"ถ้าภรรยาของผมไม่มีค่าพอจะยืนเคียงข้างใครในค่ายนี้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่คนที่เที่ยวเอาเวลาหลวงมาใช้ซุบซิบนินทาชาวบ้านเหมือนพวกว่างงานบางคน... จริงไหมครับผู้หมวดเฉิน?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นผ่ากลางห้องโถงรับรองของกองพัน น้ำเสียงนั้นไม่ได้ตะคอก ไม่ได้เกรี้ยวกราด ทว่าทุกถ้อยคำกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนในรัศมีสเมตร รอยยิ้มมุมปากของพันจ่าเอกหานตงไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคมกริบคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เขายืนบังร่างเพรียวบางของหลินเหมยไว้มิดชิด ราวกับภูเขาหินผาที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่มีวันยอมให้เศษหินก้อนใดกระเด็นมาโดนภรรยาของตน
หลินเหมยช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่รีดเรียบกريب หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ชาติก่อนเธอต้องทนโดดเดี่ยว ต่อสู้กับพวกญาติเปรตสูบเลือดสูบเนื้อโดยลำพัง สามีทหารคนนี้มักจะประจำการแนวหน้าจนแทบไม่เจอหน้ากัน แต่ในเวลานี้... เขากลับยืนหยัดปกป้องเธออย่างเปิดเผยท่ามกลางสายตานับสือคู่ของนายทหารและภรรยาผู้มีอิทธิพลในค่าย
บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันที ชนิดที่ว่าหากมีเข็มตกสักเล่มคงได้ยินเสียงกังวาน ผู้หมวดเฉิน จ Xioajun (เฉินเสี่ยวจวิน) หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหยันที่เพิ่งประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่แข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและอับอายระคนโกรธเกรี้ยว เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคุกكามของหานตง
"พันจ่าเอกหาน... คุณหมายความว่ายังไง! ผมแค่พูดความจริง สะใภ้บ้านนอกคอกนาคนนี้ จู่ๆ ก็หอบตะกร้าสินค้าเข้ามาขายในเขตทหาร แถมยังแต่งตัวฉูดฉาดผิดระเบียบ มันสะเทือนถึงภาพลักษณ์ของกองพันเรานะ!" ผู้หมวดเฉินพยายามเค้นเสียงแข็งสู้ แม้ขาจะเริ่มสั่นเทาภายใต้แรงกดดันระดับนายทหารแนวหน้าที่ผ่านสนามรบมาจริงๆ
"ผิดระเบียบตรงไหน?" หลินเหมยขยับตัวก้าวออกมาจากด้านหลังของสามีเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับนักเก็งกำไรผู้กุมกระดานหุ้น เธอเหยียดยิ้มเย็นชาแต่นุ่มนวล "สินค้าที่ฉันนำมาเสนอในวันนี้ คือ 'แป้งทอดกรอบสูตรลับโบราณ' และ 'เนื้อเค็มสมุนไพรบำรุงกำลัง' ซึ่งผ่านการตรวจสอบสุขอนามัยเบื้องต้นจากกองพลาธิการแล้ว และที่สำคัญ... ฉันเข้ามาตามคำเชิญของสมาคมแม่บ้านทหารบก เพื่อนำเสบียงอาหารเสริมมาสนับสนุนกองร้อยฝึกภาคสนาม ไม่ทราบว่าผู้หมวดเฉินมีสิทธิ์อะไรมาขัดขวางภารกิจที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาแล้ว?"
หมัดฮุคหมัดนี้รุนแรงยิ่งกว่าคำด่าตรงๆ ใบหน้าของผู้หมวดเฉินเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงก่ำ ภรรยาของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าซีดเผือด รีบดึงชายเสื้อสามีเพราะรู้ดีว่ากำลังหาเรื่องใส่ตัวเข้าให้แล้ว
หานตงเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง แววตาที่มองเธอนั้นอ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เขาจะหันกลับไปหาคู่กรณี น้ำเสียงของเขากดต่ำลงอีกระดับจนน่ากลัว "ภรรยาของผม เธอมีความสามารถหาเงินสุจริต เลี้ยงดูครอบครัว และช่วยแบ่งเบาภาระในค่าย ไม่เหมือนใครบางคนที่วันๆ เอาแต่ใช้ชื่อสามีไปเที่ยวหาเรื่องชาวบ้าน ถ้าคุณยังมีเวลาว่างมากพอจะมายุ่งเรื่องของคนอื่น ผมคงต้องขออนุญาตเรียนร้อยโทฉิน ให้ส่งคุณไปฝึกทบทวนระเบียบวินัยที่แดนเหนือสักสามเดือนดีไหม?"
สิ้นคำว่า "แดนเหนือ" ผู้หมวดเฉินถึงกับหน้าถอดสีสนิท ที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเหน็บและการฝึกโหดหิน ใครโดนส่งไปมีหวังได้กลับมาสภาพปางตาย เขาพนมมือสั่นระริก รีบโค้งศีรษะขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ "ผม... ผมแค่ล้อเล่นครับ หัวหน้าหาน! อย่าถือสาคนโง่เขลาอย่างผมเลย!"
หลินเหมยลอบยิ้มเยาะในใจ เกมนี้เธอกับสามีประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ หานตงไม่เพียงแต่ปกป้องเกียรติของเธอ แต่ยังประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ในกองทัพอย่างแยบยล ทำให้ไม่มีใครกล้าดูถูกสะใภ้บ้านนอกคนนี้อีกต่อไป
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มคลี่คลาย เสียงย่ำเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มกังวานของชายวัยกลางคนในชุดนายพล
"ฮ่าๆๆๆ! สมแล้วที่เป็นทหารเอกมือหนึ่งของฉัน ปกป้องแม้กระทั่งภรรยาได้อย่างยอดเยี่ยม สมศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!"
ทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก รีบทำความเคารพทันทีเมื่อผู้พันเจิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สายตาคมกราบกรานมองมาที่หลินเหมยด้วยความสนใจใคร่รู้ "เธอใช่ไหม หลินเหมย คนที่ทำอาหารบำรุงกำลังให้กองร้อยที่สามจนพวกมันมีแรงวิ่งฝึกทะลุเป้าเมื่อเชหานี้?"
หลินเหมยสูดหายใจเข้าลึกตั้งสติ ก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ "เรียนท่านผู้พัน ดิฉันเองค่ะ... เอ่อ หมายถึง กระผม... ดิฉันคือหลินเหมย ยินดีที่ได้2รับใช้กองทัพค่ะ"
ผู้พันเจิงพยักหน้ารับอย่างพอใจ "ดี! อาหารฝีมือเธออร่อยมากจริงๆ ฉันมาชิมเพราะกลิ่นหอมที่ลอยไปถึงกองบัญชาการโน่น..."
พูดจบ ผู้พันเจิงก็สูดจมูกฟุดฟิด พร้อมกับกวาดตามองไปยังตะกร้าไม้ไผ่สานประณีตที่หลินเหมยถือมา ซึ่งตอนนี้ไอความร้อนเริ่มระอุขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
"หอมอะไรวะเนี่ย..." ผู้พันเจิงครางในลำคอด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่หลินเหมยเปิดผ้าขาวบางออก เผยให้เห็น "ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมคำโต" ที่แป้งนุ่มฟูสีขาวนวลและ "หมูตุ๋นน้ำแดงพะโล้โบราณ" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปข้นคลั่กสีอำพันส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงกองพัน ชนิดที่ต่อให้นายทหารที่อิ่มมาหิวแค่ไหน ก็ต้องน้ำลายสอขึ้นมาทันที
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับความหอมเย้ายวนใจนั้นเอง หานตงกลับก้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เจือแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
"ภรรยาครับ... เย็นนี้ ในมิติลับของคุณ ยังเหลือ 'เป็ดพะโล้ตุ๋นยาจีน' อีกครึ่งตัวที่ซ่อนไว้กินกันสองคนใช่ไหมครับ? ผมว่า... เราควรกลับไปเคลียร์บัญชีความหวานที่ค้างคาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนให้เสร็จก่อนดีกว่านะ..."
หลินเหมยหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงสายตาแพรวพราวของสามีที่ซ่อนอยู่ใต้มาดนิ่งขรึม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความฟินและการฟาดฟันสุดสะใจนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 12
เผชิญหน้าคนในกองทัพ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิตกับสามีทหารผู้คลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!