“สิบหยวนที่ป้าสะใภ้ใหญ่ทวงถามเมื่อวาน เทียบไม่ได้เลยกับผลตอบแทนที่จะงอกเงยจากกระดาษแผ่นนี้ในอีกสิบปีข้างหน้าครับพี่ตง”
เสียงกระซิบของหลินเหมยดังขึ้นท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องประกายวับแวม บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบในห้องครัวหลังน้อย ใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงการศึกษาของโรงเรียนประหลาดประจำอำเภอถูกกางออกอย่างทะนุถนอม ตัวอักษรสีดำที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ คือหมุดหมายแรกที่เธอปักลงบนกระดานชีวิตยุค 1980 นี้
หลินเหมยในยามนี้ไม่ได้มีคราบไคลของหญิงสาวชาวบ้านผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาเช่นชาติก่อน ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวเลขคำนวณต้นทุนการค้าขายสมุนไพรในมิติลับสลับกับเงินสดก้อนแรกที่ได้จากการปล่อยสินค้าล็อตใหญ่ในตลาดมืดเมื่อวานนี้ สำหรับนักเก็งกำไรผู้เคยผ่านตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดฟิวเจอร์สมาอย่างโชกโชน ยยุคสมัยที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ทางเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับเหมืองทองคำเคลื่อนที่
“เหมยออร์... พี่เชื่อใจน้องเสมอ”
พันจ่าเอกหานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบที่มักใช้เฉียบคมในยามบัญชาการกองกำลังชายแดน บัดนี้กลับทอดมองภรรยาด้วยความอ่อนโยนจนแทบละลาย มือใหญ่ที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธและขุดดินทำไร่เอื้อมมาสัมผัสมือเรียวบางของเธออย่างทะนุถนอม เขาไม่เคยสงสัยในสติปัญญาของภรรยา แม้ว่าเมื่อก่อนเธอจะเป็นคนเงียบขรึมและอ่อนแอ แต่ตั้งแต่รอดตายจากไข้ป่าครั้งนั้น หลินเหมยก็กลายเป็นดั่งมันสมองและดวงใจของบ้านหลังนี้ไปเสียแล้ว
“เราไม่ได้กำลังใช้เงินเพื่อซื้อความรู้เพียงอย่างเดียวครับพี่ตง” หลินเหมยเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนักลงทุนปรากฏขึ้นที่มุมปาก “แต่เรากำลัง ‘ซื้ออนาคต’ ของลูกหลานตระกูลหาน... และที่สำคัญที่สุดคือ เรากำลังสร้างเกราะคุ้มกันให้ครอบครัวเราหลุดพ้นจากพวกปลิงดูดเลือดพวกนั้นอย่างถาวร”
คำว่า ‘ปลิงดูดเลือด’ ทำให้หานตงขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกถึงท่าทีของแม่ใหญ่และบรรดาญาติพี่น้องที่มักจะมาเคาะประตูบ้านเพื่อขอส่วนบุญหรือไถเงินอยู่เป็นนิจ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเขาส่งเงินเดือนทหารกลับมาให้ภรรยาเก็บไว้ คนพวกนั้นก็ยิ่งจ้องจะเข้ามาฮุบเสมือนฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์
“พรุ่งนี้พวกเขาน่าจะมาที่บ้านอีก” หานตงกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความเย็นชา “เรื่องเงินกองทุนการศึกษาที่น้องแอบไปจ่ายให้เด็กๆ ในหมู่บ้านเพื่อแลกกับการรับซื้อโสมป่า น่าจะรู้ถึงหูแม่ใหญ่แล้ว”
“ให้พวกเขารู้สิครับ ยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี” หลินเหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ “การลงทุนมีความเสี่ยง แต่นโยบายการเอาคืนคนโลภ... ไม่มีความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อยครับ”
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน หลินเหมยไม่ได้เพียงแค่นำโสมป่าคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับออกมาขายในตลาดมืดเพื่อทำกำไรก้อนโตเท่านั้น แต่เธอยังใช้กลยุทธ์ ‘การลงทุนเพื่อสังคม’ (Social Investment) โดยการออกทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนในหมู่บ้าน เพื่อแลกกับการที่ครอบครัวของเด็กเหล่านั้นต้องคอยเป็นหูเป็นตาและจัดหาวัตถุดิบป่าหายากมาส่งให้เธอโดยตรง เป็นการตัดพ่อค้าคนกลางและสร้างเครือข่ายสายลับย่อมๆ ในชุมชนไปในตัว
“น้องวางแผนไว้หมดแล้ว...” หลินเหมยลุกขึ้นเดินไปหยิบหม้อดินเผาที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘ไก่ตุ๋นโสมยาจีน’ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวทันทีที่เปิดฝา เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมล้ำลึกของโสมป่าอายุหลายสิบปีที่เธอแอบดึงมาจากมิติลับ น้ำซุปสีทองใสแต่รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมส่งกลิ่นเย้ายวนจนแม้แต่คนอิ่มท้องก็ยังต้องน้ำลายสอ
“กินเสียก่อนครับพี่ตง พรุ่งนี้เช้าเรายังมีศึกใหญ่ที่ต้องรับมือ” ตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบส่งให้สามี พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ซ่อนคมดาบไว้เบื้องหลัง
หานตงรับชามกระเบื้องมาถือไว้ ไอความร้อนพวยพุ่งปะทะใบหน้าคมคาย เขามองหน้าภรรยาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งรัก ทั้งหลง และทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้ทำให้บ้านไม้หลังเก่าที่เคยเงียบเหงา กลายเป็นป้อมปราการที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายของชัยชนะ
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังซดน้ำซุปร้อนๆ ท่ามกลางความอบอุ่นของค่ำคืน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของสะใภ้รองตระกูลหานที่แผדแผดเสียงแหบแห้งเข้ามาในความมืด
“หลินเหมย! นังตัวดี! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงเอาเงินของตระกูลไปแจกเด็กพวกนั้น! ออกมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!”
หานตงวางชามซุปในมือลงทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง ร่างสูงใหญ่เตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการกับแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ แต่หลินเหมยกลับเอื้อมมือไปแตะแขนเขาไว้เบื้องแผ่วเบา รอยยิ้มที่มุมปากของเธองดงามเยือกเย็นราวกับปีศาจสาวผู้ควบคุมเกมการเงิน
“ใจเย็นๆ ครับพี่ตง...” หลินเหมยกระซิบเสียงหวาน ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน “ปล่อยให้ปลาตัวใหญ่... ว่ายเข้าอวนเองดีกว่าครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและสะใจไปกับความฉลาดของหลินเหมยและสามีสุดคลั่งรักนะครับ
เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 11
ทุนการศึกษาคือการลงทุน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!