สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 23

ภารกิจพิชิตใจคุณแม่

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนตำและใบกะเพราที่ถูกโยนลงกระทะร้อนจัด พลอยทำให้ห้องครัวสีขาวสะอาดตาของบ้านแพทย์หญิงพรีมประภาอบอวลไปด้วยความโกลาหลระดับย่อมๆ เสียงน้ำมันกระเด็นเปรี๊ยะปร๊ะแข่งกับเสียงอุทานเบาๆ ของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำยับยู่ยี่และกางเกงยีนส์เซอร์ๆ คิมหันต์กำลังใช้ตะหลิวในมือคนผัดกะเพราเนื้อวากьюด้วยท่าทางที่ดูจริงจังราวกับกำลังคำนวณโครงสร้างสะพานแขวนอย่างไรอย่างนั้น มุมปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เหงื่อเม็ดใสผุดพรายขึ้นตามไรผมชื้นแฉะ “ถ้าเนื้อเหนียวเกินไป แม่หนูจะเคี้ยวไม่ไหวเอานะพ่อสถาปนิก” สุเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังอำนาจดังมาจากโต๊ะเตรียมอาหารด้านหลัง แพทย์หญิงวัยเกษียณผู้ทรงสง่าในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เล็กๆ ยืนกอดอกมองผลงานของว่าที่ลูกเขยป้ายแดงด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ แววตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากพรีมประภาไม่มีผิดเพี้ยน ไล่สำรวจตั้งแต่รอยสักจางๆ ตรงท่อนแขนแกร่ง ไปจนถึงท่าทางเก้ๆ กังๆ แต่มีความตั้งใจเกินร้อยนั้น “เนื้อส่วนนี้ผมคัดมาเป็นพิเศษเลยครับคุณแม่ แทรกมันกำลังดี รับรองว่านุ่มละมุนลิ้น ไม่เป็นภาระต่อฟันกรามของคุณแม่แน่นอนครับ” คิมหันต์หันมาฉีกยิ้มกว้าง หยอดคำหวานใส่คุณแม่ยายอนาคตด้วยความแพรพราวแบบฉบับเด็กสถาปัตย์ตัวแสบ แม้ในใจจะแอบสั่นระรัวจนแทบทำตะหลิวหลุดมือ พรีมประภาที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัวอยู่ ส่งค้อนวงใหญ่ให้พ่อหนุ่มหน้ามึนที่กล้าตีสนิทกับมารดาบังเกิดเกล้าของเธอได้อย่างรวดเร็วเกินคาด ตั้งแต่เมื่อครู่ที่เขาเสนอตัวอาสาเป็นเชฟจำเป็นเพื่อลบภาพลักษณ์ ‘เด็กช่างหัวดื้อ’ ในสายตาผู้ใหญ่ พรีมก็แทบอยากจะเอาหูฟังแพทย์มาตีหัวตัวเองที่ยอมใจอ่อนเปิดประตูให้เขาเข้ามาในบ้าน “ปากหวานเก่งแบบนี้... ไม่รู้ว่าไปฝึกมาจากคณะสถาปัตย์ หรือไปร่ำเรียนวิชามาจากไหนกันแน่” คุณแม่ปานระวีหรี่ตามองพลางอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ตักใส่จานได้แล้วคิม เดี๋ยวแกงเขียวหวานไก่ของยายพรีมจะชืดเสียรสชาติเสียก่อน” “รับทราบครับผม!” คิมหันต์รับคำเสียงใส รีบปิดเตาแก๊สแล้วบรรจงตักผัดกะเพราสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีตราวกับกำลังทำงานศิลปะชิ้นเอก ก่อนจะยกไปเสิร์ฟที่โต๊ะอาหารด้วยความระมัดระวัง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความกดดันที่คิมหันต์สร้างขึ้นมาเองโดยแท้ ทุกอิริยาบทของเขาถูกจับจ้องจากมารดาของคนรักอย่างไม่ละสายตา ไม่ว่าจะเป็นวิธีตักข้าว การวางช้อน หรือแม้แต่จังหวะการเคี้ยวอาหาร พรีมประภาแอบเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ นึกขันระคนเป็นห่วงกลัวว่าพ่อหนุ่มมาดเซอร์จะเกร็งจนกินข้าวไม่ลง แต่ผิดคาด... คิมหันต์นอกจากจะกินเก่งแล้ว ยังคอยตักโน่นตักนี่ใส่จานให้คุณแม่ปานระวีด้วยความนอบน้อม ปากก็ชวนคุยเรื่องต้นไม้ใบหญ้าที่มารดาของเธอปลูกไว้รอบบ้านได้อย่างถูกคอ จนกำแพงความระแวงในใจของผู้ใหญ่เริ่มพังทลายลงทีละน้อย “แม่เห็นพรีมมันบ่นว่าช่วงนี้งานที่โรงพยาบาลหนักมาก ลูกสาวแม่คนนี้ชอบหักโหม ไม่ยอมดูแลตัวเอง... ฝากเราช่วยเตือนๆ มันด้วยนะ” คุณแม่ปานระวีเอ่ยขึ้นในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย คิมหันต์ชะงักช้อนในมือเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับคุณแพทย์สาวที่นั่งหน้าแดงเรื่ออยู่ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสคมเข้มทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ต่อให้พรีมพยายามหลบสายตาอย่างไรก็หนีไม่พ้น “ต่อให้คุณแม่ไม่สั่ง ผมก็คอยบังคับให้อดนอนไม่ได้อยู่แล้วครับ...” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมจนคนฟังหัวใจกระตุกวูบ “คนของผม... ผมดูแลดีกว่าไข่ในหินอยู่แล้วครับคุณแม่ วางใจได้เลย” เพล้ง! เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ จากฝั่งของพรีมประภา ทำเอาคุณแม่ปานระวีหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับคุณหมอสาวที่หน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เธอกัดริมฝีปากแน่น ซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมตามสไตล์คุณหมอปากแข็ง หลังมื้ออาหารผ่านพ้นไป คิมหันต์อาสาเคลียร์พื้นที่ในครัว ล้างจานชามทั้งหมดด้วยความคล่องแคล่วไม่แพ้งานสร้างโมเดล พรีมประภาเดินตามเข้ามาเงียบๆ ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน มองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างฟองสบู่ “เก่งเหมือนกันนี่ นึกว่าจะทำได้แค่จับดินสอเขียนแบบเสียอีก” พรีมเอ่ยแซวเบาๆ พลางหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาซับมือ “เรื่องแค่นี้สบายมากครับคุณหมอ เพื่อคะแนนจากแม่ยาย... ลูกเขยคนนี้ทำได้ทุกอย่าง” คิมหันต์ปิดก๊อกน้ำ สะบัดมือเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาประชิดตัวร่างบางที่ยืนขวางทางอยู่ แววตากรุ้มกริ่มฉายชัดจนพรีมต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดติดผนัง “ใครเป็นแม่ยายเธอ... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ คิมหันต์ เดี๋ยวแม่มาเห็นเข้า—” “คุณแม่ขึ้นไปรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงชั้นสองแล้วครับ” คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มใส กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำเอาสติของแพทย์หญิงคนเก่งกระเจิดกระเจิง “หรือว่า... กลัวคุณแม่มาเห็นเรากำลังจะทำอะไรกันเหรอครับ?” “คนฉวยโอกาส!” พรีมยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งเบาๆ เป็นการลงโทษ แต่แรงแค่นั้นกลับทำให้คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ รั้งเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ความเงียบสงบในห้องครัวยามค่ำคืนขับเน้นให้เสียงหัวใจของคนทั้งสองดังประสานกันเป็นจังหวะเดียว คิมหันต์ก้มมองใบเนียนนิ่งที่เริ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเอ็นดู ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ “ขอบคุณนะ... ที่วันนี้ยอมให้ผมเข้ามาพิสูจน์ตัวเอง” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนภาพของเธอเพียงคนเดียว “ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ ไม่ได้มีอนาคตมั่นคงเท่าหมอ หรือไม่ได้เรียบร้อยตามตำราที่คุณแม่คาดหวัง... แต่เรื่องความรักที่ผมมีให้พรีม... ผมมั่นใจว่าไม่แพ้ใครหน้าไหนแน่นอน” พรีมประภานิ่งงัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกตื้นตันและอบอุ่นไหล뢰งมาจุกที่ลำคอ ปากที่เคยแข็งเป็นหินถูกความอ่อนโยนของเขาหลอมละลายจนหมดสิ้น เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา “...พูดมากน่า” คิมหันต์ยิ้มกว้าง กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนเพื่อเป็นรางวัลให้กับความน่ารักของคนปากแข็ง กริ๊งงงงง! เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศหวานละมุนลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ คุณแม่ปานระวีที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดชะงักไปเล็กน้อย พรีมประภาผละออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มด้วยความตกใจ หันไปมองทางประตูหน้าบ้านด้วยความงุนงง “ใครมาดึกดื่นป่านนี้เนี่ย...” พรีมพึมพำกับตัวเอง คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่ก็ยอมเดินตามร่างบางออกไปที่ห้องโถงรับแขกพร้อมกับคุณแม่ปานระวีที่เดินนำหน้าไปก่อนแล้ว เมื่อประตูกระจกบานใหญ่ถูกเปิดออก ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสากลภูมิฐาน หน้าตาหล่อเหลาคมคายที่พรีมประภาคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังยืนส่งยิ้มสุภาพอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ “สวัสดีครับคุณน้า... ผมธามเองครับ พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้พรีมครับ” ธาม... เพื่อนสนิทตัวแสบของคิมหันต์ส่งยิ้มกว้างเข้ามาในบ้าน แต่สายตาเจ้าเล่ห์กลับเหลือบมองเพื่อนรักที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างหลังพรีมประภาด้วยรอยยิ้มมีความหมายบางอย่าง คิมหันต์หรี่ตามองเพื่อนสนิททันทีด้วยสัญชาตญาณดิบที่บอกว่า... ไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้ไม่ได้แค่วเอาเอกสารมาส่งธรรมดาแน่ๆ และลางสังหรณ์ของเขาก็เป็นจริง เมื่อธามเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดก้องไปทั่วห้องโถง “อ้าว... ไอ้นิม... แฮ่ม! ไอ้วิศวะคิม หายหัวออกจากคณะมาสิงอยู่ที่นี่เองเหรอวะ นึกว่าโดนแม่ยายไล่ตะเพิดกลับบ้านไปแล้วซะอีก!” รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณแม่ปานระวีแข็งค้างทันที บรรยากาศในบ้านที่เคยอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่ พลิกกลับมาเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาทีเดียว! --- เกียร์เปื้อนกาวใจ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้หัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%