เสียงสะอื้นไห้ที่เล็ดลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ในวินาทีสุดท้าย ยังคงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคิมหันต์ ราวกับเสียงกริ่งเตือนภัยที่แผดเผาขั้วหัวใจของเขาให้แหลกละเอียด *[คิมคะ... พรีมไม่ไหวแล้ว...]* ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเข้าเวรติดกันสามสิบหชั่วโมงของแพทย์ฝึกหัดสาว ทำให้นิ้วเรียวที่กำลังถือดินสอ EE สเก็ตช์แบบโมเดลตึกคณะสถาปัตย์ถึงกับชะงัก ดินสอแท่งโปรดหักคามืออย่างไร้แรงปะทะ
นี่คือโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดภาคเหนือ... ห่างจากกรุงเทพฯ ไปเกือบสามร้อยกิโลเมตร และตอนนี้คือเวลาตีสองสี่สิบหนาที
เครื่องยนต์ V8 ของรถกระบะยกสูงแต่งซิ่งคู่ใจส่งเสียงคำรามทุ้มต่ำท่ามกลางความเงียบสงบของลานจอดรถคณะ คิมหันต์ในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบกาวลาเท็กซ์และฝุ่นไม้ ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววแบดบอยและกวนประสาทใส่ทุกคน บัดนี้กลับมีเพียงความร้อนรนและแววตาของคนสติหลุด เขากดปุ่มสตาร์ดเครื่อง เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกนอกมหาวิทยาลัยมุ่งสู่ถนนสายเอเชียทันที โดยไม่สนใจว่าพรุ่งนี้ตนเองจะมีส่งโปรject โมเดลสเกล 1:50 ชิ้นโบแดงในวิชาสตูดิโอตอนเก้าโมงเช้าเลยแม้แต่น้อย
ในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพใบหน้าหวานซึ้งที่มักจะทำปากแข็งใส่เขาเสมอ เวลาที่เธอเหนื่อยล้าจนแทบยืนไม่ไหว พรีมประภาไม่เคยยอมปริปากขอความช่วยเหลือจากใคร เธอเป็นหมอที่แบกรับความคาดหวังของคนไข้และระบบโรงพยาบาลไว้บนบ่าบอบบางคู่นั้น แต่ในคืนนี้... กำแพงเหล็กที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความอ่อนแอได้พังทลายลงแล้ว
เกียร์ธรรมดาถูกตบเปลี่ยนเกียร์อย่างแม่นยำและดุดัน เข็มไมล์บนหน้าปัดรถไต่ระดับขึ้นสู่หลักร้อยอย่างรวดเร็ว สายลมยามดึกที่ตีปะทะกระจกหน้าต่างรถไม่ได้ทำให้หัวใจที่ร้อนรุ่มของหนุ่มสถาปัตย์เย็นลงเลยแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว อีกข้างคว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายหาน้ำใสเพื่อนสนิทของนางเอกทันที
[แก... คิม! นี่มันตีสามแล้วนะ พรีมเพิ่งหลับไปเมื่อกี้หลังจากร้องไห้จนตาบวมเป่ง แกไปทำอะไรให้เพื่อนฉันเครียดอีกฮึตาเด็กสถาปัตย์ปากเสีย!] เสียงปลายสายกระซิบกระซาบด้วยความตกใจและหัวเสีย
"ฉันกำลังขับรถไปหาพรีม" น้ำเสียงของคิมหันต์ราบเรียบ ทว่าจริงจังจนคนฟังทางฝั่งโน้นสะดุ้ง
[ห๊ะ! แกบ้าไปแล้วหรือไง จากกรุงเทพฯ มาที่นี่มันเกือบสามร้อยโลนะเว้ย พรุ่งนี้แกไม่มีเรียนเรอะ แล้วนี่ขับรถดึกๆ ดื่นๆ ง่วงไหมเนี่ย ห้ามหลับในนะเว้ย!]
"บอกพิกัดห้องพักแพทย์เวรมา" คำสั่งสั้นๆ ที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ "แล้วก็... อย่าบอกยัยนั่นว่าฉันไป อยากให้ตื่นมาเจอหน้าฉันเป็นคนแรก"
น้ำใสถอนหายใจยาวเหยียดผ่านปลายสาย ก่อนจะยอมบอกเลขห้องและรหัสผ่านประตูให้อย่างจำยอม [เออๆ ระวังตัวด้วยล่ะ ยัยพรีมช่วงนี้ภูมิต้านทานต่ำเพราะอดนอน ถ้าแกไปถึงแล้วทำให้ยัยนี่ร้องไห้หนักกว่าเดิม ฉันจะเอาสטิโธสโคปฟาดหัวแกแน่ไอ้คิม!]
สายถูกตัดไปพร้อมกับความเงียบงันภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ เพื่อประคองสติ คิมหันต์เหยียบคันเร่งลึกขึ้นเรื่อยๆ ระยะทางนับร้อยกิโลเมตรถูกย่นย่อด้วยความเร็วและความคิดถึงที่อัดแน่นจนล้นอก ภาพวันวานที่เขากับเธอทะเลาะกันเรื่องที่เขาชอบทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต สลับกับรอยยิ้มบางๆ เวลาที่เธอแอบดุนิสัยดื้อรั้นของเขา วนเวียนอยู่ในหัวตลอดสองชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา
สี่โมงเช้าสิบห้านาที...
รถกระบะคันโตจอดสนิทอย่างเงียบเชียบในลานจอดรถด้านหลังตึกพักแพทย์ของโรงพยาบาลประจำจังหวัด คิมหันต์ดับเครื่องยนต์ ถอดหมวกแก๊สสีดำลงมาสวมทับเส้นผมที่ยุ่งเหยิงจากการเดินทาง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อช็อปขึ้นมาเปิดดู แหวนเกลี้ยงเรียบสลักอักษรย่อ 'KP' ส่องประกายสะท้อนกับแสงไฟนีออนสลัวๆ ของโรงพยาบาล นี่คือของขวัญวันครบรอบหนึ่งปีที่พวกเขาตกลงคบกัน แม้ปากจะบอกว่าเป็นแค่เด็กมหาลัยง้องแง้ง แต่หัวใจของเขาจองจำไว้ที่ผู้หญิงคนนี้มานานเกินกว่าจะถอนตัวขึ้นแล้ว
รหัสผ่านสี่ตัวสอดคล้องกับวันเกิดของพรีมถูกกดลงบนแป้นล็อกประตูห้องพักแพทย์เวรอย่างแม่นยำ เสียงล็อกปลดดัง *คลิก* เบาๆ
คิมหันต์ผลักประตูบานไม้เข้าไปอย่างระมัดระวังที่สุด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของลาเวนเดอร์จากเทียนหอมลอยแตะจมูก ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดมีแสงไฟสีส้มสลัวลอดมาจากโคมไฟหัวเตียง ร่างบางของแพทย์ฝึกหัดสาวนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา บนใบหน้าเนียนใสที่เคยเรียบตึงและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้ยังมีคราบน้ำตาแห้งกรังติดอยู่ที่แพขนตางอนงาม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเธอกำลังหลับลึกด้วยความอ่อนเพลียขั้นสุด
ร่างสูงก้าวเดินด้วยปลายนิ้วเท้าอย่างเงียบเชียบราวกับแมวป่า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียงนอน สายนัยน์ตาคมกอดมองใบหน้าอ่อนล้าของคนรักด้วยความรู้สึกที่เจ็บแปลบในอก มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าผากเนียนออกให้อย่างทะนุถนอมที่สุด กลัวเหลือเกินว่าสัมผัสนี้จะทำให้เธอตื่นจากฝันร้าย
"ยัยตัวแสบ... ร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแล้วนะหมอ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของคนหลับ
พรีมประภาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความอบอุ่นที่แปลกปลอม เปลือกตาบางที่บวมช้ำจากการร้องไห้ค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างช้าๆ สมองอันสะลึมสะลือพยายามประมวลผลภาพตรงหน้า เธอคิดว่าตัวเองคงกำลังละเมอเพ้อพกไปเองแน่ๆ เพราะผู้ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงในชุดเสื้อช็อปเปื้อนกาวคนนี้ ควรจะอยู่กรุงเทพฯ ห่างจากที่นี่ไปเกือบสามร้อยกิโลเมตรไม่ใช่หรือไง
"คิม..." เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว "นาย... มาอยู่นี่ได้ยังไง"
คิมหันต์ไม่ตอบคำถาม เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรด ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากในแบบฉบับของหนุ่มสถาปัตย์แบดบอย แต่แววตาที่ทอดมองเธอกลับอบอุ่นและอ่อนโยนจนหยดสุดท้าย
"ก็บอกแล้วไง... ว่าถ้าพรีมไม่ไหว คิมจะเป็นคนวิ่งไปหาเอง" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "สุขสันต์วันครบรอบนะคุณหมอ... คนเก่งของผม"
พูดจบ นิ้วเรียวก็หยิบกล่องแหวนขึ้นมาเปิดต่อหน้าเธอ พรีมประภานิ่งงั้น น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับเอ่อล้นคลหน่วยตาคู่สวยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตื้นตันใจ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาเพื่อต่อว่าความบ้าบิ่นของเขาที่ขับรถข้ามจังหวัดมากลางดึกอันตรายขนาดนี้
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะทันได้เปล่งเสียงใดๆ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังปังๆ จากด้านนอกห้องพักแพทย์ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวเหวกโวยวายของบุรุษพยาบาลเวรดึกที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง
"คุณหมอพรีมครับ! เคสด่วนอุบัติเหตุหมู่ 5 รายกำลังมาถึงห้องฉุกเฉินตอนนี้เลยครับ หมอเวรอีกคนท้องเสียเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน หมอต้องลงไปรับเคสผ่าตัดด่วนแล้วครับ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" มาจนถึงตอนนี้ รักเสมอนะคะ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 30
เซอร์ไพรส์กลางดึก
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!