ความมืดมิดสนิทของห้องเก็บวัตถุดิบถูกฉีกกระชากด้วยแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่วาดผ่านความว่างเปล่า กลิ่นอับชื้นของเครื่องเทศราคาแพงและกลิ่นไอฝนที่ลอยแทรกเข้ามาตามรอยแยกของประตูผสมปนเปกันจนชวนอึดอัด รินรดากระชับทัพพีสเตนเลสในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองเงาร่างทะมึนที่กำลังรื้อค้นลังเห็ดทรัฟเฟิลขาวอย่างอุกอาจ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามก้องที่สะเทือนไปถึงโครงสร้างรีสอร์ต
"มือเติบดีนี่ คิดจะขโมยของระดับพรีเมียมไปขายต่อหรือไง ถึงได้กล้าบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามตอนไฟดับแบบนี้"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ร่างเพรียวขยับเข้าไปประชิด รินรดาไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่ในแววตา มีเพียงประกายความโกรธจัดที่พร้อมจะฟาดฟันคนตรงหน้าให้แหลกคามือ ทว่าเงาร่างนั้นกลับหยุดชะงัก ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนค่อย ๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงและนัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวที่มักจะมองเธอด้วยความระอาอยู่เสมอ
"รินรดา... เธอจะใช้ทัพพีฟาดหัวฉันหรือไง ถึงได้เงื้อมือซะสูงขนาดนั้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดไรฟัน คีย์ตวัทถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางปัดเศษฝุ่นตามไหล่เสื้อด้วยความหงุดหงิด ขณะที่รินรดาชะงักค้าง ทัพพีในมือแทบจะหล่นร่วงลงกระแทกพื้น เมื่อรู้ว่าบุคคลที่เธอพุ่งเข้ามาปะทะคารมด้วยไม่ใช่โจรขโมยวัตถุดิบอย่างที่เข้าใจ
"คุณคีย์!?" รินรดาอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวในเสี้ยววินาที "คุณบ้าหรือเปล่าเนี่ย! มาทำลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรในห้องนี้ตอนไฟดับ แถมยังรื้อข้าวของฉันกระจัดกระจายอีก!"
"ฉันไม่ได้มาลับ ๆ ล่อ ๆ" คีย์ตวัทก้าวเท้าเข้ามาประชิดด้วยความรวดเร็ว ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาเป็นฝ่ายกดดันเธอโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่กวาดสายตามองรอบห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ฉันได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านนอก เลยรีบมาดูให้แน่ใจว่าพวกที่จ้องจะเล่นงานเมนูหลักของคุณในรอบชิงชนะเลิศมันแอบเข้ามาทำลายวัตถุดิบหรือเปล่าต่างหากเล่า... สมองเธอนี่มีแต่วิธีทำอาหารจนลืมคิดวิเคราะห์สถานการณ์รอบตัวไปหมดแล้วหรือไง"
"ปากคอระรานแบบนี้ สักวันเถอะคุณคีย์ ฉันจะเอาพริกขี้สวนสับละเอียดอุดปากคุณให้พูดไม่ออกเลย!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้แม้แต่นصิ้วเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย ของพวกนี้ฉันดูแลด้วยชีวิตน่า... ต่อให้ไฟดับทั้งเกาะ วัตถุดิบของฉันก็ไม่มีทางเน่าเสียหรือหายไปไหนหรอก"
คีย์ตวัทนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เปรอะเปื้อนคราบเหงื่อและละอองฝน ภายใต้ความมืดที่มีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์สาดสะท้อน ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขารับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะสถานการณ์รอบตัวที่กำลังวิกฤต แต่เป็นเพราะกลิ่นกายหอมละมุนผสมกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัวของหญิงสาวที่ลอยมาแตะจมูกต่างหากที่กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของเขา
นักวิจารณ์หนุ่มผู้เย็นชาและปากร้ายกลืนก้อนความรู้สึกอึดอัดลงคอ เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าวโดยไม่รู้ตัว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับชั้นวางลังไม้ด้านหลัง เสียงฟ้าร้องด้านนอกดังสนั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาอย่างไร้ความปรานี
"เธอ... รู้ตัวบ้างไหมว่าเธอดื้อรั้นขนาดไหน" คีย์ตวัทเอ่ยเสียงพร่า สำนวนที่มักจะใช้เหน็บแนมหายลับไปจากน้ำเสียง เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนให้ แต่อยู่ ๆ เขาก็ชะงักมือกลางอากาศ ราวกับเพิ่งได้สติและดึงมือกลับไปกำแน่นไว้ข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว
รินรดากะพริบตาปริบ ๆ ความดุดันในแววตาของเธออ่อนยวบลงชั่วขณะเมื่อเห็นอาการลังเลที่หาดูได้ยากจากผู้ชายคนนี้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนน่าตกใจ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่
"คุณ... จะพูดอะไรกันแน่" รินรดาถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความปากเก่งที่เคยมีหายวับไปกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุม "ถ้าจะมาเพื่อตำหนิฝีมือฉันล่ะก็ เชิญกลับไปได้เลย ฉันจัดการเองได้"
คีย์ตวัทเม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขากลืนคำพูดนับร้อยที่อัดอั้นอยู่ในอกลงไป ความรู้สึกที่อยากจะปกป้อง อยากจะดึงร่างเพรียวนี้เข้ามาไว้ในอ้อมแขนเพื่อซ่อนเธอจากปัญหาทุกอย่างในโลกหล้า มันพุ่งพล่านจนเกือบจะหลุดปากพรั่งพรูความในใจออกมาทั้งหมด แต่ทิฐิและมาดของนักวิจารณ์มือหนึ่งกลับทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างเหนียวแน่น
เขาเกือบจะเอ่ยคำว่า *'เพราะฉันเป็นห่วงเธอจนแทบคลั่งต่างหากเล่า'* ออกไปอยู่แล้วเชียว...
แต่ทว่า...
"ฉันแค่จะบอกว่า..." คีย์ตวัทปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และกวนประสาทดังเดิมอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา "ถ้าพรุ่งนี้เธอทำอาหารออกมาได้รสชาติห่วยแตกเหมือนหน้าตาตอนตกใจล่ะก็... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่เขียนบทความวิจารณ์สับเละเธอให้จมดินในหน้าหนังสือพิมพ์ระดับโลกเอง"
รินรดาเบิกตากว้าง ความซึ้งใจเมื่อครู่วิลายหายไปในพริบตา เปลวไฟแห่งความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่จนหน้าดำคร่ำเครียด เธอเงื้อมขึ้นเตรียมจะฟาดทัพพีใส่ไหล่หนาทันที
"ไอ้ปากเสีย! คอยดูเถอะพรุ่งนี้ฉันจะทำเมนูพิฆาตให้คุณกินจนสำลักตายคาโต๊ะอาหารเลยคอยดู!"
ก่อนที่สงครามขนาดย่อมระหว่างเชฟสาวกับนักวิจารณ์ปากร้ายจะปะทุขึ้นอีกรอบ ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฝนที่โปรยปราย ประตูห้องเก็บวัตถุดิบก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงหอบแฮกของทีมงานผู้ช่วยที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ
"คุณรินรดาครับ! คุณคีย์ครับ! แย่แล้วครับ... หม้อแปลงไฟฟ้าหลักระเบิดจนไฟสำรองใช้การไม่ได้ และตอนนี้... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนสำคัญกำลังเดินตรงมาที่โซนห้องครัวหลักแล้วครับ!"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งรินรดาและคีย์ตวัทต้องหันขวับไปมองหน้ากันทันที ความรู้สึกระทึกใจและปริศนาใหม่ถูกโยนเข้ามาแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความตึงเครียดทันที
* * *
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความแซ่บนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 10
คำสารภาพที่ไม่ได้พูด
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!