"บอกฉันมาตามตรงนะพรีม... นี่ลูกกำลังใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนนี้จริงๆ น่ะเหรอ?"
น้ำเสียงทรงอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความระอาใจดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบกริบของห้องพักขนาดกะทัดรัดที่เพิ่งจะผ่านศึกหนักในการเก็บกวาดมาหมาดๆ
คุณหญิงพรรณราย กวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่โมเดลกระดาษชานอ้อยที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงาน ลังอุปกรณ์ตัดโมเดล ไปจนถึงเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวโคร่งที่พาดอยู่พนักโซฟา สายตาของท่านราวกับเอ็กซ์เรย์ทางการแพทย์ที่เจาะทะลุทะลวงทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
หมอพรีมประภา หรือคุณหมอพรีมสาวสวยสุดเนี๊ยบ ยืนตัวลีบอยู่ข้างโซฟา มือเรียวประสานกันไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจยามที่เธอยืนตรวจคนไข้ในโรงพยาบาลมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวที่กำลังทำความผิดแล้วถูกมารดาจับได้คาหนังคาเขา
"คุณแม่คะ... มันไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดนะคะ คือ... คิมเขาแค่..."
"แค่มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับลูกสาวฉัน ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ และที่สำคัญ..." คุณหญิงพรรณรายยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ สายตาตวัดมองไปยังร่างสูงของเด็กหนุ่มสถาปัตย์ที่ยืนตัวตรงแหน่วราวกับทหารเกณฑ์ฝึกหัด "ผู้ชายคนนี้... หัวกระเซอะกระเซิง ใส่เสื้อยืดกางเกงเล แถมยังเคยทำแฟ้มประวัติคนไข้ของลูกตกน้ำมาก่อนด้วยซ้ำ!"
คิมหันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปกติแล้วไอ้คิมคนนี้ไม่เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ปากร้ายใจนักเลและพร้อมจะเถียงชนฝาหากใครมาหาเรื่อง แต่วันนี้... ต่อหน้าคุณหญิงพรรณราย มารดาบังเกิดเกล้าของว่าที่ภรรยาในอนาคต (ที่เขาแอบคิดไปเอง) เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งที่กำลังยืนให้คณบดีสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง
มือหนาที่เคยจับคัตเตอร์คมกริบตัดโมเดลอย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้กลับวางแนบไว้ข้างลำตัวอย่างเรียบร้อย ผิดวิสัยหนุ่มเซอร์มามาดกาลเทศะติดลบโดยสิ้นเชิง
"สวัสดียครับ... เอ่อ... สวัสดีค่ะคุณแม่!" คิมหันต์เผลอหลุดปากพูดคำลงท้ายผิดประเภทด้วยความประหม่า สมองตีกันยุ่งเหยิงระหว่างคำว่าครับกับค่ะ จนคุณหญิงพรรณรายเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน
หมอพรีมรีบยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองทันที อยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด นี่สินะ... ผลงานชิ้นโบแดงของสถาปัตยกรรมความซุ่มซ่ามที่เธอเผลอใจไปรักเข้าเต็มเปา
"เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ... คุณแม่?" คุณหญิงพรรณรายทวนคำ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววตาดุ "อายุอานามก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะ... เอ๊ย ไม่ใช่ หมายถึงยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ทำตัวเป็นเด็กเกเรคณะสถาปัตย์ แล้วยังบังอาจมาเรียกฉันว่าคุณแม่อย่างสนิทสนมอีกเหรอ?"
"ผม... คิมหันต์ครับ! เอ้ย คิมหันต์ค่ะ... เอ๊ย! ถูกแล้วครับ!" คิมหันต์เริ่มเหงื่อตกพลั่ก แผ่นหลังกว้างชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขาโค้งศีรษะลงต่ำอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา "ผมต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ครับที่คุณแม่มาเยี่ยมกะทันหันแบบนี้ พอดีห้องมันอาจจะรกไปหน่อย เพราะพวกผม... เอ๊ย กระผมกำลังเร่งทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ครับ ไม่ได้มีเจตนาจะทำตัวไม่เหมาะสมต่อหน้าคุณแม่เลยแม้แต่น้อย"
สายตาคมกริบของคุณหญิงพรรณรายหรี่ลงเล็กน้อย สำรวจพิจารณาหนุ่มสถาปัตย์ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ภายนอกจะดูเซอร์ หัวยุ่ง และแต่งตัวตามสบายสไตล์เด็กช่าง แต่แววตาที่เขามองลูกสาวของเธอนั้น... มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มที่คึกคะนองตามวัย
มันคือแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงหาอาทร ความกังวลระคนเกรงใจ และที่สำคัญ... ความคลั่งรักที่ต่อให้พยายามปิดบังแค่ไหนก็ไม่สามารถซ่อนเร้นไว้ได้มิด
"แล้วทำไมต้องทำหน้าตาตื่นกลัวขนาดนั้นด้วยล่ะ? ฉันยังไม่ได้กินหัวเธอสักหน่อย" คุณหญิงพรรณรายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวที่คิมหันต์รีบใช้มือปัดฝุ่นออกให้ทันทีด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ "พรีม... ไปหยิบน้ำอุ่นมาให้แม่แก้วซิ ยืนทื่อเป็นเสาหินอยู่ได้"
"ค่ะแม่!" หมอพรีมรับคำเสียงดังฟังชัดราวกับทหารรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา รีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าwไปยังมุมครัวเล็กๆ ทันที ทิ้งให้คิมหันต์ยืนเผชิญหน้ากับว่าที่แม่ยายตามลำพัง
บรรยากาศในห้องกลับมาอึดอัดอีกครั้ง คิมหันต์ยืนตัวลีบ มือทั้งสองข้างประสานไว้ข้างหน้าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ยิ่งนึกถึงวีรกรรมแสบๆ ที่เขาเคยทำไว้กับคุณหมอพรีม ทั้งแกล้ง ทั้งกวนประสาท และล่าสุดคือการแอบย้ายข้าวของมาเนียนอยู่ร่วมหอพักกับเธอโดยพละการ ถ้าคุณแม่รู้ความจริงทั้งหมด... เขาคงโดนสั่งห้ามเจอหน้าคุณหมอพรีมไปตลอดชีวิตแน่ๆ
"นั่งลงสิ... ยืนค้ำหัวฉันอยู่ได้" เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น
"ครับคุณแม่" คิมหันต์หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้สตูลตัวเล็กอย่างระมัดระวัง วางตัวลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ฉันได้ยินเรื่องของเธอนิดหน่อยจากยายพรีม..." คุณหญิงพรรณรายเริ่มเปิดประเด็น น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนคิมหันต์ต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ "ยายเด็กนี่ เป็นคนดื้อเงียบ ปากแข็ง และไม่ค่อยยอมเปิดใจให้ใครเพราะเอาแต่ทำงานหนัก ฉันในฐานะแม่... เป็นห่วงลูกสาวมาก กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะเจอคนที่ไม่จริงใจ เข้ามาหลอกลวงแล้วก็จากไป"
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับคุณหญิงพรรณราย แววตาที่เคยฉายความกังวลเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและมั่นคงอย่างที่หาดูได้ยากจากเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป
"ผมเข้าใจที่คุณแม่เป็นห่วงครับ..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และจริงใจจากก้นบึ้งของหัวใจ "ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่เพียบพร้อม ไม่ได้เรียนหมอ ไม่ได้มีอนาคตที่มั่นคงเท่ากับคนที่อยู่ในสังคมของคุณแม่... แต่เรื่องเดียวที่ผมกล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันก็คือ ผมรักพรีมครับ รักมาก มากจนไม่รู้จะเอาความรู้สึกพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว ต่อให้พรีมจะปากแข็งใส่ผมร้อยครั้ง พันครั้ง หรือไล่ผมให้ออกไปจากชีวิต ผมก็ไม่มีทางไปไหนทั้งนั้นแหละครับ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหนุ่มมาดเซอร์ ทำเอาคนที่กำลังเดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาถึงกับชะงักฝีเท้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก หมอพรีมเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่
คุณหญิงพรรณรายนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ จ้องมองแววตาที่แน่วแน่และจริงใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่มุมปากอิ่มจะค่อยๆ คลี่9รอยยิ้มบางๆ ออกมาอย่างยากที่จะคาดเดา
"ปากหวานสมกับที่เป็นเด็กสถาปัตย์ดีนี่... หวังว่าการกระทำของเธอจะเสมอต้นเสมอปลายเหมือนคำพูดนะ" คุณหญิงพรรณรายเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะรับแก้วน้ำจากมือลูกสาวที่เดินเข้ามาเสิร์ฟพอดี
หมอพรีมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ คิมหันต์ แอบใช้มือเรียวสะกิดแขนหนาของเขาเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้พูดจาเลี่ยนๆ ต่อหน้าแม่ของเธออีก แต่คิมหันต์กลับถือโอกาสนั้นใช้นิ้วก้อยเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของเธอใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาอย่างอดไม่ได้
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหันสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ไอ้คิม! เปิดประตูเร่วิวส์ด่วนเลยเพื่อน! แย่แล้วโว้ย! อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์บุกมาตรวจห้องมึงแบบไม่ทันตั้งตัว!"
เสียงตะโกนโวยวายของธามดังทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อมๆ กับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นตามหลัง โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า... ภายในห้องพักตอนนี้ไม่ได้มีแค่นักศึกษาสถาปัตย์กับแฟนสาวหมอเพียงสองคนอีกต่อไปแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟูหัวใจไปกับความคลั่งรักของคิมหันต์และหมอพรีมในตอนนี้นะคะ
--- เกียร์เปื้อนกาวใจ ---
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 22
เมื่อแม่หมอมาตรวจการบ้าน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!