"ถ้าคิดจะมาเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันอีกครั้ง เชิญทางออกอยู่ตรงนั้นครับ คุณวิวัฒน์"
เสียงของรินรดากร้าวและเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งลับใหม่ เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคนผู้มีรอยยิ้มเยือกเย็นฉาบอยู่บนใบหน้า ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาจนแผดเผา ความโกรธเกรี้ยวจากอดีตที่เคยถูกตราหน้าว่า 'เชฟไร้ราก' หวนกลับมาตีตรวนหัวใจเธออีกครั้งในวินาทีนี้
วิวัฒน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดูแคลน ร่างท้วมในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวของรีสอร์ตกลางขุนเขาอย่างถือวิสาสะ สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาว "ใจเย็นน่าคุณรินรดา ผมไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง... แค่ผ่านมาแถวนี้ แล้วได้ยินว่าเชฟมือหนึ่งแห่งปี กำลังหัวเสียกับฝนตกจนออกไปไหนไม่ได้ ก็เลยแวะมาดูหน้าคนที่เคยปัดข้อเสนอของผมลงถังขยะแค่นั้นเอง"
"ข้อเสนอสวะๆ ที่ให้ผมขายสูตรอาหารตระกูลเพื่อแลกกับเศษเงิน และการเอาชื่อผมไปแปะเป็นแค่ฉากหน้าของร้านอาหารแฟรนไชส์ไร้รสนิยมของคุณน่ะเหรอครับ ผมจำได้แม่นเชียวล่ะ" รินรดาย่างสามขุมเข้าไปประชิด แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีแต่ความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมของผู้ชายตรงหน้าให้หลุดออก
แต่ก่อนที่บรรยากาศจะระเบิดไปมากกว่านั้น ประตูห้องพักอีกด้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีย์ตวัทที่ก้าวเข้ามาในชุดลำลองสบายๆ เส้นผมสีเข้มเปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาจากระเบียง สายตานิ่งสนิทคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยุดที่แผ่นหลังบางของรินรดาที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ
"ดูเหมือนว่าอากาศข้างนอกจะแย่แล้วนะ แต่ข้างในดูจะร้อนระอุยิ่งกว่า"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้อารมณ์ แต่กลับทรงพลังพอที่จะดึงสติของทุกคนในห้องให้หันมามอง คีย์ตวัทเดินตรงเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับวิวัฒน์ ร่างสูงใหญ่ของเขาบังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิด ราวกับกำแพงธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเธอจากสายตาคุกคามเหล่านั้น
วิวัฒน์หรี่ตามองนักวิจารณ์ชื่อดังอย่างพิจารณา "อ้อ... คุณคีย์ตวัท นักวิจารณ์ลิ้นทอง ไม่ยักรู้ว่าคุณลดตัวมาคลุกคลีอยู่กับเชฟปากจัดแถวนี้ด้วย"
"การที่ผมจะชิมอาหารของใคร หรือเลือกยืนอยู่ตรงไหน คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องรายงานให้คุณทราบนะครับคุณวิวัฒน์" คีย์ตวัทยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบและเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก "และที่สำคัญ... พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนตัว ถ้าคุณยังมีมารยาทหลงเหลืออยู่บ้าง น่าจะรู้ว่าการบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ มันบ่งบอกถึงระดับการอบรมสั่งสอนได้เป็นอย่างดี"
"คุณ!" วิวัฒน์หน้าตึงขึ้นมาทันที ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อกระตุก "ปากกล้าไม่เบานี่สมคำร่ำลือ... ระวังตัวไว้เถอะ เชฟเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใครจ้าง ไม่มีที่ยืนในวงการ ก็เป็นได้แค่เศษสวะข้างถนนเท่านั้นแหละ!"
พูดจบ วิวัฒน์ก็สะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดังปังสนั่นสะท้อนไปทั่วห้องท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำเทกระหน่ำลงมาด้านนอกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดายืนนิ่ง กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความกดดันและความคับแค้นใจแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ แม้เธอจะเป็นคนเข้มแข็งและปากเก่งแค่ไหน แต่การถูกตอกย้ำด้วยเรื่องแผลใจในอดีต ก็ทำให้ความรู้สึกเปราะบางหลุดลอดออกมาทางแววตาคู่สวยที่เริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำใส
คีย์ตวัทหันกลับมามอง เปลือกตาที่เคยปิดกั้นความรู้สึกกลับอ่อนลงชั่วขณะเมื่อเห็นไหล่บางนั้นไหวสะท้อนเล็กน้อย ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวที่กำแน่นจนขึ้นรอยแดง
"ปล่อยครับ... ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดต้องให้ใครมาสงสาร" รินรดาสบัดเสียงห้วน สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คีย์ตวัทกลับไม่ยอมปล่อย เขากลับออกแรงดึงรั้งเบาๆ ให้ร่างบางเซเข้ามาประชิดอกแกร่งของเขาแทน
"ใครบอกว่าผมสงสารคุณ" คีย์ตวัทก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าลอยละลิ่วอยู่ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามด้านนอก "ผมแค่รำคาญ... รำคาญที่เห็นคนปากเก่งอย่างคุณ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ให้ไอ้แก่ตัณหากลับนั่น"
รินรดาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาคู่โตวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง "นี่คุณ!"
แต่คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันจนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
คีย์ตวัทไม่ยอมถอยหนี ปลายสายตาคมกริบลดระดับลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาอยู่เมื่อครู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นประสานสายตากับเธอตรงๆ แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยการจับผิดเมื่อครู่ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าเปลวไฟในเตาปฏิกรณ์
"ถ้าเก่งนัก... ทำไมไม่เอาความโกรธพวกนั้นมาลงที่ผมแทนล่ะครับ"
คีย์ตวัทเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา นิ้วเรียวใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสติของรินรดากระเจิงไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อ ยอมจำนนต่อความใกล้ชิดที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก บรรยากาศภายในห้องกลับร้อนระอุขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้บรรยากาศทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา!
"คุณคีย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ระบบไฟในรีสอร์ตตัดทั้งหมดเพราะฟ้าผ่าหม้อแปลง และตอนนี้... มีคนพยายามงัดห้องเก็บวัตถุดิบหลักของคุณรินแล้วครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้อย่างเสมอมานะครับ
เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 9
พายุฝนคนเหงา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!