ตรอกซอกซอยของเมืองเก่าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เขาวงกตของอิฐมอญและบลูสโตน แต่มันคือกับดักขนาดย่อมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบความอดทนของรินรดาโดยเฉพาะ
หน้าจอมือถือในมือดับสนิทลงด้วยเหตุผลคลาสสิกอย่างแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง หลังจากที่เธอพยายามเปิดแผนที่นำทางวนอยู่ในวงเวียนเดิมมานานร่วมชั่วโมง กลิ่นอายของเครื่องเทศและชีสเก่าแก่ที่ลอยมาจากร้านอาหารรอบข้างไม่ได้ช่วยให้ความหิวลดลงเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะทำให้เธอหงุดหงิดจนอยากจะเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งลงถังขยะสาธารณะ
ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังหลงทางอยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องผังเมืองแย่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปจริงๆ หรือเนี่ย
เชฟสาวพ่นลมหายใจยาวเหยียดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวกระวัง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเทา แสงไฟจากร้านค้าเริ่มเปิดสลับกันทีละดวง สภาพแวดล้อมที่เคยดูโรแมนติกในยามบ่าย ตอนนี้กลับเริ่มให้บรรยากาศวังเวงจนน่าขนลุก
รินรดากระชับเสื้อโค้ตตัวหนาเข้าหากันเพื่อป้องกันไอความเย็นที่เริ่มคืบคลานเข้ามา เธอยืนลังเลอยู่ตรงทางแยกที่ไร้ผู้คน ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นทางลัดกลับสู่โรงแรมที่พัก แต่เดินมาได้ไม่ถึงห้าสิบเมตร ทางเดินข้างหน้าก็ตันสนิทด้วยกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่าของตึกโบราณ
"เยี่ยม... ทางตันสมบูรณ์แบบ" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงประชดประชัน พร้อมกับกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างหมดความอดทน
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังมาด้วยจังหวะสม่ำเสมอก็ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของตรอกแคบ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินกรวดนั้นชัดเจนเสียจนรินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหมุนตัวกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงมาภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนัง
ร่างนั้นหยุดยืนนิ่ง เว้นระยะห่างออกไปประมาณสามเมตร ไหล่กว้างที่คุ้นตาภายใต้เสื้อโค้ตสั่งตัดชั้นดี และท่าทางยืนที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือตัวแบบนั้น... ต่อให้ปิดตาเดินมารินรดาก็จำได้แม่นว่าคือใคร
"คุณ..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ "คุณสะกดรอยตามฉันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ออกจากร้านอาหารเมื่อกี้แล้วเหรอ คีย์ตวัท?"
คีย์ตวัทไม่ตอบทันที ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว แสงไฟสลัวตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามได้รูปที่ดูดุดัน ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่รินรดาเกลียดนัก—ประกายความเหนือกว่า
"สะกดรอยตาม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตามแบบฉบับ "คุณคิดว่าตัวเองมีความน่าสนใจพอให้ผมต้องเสียเวลาเดินตามต้อยๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ แบบนี้เหรอ เชฟรินรดา"
"ถ้าไม่ได้ตามมา แล้วคุณมาทำอะไรแถวนี้ในเวลาแบบนี้ ปากซอยโน้นก็ไม่ใช่ทางผ่านไปโรงแรมของคุณด้วยซ้ำ" เธอย้อนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นท้าทายแม้ว่าในใจจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะจากระยะห่างที่ค่อยๆ ลดลง "หรือว่าคุณเกิดอาการคิดถึงฝีปากฉันจนทนไม่ไหว ถึงได้เดินตามหาเงาฉันไปทั่วเมืองกันแน่"
คีย์ตวัทแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของคนปากเก่งที่ยืนกอดอกแน่นเพื่อซ่อนความหนาว "มั่นใจเกินไปแล้ว... ผมแค่บังเอิญเดินมาสำรวจเส้นทางเพื่อหาวัตถุดิบสำหรับบทความชิ้นต่อไป ไม่ได้ว่างงานพอจะมาเดินเป็นพี่เลี้ยงเด็กหลงทาง"
"ฉันไม่ได้หลงทาง!" รินรดาเถียงกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด เสียงสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่โดนจี้ใจดำ "ฉันแค่... กำลังศึกษาวัฒนธรรมตรอกซอกซอยของที่นี่อยู่ต่างหากเล่า"
"อ๋อ... ศึกษาจนมุมติดกำแพงอิฐตันๆ เนี่ยนะ เป็นวิธีหาความรู้ที่แปลกดี" คีย์ตวัทเดินเข้ามาประชิดตัวเธอมากขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาต้องเงยหน้ามอง ปลายจมูกของเขาแทบจะชนกับกลุ่มผมที่หลุดรุ่ยเพราะแรงลมของเธอ กลิ่นอายความสะอาดผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ และความเย็นของอากาศรอบตัวหลอมรวมกันจนสร้างแรงกดดันแปลกประหลาด
รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เธอขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงอิฐเย็นเฉียบ แต่คีย์ตวัทกลับไม่ยอมให้เธอมีพื้นที่ถอยหนี ชายหนุ่มยกมือข้างหนึ่งขึ้นค้ำกับกำแพงด้านข้าง กักตัวเธอไว้ให้อยู่ในวงแขนของเขาอย่างสมบูรณ์
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนความอุ่นออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนตัวสูงที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่นคมจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ สื่อความหมายบางอย่างที่รินรดาไมกล้าแม้แต่จะตีความ
"ถอยไปนะ คีย์ตวัท" เธอเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองชุด
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะ คุณจะทำยังไง?" เขาถามเสียงพร่า ทอดสายตามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของเธอ "จะต่อปากต่อคำด้วยทฤษฎีอาหารเลิศหรูเหมือนในครัวเมื่อกลางวันอีกไหม"
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ เธอเกลียดสถานการณ์แบบนี้ที่สุด—สถานการณ์ที่เธอตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งทางกายและทางความรู้สึก ทั้งที่ตั้งใจจะรักษาฟอร์มให้ดีที่สุดแท้ๆ แต่ทำไมไอ้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ถึงต้องคอยเข้ามาปั่นป่วนหัวใจเธออยู่เรื่อยด้วย
"คุณมัน... คนน่ารำคาญที่สุด" เธอพึมพำออกมาอย่างจนมุม
คีย์ตวัทมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้เห็น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะแตะกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหนาวและอารมณ์ที่ปั่นป่วน
"ถ้ารำคาญนักทำไมไม่หัดจำทางให้ดีกว่านี้" เขาเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด "เลิกดื้อแล้วเดินตามมาเงียบๆ ได้แล้ว... ทางออกอยู่ตรงนั้น"
พูดจบ คีย์ตวัทก็ผละตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้รินรดายืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนของเขา ชายหนุ่มหันหลังให้แล้วเดินนำออกไปทางปากตรอกโดยไม่หันกลับมามอง ทว่าเขากลับหยุดเดินเมื่อก้าวไปได้สามก้าว แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่หันมามองหน้า
"ถ้ายังยืนเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนั้น ระวังจะได้นอนเฝ้ากำแพงอิฐนี่จริงๆ นะ เชฟริน"
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับเผลอยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอรีบก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะยังฮึดฮัดไม่ยอมรับความช่วยเหลือของเขาก็ตามที
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินพ้นมุมตรอกเพื่อออกสู่ถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เสียงฝีเท้าฝูงชนกลุ่มใหญ่ที่วิ่งกรูเข้ามาพร้อมกับเสียงเอะอะโกลาหลก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
เงาร่างของชายแปลกหน้าสามคนในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งพรวดออกมาจากมุมถนนด้านหน้า ใบหน้าของพวกเขาสวมหน้ากากอนามัยอำพรางและพุ่งเป้าตรงมาที่คีย์ตวัทโดยเฉพาะ พร้อมกับวัตถุโลหะสีเงินวาววับในมือที่สะท้อนแสงไฟสลัวอย่างน่ากลัว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเชฟเรานะครับ
เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 5
คนซึนเดินหลงทาง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!