เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป•ตอนที่ 3

สนามบินพายุเข้า

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“ถ้าคุณยังลากกระเป๋าด้วยความเร็วระดับเต่าคลานแบบนี้ เกรงว่าเราคงจะได้ไปกินข้าวกล้องบูดที่สนามบินปลายทางแทนที่จะได้ไปชิมอาหารระดับมิชลิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบจนเกือบจะเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะ รินรดาถึงกับต้องหยุดชะฝีเท้า เธอกำคันชักกระเป๋าเดินทางในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบสนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ นี่เป็นวันแรกของการเดินทางข้ามทวีปตามข้อเสนอสุดป่วนที่เธอเกือบจะปฏิเสธ แต่เพราะศักดิ์ศรีและคำท้าทายที่ว่า *“คืนนี้ เราจะได้รู้กันว่าเราจะรุ่งหรือจะร่วงไปเดินด้วยกัน”* ทำให้เธอต้องมายืนอยู่ ณ จุดนี้ เคียงข้างชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘นักวิจารณ์อาหารปากร้ายที่สุดแห่งยุค’ อย่างคีย์ตวัท รินรดาหันขวับกลับไปเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววความดื้อรั้นและไม่ยอมคน เธอส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้คนตัวสูงกว่าทันที “ถ้าคุณรีบนัก ทำไมไม่ลองอุ้มกระเป๋าฉันวิ่งไปเลยล่ะครับ... อ้อ หรือว่าแรงน้อยเกินกว่าจะแบกรับภาระอะไรที่หนักกว่าปากตัวเอง?” คีย์ตวัทเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำสนิท ท่าทางสบายๆ นั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะหยิบตะหลิวคู่ใจมาเคาะกบาลสักทีสองที “ปากเก่งใช้ได้ สมกับที่เป็นเชฟเจ้าของฉายา ‘พริกขี้สวนสวนกระแส’ แต่บอกไว้ก่อนนะรินรดา ว่าบนเครื่องบินไม่มีพื้นที่ให้คนอวดดีมานั่งเถียงกับผมไปตลอดสิบกว่าชั่วโมงหรอกนะ” “ฉันไม่ได้อวดดี แต่ฉันแค่พูดความจริง... และถ้าคุณยังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเครื่องออก เกรงว่าทริปปะทะคารมข้ามทวีปของเรา คงจบลงด้วยการที่ฉันเอาซุปหางวัวร้อนๆ สาดใส่หน้าคุณก่อนที่เราจะแลנדיงเสียด้วยซ้ำ” บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟสปาร์กขึ้นมากลางฝูงชนที่กำลังเดินพลุกพล่าน สายตาของนักท่องเที่ยวหลายคู่หันมามองคนทั้งสองด้วยความสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้เพราะรัศมีอึมครึมที่แผ่ออกมาจากตัวของคีย์ตวัทและรินรดา ชายหนุ่มไม่โต้ตอบด้วยการตะคอก เขากลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาปูนของอาคารผู้โดยสารอย่างจัง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปควับคันชักกระเป๋าเดินทางของเธอมาถือไว้เสียเองหน้าตาเฉย “เฮ้! คุณทำอะไรน่ะ เอาคืนมานะ!” รินรดาอุทานเสียงหลง พยายามแย่งกระเป๋าคืนแต่คีย์ตวัทกลับยกมันขึ้นสูงด้วยความสูงที่ได้เปรียบกว่า “ผมไม่ได้ใจร้ายพอกล่อยให้เชฟมือทองตกเครื่องเพราะมัวแต่ยืนเถียงกับผมหรอกนะ เดินตามมาเงียบๆ... หรืออยากให้ผมอุ้มพาดบ่าจริงๆ ถึงจะยอมเลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา?” คำขู่หน้าตายพร้อมกับสายตาที่ก้มลงมองด้วยความระคนเอ็นดู (ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง) ทำหน้ารินรดาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับความเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศในสนามบิน เชฟสาวสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยแดงบนพวงแก้ม ก่อนจะเดินนำลิ่วไปที่ช่องตรวจตั๋วโดยไม่รอเขาอีกต่อไป คีย์ตวัทมองตามแผ่นหลังบางที่เดินดุ่มๆ ไปอย่างหัวเสีย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างยากจะควบคุม ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ กับความพยศของแม่คุณ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบตามไปติดๆ ตลอดขั้นตอนการเช็คอินและตรวจคนเข้าเมือง ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน แต่เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ จนกระทั่งพวกเขาเดินเข้ามานั่งรอภายในเลานจ์ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ รินรดาก็นั่งกอดอกมองออกไปนอกกระจกใสที่เห็นเครื่องบินจอดเรียงราย ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดครึ้มเพราะพายุฝนฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า “กาแฟไหม? หน้าตาคุณดูเหมือนคนอดนอนมาสามคืนติด... หรือว่าตื่นเต้นที่จะได้ไปเปิดศึกในครัวต่างแดนกับผม?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับแก้วกาแฟดำที่ถูกวางลงตรงหน้า รินรดาเหลือบมองแก้วกาแฟแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคนกวนประสาทที่หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “ขอบใจ แต่ฉันไม่ดื่มกาแฟขมๆ แบบที่คุณชอบหรอก... มันสะท้อนรสนิยมใจจืดใจดำของคุณเกินไป” คีย์ตวัทหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ “ใจจืดใจดำเหรอ? ถ้าผมใจจืดใจดำจริง ป่านนี้ผมคงปล่อยให้คุณแบกกระเป๋าเองจนกล้ามขึ้นไปแล้วล่ะ... อ้อ อีกอย่างนะรินรดา” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธอนิ่งสนิท “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ เพราะที่นั่งบนเครื่องบินของเรา... ถูกจัดให้นั่งติดกันแบบไม่มีทางเลือก” รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันที กำปั้นเล็กๆ วางอยู่บนตักเตรียมจะทุบโต๊ะ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากด่ากราดเสียงดัง ประตูเลื่อนอัตโนมัติของเลานจ์ก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมกระเป๋าเดินทางใบโตที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า “คีย์คะ! ทางนี้ค่ะ! ดีJานจังที่เราได้ไฟลท์เดียวกัน!” เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้คีย์ตวัทขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนรินรดาหรี่ตามองผู้มาใหม่สลับกับชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายแซ่บกับทริปปะทะคารมข้ามทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%