คมมีดสะท้อนแสงไฟสลัววาดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว รินรดาไม่รอให้สมองสั่งการซ้ำสอง สัญชาตญาณเชฟที่ต้องหลบหลีกคมมีดและของร้อนในครัวแคบๆ มานับครั้งไม่ถ้วนทำให้เธอเอี้ยวตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ปลายมีดเฉี่ยวชายเสื้อคลุมไปเพียงมิลลิเมตรเดียว
แต่ก่อนที่ชายชุดดำคนแรกจะได้เงื้อมือแทงซ้ำ ร่างสูงโปรดของคีย์ตวัทก็พุ่งเข้าใส่ดั่งพายุหมุน มือหนาคว้าข้อมือของมันบิดกระชากด้วยแรงมหาศาล เสียงกระดูกลั่นกรอบพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของตรอกมืด วัตถุโลหะในมือร่วงหล่นกระทบพื้นคอนกรีตดังเคร้ง
"อย่าขยับ" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ตวัทเยือกเย็นและทรงพลังยิ่งกว่าคมมีดในมือพวกมัน ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ชายชุดดำอีกสองคนลังเล ชำเลืองมองเพื่อนที่ถูกหักข้อมือจนทรุดฮวบ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งพรรคพวกแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดของตรอกอย่างไร้ร่องรอย คีย์ตวัทไม่ได้วิ่งไล่ตาม เขายืนนิ่งมองตามเงาเหล่านั้นด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะหันกลับมามองคนด้านหลังที่ยืนหายใจหอบถี่อยู่ไม่ไกล
"คุณ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือไปด้วยความร้อนรนเล็กน้อย แม้เจ้าตัวจะพยายามปรับให้ราบเรียบแทบไม่ทัน
รินรดาเชิดหน้าขึ้น ปัดฝุ่นตามแขนเสื้อด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มความมั่น ริมฝีปากบางยกยิ้มหยันแม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายตามกรอบหน้า
"ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที ฉันคงสับพวกมันเป็นชิ้นๆ แทนเนื้อแกะในมื้อเย็นแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย, ครับ!" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตที่ส่งตรงมา
คีย์ตวัทแค่น "หึ" ในลำคอ ปากร้ายสวนกลับทันควันตามวิสัย "ปากดีแบบนี้ ค่อยน่าเอาไปโยนให้สุนัขจรจัดแถวนี้กินหน่อย... เก็บของแล้วตามมา อย่าให้ผมต้องเสียเวลาลากคุณไป"
หลังผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญและการเคลียร์พื้นที่กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งคู่ก็ถูกบังคับให้ต้องมานั่งเผชิญหน้ากันในภัตตาคารอาหารพื้นเมืองหรูหราแห่งหนึ่งตามแผนงานที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟคริสตัลสาดส่องลงบนโต๊ะอาหารไม้สักทอง จานอาหารหรูหราส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วเย้าความหิว แต่ไม่มีใครแตะต้องมันเลยสักคน
ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองยาวนานจนน่าอึดอัด รินรดากวาดสายตามองอาหารจานตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นสบตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาอ่านยาก
"มองทำไมคะ... ครับ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึไง ถึงได้จ้องไม่วางตาแบบนั้น" รินรดาอดไม่ได้ที่จะกระแทกเสียงประชดเพื่อทำลายความเงียบ
"ผมแค่กำลังคิดว่า..." คีย์ตวัทวางช้อนในมือลงช้าๆ เสียงกระทบกับจานดัง *กริ๊ง* เบาๆ "คนปากเก่งอย่างคุณ รอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไงโดยที่ยังไม่โดนใครเอาไปแกงโฮะ"
"ปากแบบนี้สินะคะ ถึงได้ไม่มีใครเอา... อุ๊บ!" รินรดารีบยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดคำพูดแสบสันต์ออกไปอีกรอบ ใบเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความหงุดหงิดที่ควบคุมปากตัวเองไม่ได้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้
คีย์ตวัทมุมปากกระตุกเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง ดวงตาคมกวาดมองท่าทีฮึดฮัดพองขนของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับว่ามัน... น่าเอ็นดูอย่างประหลาด
"เลิกทำหน้าเหมือนแมวโดนเหยียบหางสักที กินเข้าไปซะ อาหารมื้อนี้ผมเป็นคนสั่ง และถ้าคุณกล้าวิจารณ์ว่ามันไม่อร่อยล่ะก็..." เขาเว้นจังหวะโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะ15องศา สายตากดดันคมกริบ "ผมจะหักเงินเดือนค่าที่ปรึกษาของคุณครึ่งหนึ่ง"
"คุณมันเผด็จการ บ้าอำนาจ!" รินรดาแยกเขี้ยวใส่ แต่สุดท้ายก็ยอมตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความคับแค้นใจ ทว่ารสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นของอาหารตรงหน้ากลับทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด
คีย์ตวัทมองท่าทางนั้นเงียบๆ ความซึนเดระที่เคยห่อหุ้มหัวใจน้ำแข็งเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักวิจารณ์หนุ่มผู้เย็นชาอีกครั้งโดยที่เขาไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารใต้แสงจันทร์เริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่คีย์ตวัทกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายกำแพงระหว่างกัน
*เคร้ง!*
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังโต๊ะอาหารแตกละเอียดกระจายเกลาว กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาในพริบตา คีย์ตวัทรีบพุ่งตัวข้ามโต๊ะคว้าเอวบางของรินรดากระชากให้หลบวิถีกระสุนที่พุ่งเจาะทะลุกำแพงปูนด้านหลังอย่างฉิวเฉียด ทั้งสองล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยกัน ร่างหนาทาบทับปกป้องเธอไว้อย่างแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
รินรดาเบิกKตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่าตอนเจอมีดเมื่อครู่ เมื่อดวงตาของเธอประสานเข้ากับนัยน์ตาคมลึกล้ำของคีย์ตวัทที่มองลงมาด้วยความตื่นตระหนกเจือความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด
"อยู่นิ่งๆ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหูของเขาทำเอาสติของเธอเตลิดไปไกล
ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูทางเข้า และเสียงเปิดประตูผางพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 6
ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!