อแดงสีชมพูฉ่ำซอส รสชาติกลมกล่อมเค็มหวานกำลังดี 2. ผัดคะน้าไฟแดงกรอบกริบ สีเขียวมรกตตัดกับกระเทียมเจียวหอมกรุ่น 3. ซุปเต้าหู้ไข่ใส่สาหร่ายร้อนๆ ซดคลายคอ 4. ข้าวสวยหุงจากข้าวสารชั้นดี เมล็ดอวบอ้วนขึ้นเงาส่งกลิ่นหอมชวนหิว ทั้งสองนั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน หานตงไม่รอช้า เขาคีบหมูสามชั้นชิ้นโตที่สุดและแทรกมันน้อยที่สุดใส่ลงในชามข้าวของหลินเหมยทันที ก่อนจะตักข้าวพูนชามเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สมกับที่เป็นชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ใช้พลังงานวันละหลายพันแคลอรี “อร่อยไหมครับ?” หลินเหมยถามพลางตักซุปใส่ถ้วยให้เขา “อร่อยมาก ฝีมือคุณไม่มีที่ติ… เหมือนกับเรื่องอื่นที่คุณทำนั่นแหละ” หานตงตอบเสียงอู้อี้เพราะเคี้ยวข้าวเต็มคำ แต่สายตายังคงจ้องมองภรรยาด้วยความหลงใหลไม่เสื่อมคลาย “ว่าแต่ แผนการลงทุนลอตต่อไปของคุณในตลาดมืดพรุ่งนี้ เรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม? เงินทุนห้าพันหยวนที่เราได้จากกำไรสัปดาห์ก่อน คุณจะเอาไปลงกับอะไรล่ะ หุ้นปันผล หรือว่าสินค้าโภคภัณฑ์ขาดแคลนพวกนาฬิกาข้อมือจากแดนใต้?” หลินเหมยชะงักตะเกียบในมือเล็กน้อย เธออมยิ้มบางๆ อย่างคนกุมความลับระดับชาติ “ผู้กองหาน… คุณนี่รู้ทันฉันตลอดเลยนะ หุ้นหรือสินค้าพวกนั้นมันก็แค่กำไรฉาบฉวยเพื่อสะสมทุนตั้งต้นเท่านั้นแหละ เป้าหมายที่แท้จริงของฉันในยุค 1980 นี้ คือการกว้านซื้อที่ดินรกร้างแถบชานเมืองที่กำลังจะประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่างหากล่ะคะ… เอ๊ย ครับ!” เธอรีบแก้คำพูดอีกครั้งเมื่อเห็นหานตงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสนใจ ชายหนุ่มวางตะเกียบลง มองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและศรัทธาอย่างไม่ปิดบัง “ที่ดินรกร้างแถบนั้นไม่มีใครเอาหรอกนะ เหมยเหมย ดินเค็มปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แถมยังไกลจากตัวเมือง” หานตงเอ่ยท้วงตามประสาคนท้องถิ่น แต่ไม่ได้ขัดขวาง “แต่ถ้าคุณบอกว่ามันมีค่า… ผมก็จะเอาเงินเดือนทหารทั้งหมดบวกกับเงินเก็บก้อนสุดท้าย ไปกว้านซื้อมาเป็นชื่อของคุณให้หมด” “ไม่ต้องใช้เงินเดือนคุณหรอก ฉันมีทุนของฉันเอง” หลินเหมยส่ายหน้ายิ้มๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ การมีสามีที่ฉลาด ทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และพร้อมสนับสนุนภรรยาอย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ คือ“หุ้นบลูชิพ” ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในชีวิตที่เธอเคยเก็งกำไรมา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความสุขในครอบครัว เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน—*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*—ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรัวแรงและเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมแสบที่มักจะโผล่มาสร้างความวุ่นวายในเวลาที่คนอื่นเขามีความสุขที่สุด “หลินเหมย! นังสะใภ้เนรคุณ แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินของดีกันอยู่ข้างใน กลิ่นมันโชยไปถึงปากซอยแล้ว! ส่งเนื้อตุ๋นกับเงินมาให้ฉันครึ่งหนึ่งเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแหกปากให้ทหารทั้งค่ายรู้ว่าแกแอบค้าของเถื่อนในตลาดมืด!” รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเหมยแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะฉายแววเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอกำตะเกียบในมือแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่หานตงค่อยๆ วางชามข้าวลง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงดุจพญายม ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น “นั่งกินข้าวต่อเดี๋ยวนี้ครับ เหมยเหมย” หานตงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาดุดันมองตรงไปที่ประตูบ้าน “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม… ผมจะจัดการ ‘เก็บกวาด’ ขยะชิ้นนี้ออกไปให้พ้นทางที่คุณเอง” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและสะใจไปกับความฉลาดของหลินเหมยและสามีสุดคลั่งรักนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%