สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 24

อุปสรรคจากทางบ้านของคิม

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณแม่ปานระวีแข็งค้างทันที บรรยากาศในบ้านที่เคยอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่ พลิกกลับมาเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาทีเดียว! ถ้วยชาเซรามิกเคลือบมุกในเรียวเลื่อนลงกระทบจานรองเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับดังชัดเจนก้องกังวานในความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องรับแขก พรีมประภาสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระมัดระวัง พยายามรักษารอยยิ้มสุภาพตามวิสัยของแพทย์ฝึกหัด แม้ว่าฝ่ามือภายใต้โต๊ะจะประสานเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด "เรื่องเรียนต่อที่บอสตัน แม่จัดการเรื่องเอกสารเบื้องต้นไว้ให้หมดแล้วนะคะตาคิม" สุ้มเสียงของคุณแม่ปานระวีไม่ได้ดุดัน ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ สายตาที่ทอดมองบุตรชายคนเดียวเปี่ยมด้วยความคาดหวังที่หนักอึ้ง "จบปีสามนี้ปุ๊บ หนูต้องบินไปทันที เพื่อเตรียมตัวต่อปริญญาโทด้านการออกแบบเมืองและสถาปัตยกรรมขั้นสูง หลักสูตรสองปีที่นั่นจะปูทางให้หนูขึ้นแท่นผู้บริหารบริษัทสถาปนิกในเครือเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ" คิมหันต์ไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่เลื่อนมาตรงหน้า ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ เกินควร ดวงตาคมกริบคมปลาบมองมารดาด้วยแววตาที่พรีมอ่านออกทันทีว่าเป็นความดื้อรั้นขั้นสุด "ผมบอกคุณแม่ไปชัดเจนตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะครับ ว่าผมไม่มีแผนจะไปเหยียบอเมริกา" คิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย "ที่ดินตรงนั้น... โปรเจกต์ที่ผมกำลังทำอยู่กับคณะ และที่สำคัญ... ชีวิตของผมอยู่ที่นี่ครับ" "คิม!" ปานระวีขยับตัวเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดผ่านรอยย่นบนหน้าผาก "ลูกโตจนจะเรียนจบปริญญาตรีอยู่แล้ว ยังจะทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจรักสนุกไปวันๆ อีกหรือคะ? การไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่การไปเที่ยวเล่น แต่มันคืออนาคตของตระกูลเรา!" พรีมรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ บรรยากาศระหว่างแม่ลูกคู่นี้คุ้นเคยเกินไปสำหรับเธอ... ความคาดหวังระดับสูง ชะตากรรมที่ถูกขีดเส้นไว้ล่วงหน้า และความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ความสุขเล็กๆ ให้แหลกคาเท้า พรีมขยับตัวจะขอตัวลาเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้เคลียร์กันตามลำพัง ทว่าปลายนิ้วอุ่นจัดของคิมกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว แรงบีบกระชับนั้นหนักแน่น มั่นคง และส่งผ่านความอบอุ่นมาถึงหัวใจที่กำลังสั่นไหวของเธอได้อย่างน่าประหลาด คิมไม่ยอมปล่อยมือเธอ เขากุมมันไว้ต่อหน้ามารดา ราวกับจะประกาศให้รู้ว่าเขาเลือกข้างแล้ว และคนคนนี้... คือสิ่งที่เขาไม่มีวันยอมแลกกับอนาคตหรูหราที่ไหนทั้งสิ้น "ถ้าอนาคตที่แม่พูดถึง หมายถึงการต้องไปอยู่ไกลบ้าน ไกลจากคนที่ผมรัก..." คิมเว้นจังหวะ สายตาคมกริบหันกลับมาสบตากับมารดาตรงๆ "ผมก็ไม่สนใจมันหรอกครับ" "ตาคิม! ลูกกล้าพูดจาแบบนี้กับแม่เหรอ!" คุณแม่ปานระวีแทบจะทุบโต๊ะด้วยความโกรธ สายตาคมกริบของท่านเบนเข็มมายังพรีมประภาทันที ราวกับมีคมมีดกรีดแทงร่างของเธอเป็นร้อยแผล "อ๋อ... เป็นเพราะแม่แพทย์คนนี้สินะคะ ที่คอยเป่าหูให้ลูกชายฉันกลายเป็นคนก้าวร้าว ไม่รักดี ปฏิเสธโอกาสทองของตัวเองแบบนี้!" พรีมสะท้านเฮือก เสมือนถูกน้ำร้อนสาดเข้าใส่หน้า ความเป็นแพทย์ฝึกหัดที่ถูกฝึกให้รับมือกับสถานการณ์วิกฤตพังทลายลงในพริบตา เธอรีบดึงมือออกจากอุ้งมือของคิมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว แม้จะใจหายวาบกับคำกล่าวหาที่รุนแรงนั้น "คุณแม่ครับ!" คิมผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีความเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านรอบตัวจนห้องรับแขกร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น "อย่าพาลใส่พรีม เธอไม่เคยเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย! เป็นผมเองที่ไม่อยากไป! เป็นผมเองที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ตามหุ่นเชิดที่แม่ตั้งโปรแกรมไว้!" "คิมหันต์!" เสียงตวาดกร้าวของคุณแม่ทำให้บ้านหลังใหญ่เงียบกริบ พนักงานเก่าแก่ที่ยืนอยู่มุมห้องต่างก้มหน้าหลบตากันเป็นแถว พรีมสูดหายใจเข้าลึก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัด เธอยืนขึ้นโค้งศีรษะให้คุณแม่ปานระวีอย่างนอบน้อมตามมารยาทอันดีงาม แม้หัวใจจะเจ็บแปลบเหมือนถูกบีบ "พรีมว่า... วันนี้พรีมขอตัวกลับก่อนนะคะคุณป้า ดูเหมือนว่าครอบครัวเราจะมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวค่ะ" "เดี๋ยวพรีม!" คิมหันต์หันขวับมามองเธอ แววตาคลั่งรักที่เคยอบอุ่นระคนความกังวลฉายชัดเจนจนพรีมเกือบจะใจอ่อน "ฉันไปส่งเธอ..." "ไม่ต้องค่ะคิม คุณอยู่คุยกับคุณแม่ให้เรียบร้อยเถอะนะคะ" พรีมฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่ฝืดเคือนและขมขื่นที่สุดในชีวิตการเป็นแพทย์ฝึกหัด "เราต่างคนต่างมีเรื่องให้ต้องคิดทบทวน... เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะคิม" เธอก้าวเดินออกจากห้องรับแขกโดยไม่รอฟังคำทัดทานใดๆ อีก เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านหลังดังไล่หลังมา แต่พรีมเร่งฝีเท้าหนีความอึดอัดนั้นออกไปยังสวนหย่อมหน้าบ้าน ลมเย็นยามเย็นพัดปะทะร่างบางจนเธอต้องยกมือขึ้นกอดตัวเอง ความคิดมากมายตีรวนอยู่ในหัว สมองด้านชาแต่หัวใจกลับปวดหนึบ เธอเป็นแค่หมอฝึกหัดธรรมดาคนหนึ่ง ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยค้ำฟ้า หน้าที่การงานเพิ่งเริ่มต้น อนาคตข้างหน้ายังมีอุปสรรคอีกมากมายรออยู่ แล้วเธอ... จะเอาสิทธิ์อะไรไปรั้งผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างคิมหันต์ไว้ไม่ให้บินไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ระดับอินเตอร์เล่า? การที่เขายอมทิ้งโอกาสเพื่อเธอ มันช่างเป็นความรักที่หนักอึ้งและน่ากลัวเสียเหลือเกินในความรู้สึกของพรีม ขณะที่เธอกำลังก้าวพ้นประตูรั้วบ้านใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็วิ่งตามมาติดๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่คว้าต้นแขนเธอไว้ให้หันกลับไปเผชิญหน้า "พรีม! เธอฟังฉันนะ..." คิมหันต์หอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังกลัว... กลัวว่าเธอจะเดินออกไปจากชีวิตเขาจริงๆ "ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันบอกแม่ไปแล้ว..." "คิม..." พรีมตัดบท น้ำใสๆ เอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มผู้แสนดื้อรั้นคนนี้ หัวใจเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวด "คุณเคยคิดไหมคะว่า วันหนึ่งถ้าคุณมองย้อนกลับมา แล้วพบว่าคุณต้องสูญเสียอนาคตที่ดีที่สุดไป... เพราะผู้หญิงคนนี้ คุณจะเกลียดฉันไหม?" คิมชะงัก ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดว่าเธอจะพูดประโยคนี้ออกมา "พรีม... เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย!" คิมเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนของเธอไว้บังคับให้สบตา "ฉันไม่มีวันเกลียดเธอ! และอนาคตของฉันก็คือ... ที่ที่มีเธออยู่ต่างหากเล่า!" บรรยากาศระหว่างเขากับเธอกำลังถูกบีบคั้นด้วยความกดดันจากทางบ้านอย่างหนักหน่วง พรีมซุกซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจางๆ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ชั่วคราวให้ทุกอย่างมันเบาลง ทว่า... "อุ๊ย ตายจริง... บรรยากาศมาคุแบบนี้ แปลว่าฉันมาช้าไปรึเปล่าคะเนี่ย?" น้ำเสียงหวานใสที่คุ้นหูจนน่าตกใจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทั้งพรีมและคิมหันต์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นเสียงตรงประตูรั้วบ้านที่เปิดกว้าง ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าสวยเฉี่ยว เส้นผมยาวสลวยดัดลอนปลายปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้านั้น... พรีมจำได้แม่นยำว่าเป็นใคร เพราะมันคือภาพถ่ายในห้องทำงานของคิมที่เธอเคยแอบเห็นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน *พี่พาย*... พี่สาวต่างแม่ของคิมที่ย้ายไปอยู่ปารีสตั้งแต่เด็ก และเป็นคนเดียวกับที่กุมความลับเรื่องข้อตกลงทางธุรกิจของตระกูล "สวัสดีจ่ะ น้องพรีมแฟนตาคิมใช่ไหมเอ่ย?" พายส่งยิ้มหวานหยด ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเยียบเย็นราวกับซ่อนมีดสั้นไว้ข้างหลัง "พี่เพิ่งลงเครื่องมาจากปารีสเมื่อกี้เอง พอดีคุณแม่โทรเรียกให้รีบกลับมาช่วยจัดการ *เรื่องสำคัญ*... โดยเฉพาะเรื่องการจับน้องชายตัวดีของฉันแต่งงานกับลูกสาวท่านอทิพยธร ที่ตอนนี้บินมารออยู่ที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น... โลกทั้งใบของพรีมประภาก็ค่อยๆ พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา! * * * * * * * * * * ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยเติมความหวานให้หัวใจยัยเกียร์เปื้อนกาวใจมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%