"ลูกกำลังเอาอนาคตของตัวเองมาทิ้งไว้กับผู้หญิงคนเดียว... คิมหันต์!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านจนแทบจะทำให้บรรยากาศรอบตัวแข็งเป็นน้ำแข็ง เอกสารโครงการออกแบบรีสอร์ตหรูที่เมืองนอกถูกผลักมาตรงหน้าผู้เป็นบุตรชายด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้เต็มที่
คิมหันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองแผ่นกระดาษเหล่านั้นด้วยแววตาว่างเปล่า มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยสักรูปเข็มทิศบนท่อนแขนขวายังคงบ่งบอกถึงทิศทางที่เขาเลือกเดิน แต่วันนี้... ทิศทางนั้นกำลังถูกผู้ให้กำเนิดพยายามหักเหด้วยอำนาจของครอบครัว
"ผมไม่ได้เอาอนาคตมาทิ้งครับพ่อ" คิมหันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนคนเป็นพ่อชะงัก "การได้อยู่ที่นี่ ได้ทำในสิ่งที่รัก และมี... คนที่ผมไม่อาจปล่อยให้เขาเดินคนเดียว คืออนาคตที่ผมเลือกเอง"
"ที่ปารีสมีโปรเจกต์ร้อยล้านรอแกอยู่! ตำแหน่งหัวหน้าทีมสถาปนิกที่นั่นจะทำให้แกเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่ใช่มานั่งหลังขดหลังแข็งออกแบบตึกกระจอกๆ ในประเทศที่แม้แต่ระบบสาธารณสุขยังวนเวียนอยู่กับที่แบบนี้!"
"พอทีเถอะครับ!" คิมหันต์ตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง ดวงตาคมดุแดงก่ำด้วยความโกรธระคนเจ็บปวด "พ่อไม่เคยเข้าใจผมเลย ตั้งแต่เด็กจนโต ชีวิตผมถูกขีดเส้นไว้หมดแล้วว่าจะต้องเดินไปทางไหน พอผมเจอทางที่ผมอยากจะอยู่... อยากจะตื่นมาแล้วเจอหน้าใครบางคน พ่อก็จะเข้ามาขีดเส้นใหม่ให้มันไกลออกไปทุกที!"
คุณกรกิจ (พ่อของคิมหันต์) สูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เพราะผู้หญิงคนนั้นสินะ... หมอพรีมอะไรนั่น ที่ทำให้ลูกชายฉันกลายเป็นคนไม่มีความทะเยอทะยานแบบนี้"
"อย่าลากพรีมเข้ามาเกี่ยวข้อง" เสียงของคิมหันต์กดต่ำลงจนน่ากลัว สันจدคมสันขยับด้วยความขบกรามแน่น "เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความฝันของผม พรีมมีหน้าที่การงานที่เธอรัก และผมก็มีเหตุผลของผม... เหตุผลที่ผมไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เพราะถ้าผมไปคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่ผม แต่คือเขา... คนที่ผมรัก"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบหายใจไม่ออก คุณกรกิจหรี่ตามองบุตรชายด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เฉือดเฉือนหัวใจคนฟังที่สุด
"ถ้าแกเลือกจะอยู่ที่นี่เพื่อผู้หญิงคนนั้น... ก็จำไว้ว่าบริษัทนี้ และทุกอย่างที่เป็นของตระกูลเรา แกจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่บาทเดียว และอย่าหวังว่าฉันจะยอมรับผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในครอบครัวเรา!"
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนา ทว่าแววตากลับไหววูบอย่างน่าสงสาร "เงินทองหรือชื่อเสียงที่พ่อมี มันซื้อความรู้สึกของผมไม่ได้หรอกครับ... ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ แต่ผมขอปฏิเสธ"
ร่างสูงหมุนตัวเดินหันหลังให้ออกไปจากห้องทำงานนั้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ประตูห้องปิดลงพร้อมกับหัวใจของชายหนุ่มที่หนักอึ้งราวกับมีหินผามาทับถม แม้ปากจะปฏิเสธพ่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ภาระทางใจและอนาคตที่ไร้เส้นทางรองรับก็กำลังทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ภายในห้องพักแพทย์เวรของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หมอพรีมประภากำลังก้มหน้าก้มตาตรวจประวัติคนไข้ด้วยความรวดเร็ว แม้ภายนอกเธอจะดูนิ่งสงบและเป็นมืออาชีพ แต่ปลายนิ้วเรียวที่สั่นระริกเล็กน้อยยามถือปากกา กลับบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจที่ซ่อนอยู่ภายใน
ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานที่เธอเห็นคิมหันต์ทะเลาะกับบิดาผ่านกระจกห้องฉุกเฉิน ความรู้สึกผิดก็เกาะกินหัวใจเธอมาตลอด พรีมรู้ดีว่าคิมหันต์ปฏิเสธโอกาสครั้งสำคัญที่ปารีสก็เพราะเธอ... เขายอมทิ้งอนาคตระดับอินเตอร์เพื่อแลกกับการได้อยู่เคียงข้างแพทย์ฝึกหัดตัวเล็กๆ คนนี้
"แกเป็นอะไรหรือเปล่าพรีม หน้าซีดเป็นไก่ต้มตั้งแต่เช้าแล้วนะ" น้ำใส พยาบาลสาวเพื่อนซี้เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเพื่อนสาวเหม่อลอย "หรือว่า...เรื่องของคุณคิม?"
พรีมวางปากกาลงช้าๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนตัวโยน "น้ำใส ฉันกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงชีวิตเขา"
"พูดบ้าอะไรของแก!" น้ำใสขมวดคิ้วมุ่น ดึงเก้าอี้มานั่งประกบเพื่อนสนิททันที "คุณคิมเขาเต็มใจเลือกเองหรือเปล่า ผู้ชายคลั่งรักระดับสากลขนาดนั้น ยอมเอาหัวชนฝากับพ่อตัวเองก็เพราะไม่อยากห่างจากแก แกควรจะดีใจนะที่มีผู้ชายมารักและปกป้องขนาดนี้"
"แต่มันไม่ใช่ความรักที่สร้างสรรค์เลยนะแก" พรีมเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความกังวล "ถ้าวันหนึ่งเขามานั่งเสียใจทีหลังล่ะ... ถ้าเขาหมดอนาคตเพราะฉัน พ่อเขาเกลียดฉัน ครอบครัวเขาแตกแยกเพราะฉัน แล้วเราสองคนจะมีความสุขกันได้จริงๆ เหรอ"
"ความสุขมันไม่ได้วัดกันที่ตึกสูงปารีสหรือชื่อเสียงเงินทองหรอกพรีม... แต่มันวัดกันที่ว่า ในวันที่แกเหนื่อยล้าที่สุด แกยังมีใครจับมือไว้ต่างหาก" น้ำใสเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเพื่อนรักไว้ "ลองคุยกับเขาตรงๆ เถอะนะ อย่าแบกความรู้สึกนี้ไว้คนเดียวเลย"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสถาปัตย์ที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู คิมหันต์ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ตามสไตล์ แต่ดวงตาคมกริบที่มองตรงมาที่พรีมกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ปกปิดไม่มิด
น้ำใสเห็นดังนั้นจึงรีบตบไหล่พรีมเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกจากห้องไป ปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ตามลำพัง
พรีมเม้มริมฝีปากแน่น เธอลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ "คิม... หน้าตาคุณดูแย่มากเลยนะ ไปโดนอะไรมาอีก"
คิมหันต์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะมอบให้เธอได้ มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของแพทย์สาวอย่างแผ่วเบา
"ไม่ได้โดนอะไร แค่แวะไปเคลียร์ธุระกับที่บ้านมานิดหน่อย" เขาตอบเสียงนุ่ม
"เรื่องไปปารีสเหรอคะ?" พรีมถามตรงประเด็น ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณปฏิเสธพ่อใช่ไหม... เพราะฉันใช่ไหมคิม"
คิมหันต์เงียบไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่สัมผัสอยู่บนแก้มเนียนชะงัก ก่อนที่เขาจะลดมือลงแล้วสอดประสานนิ้วเข้ากับมือเรียวของเธอแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วเธอจะหายไป
"ฟังนะพรีม..." คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึก น้ำเสียงของเขาจริงจังและหนักแน่นจนคนฟังหัวใจกระตุก "ที่ผมปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะคุณบังคับ แต่เพราะผมเลือกแล้ว... โอกาสไปทำงานที่โน่นมันอาจจะดีสำหรับอนาคตบนหน้ากระดาษ แต่ถ้าไม่มีคุณอยู่ในอนาคตนั้นด้วย ความสำเร็จพวกนั้นมันก็ไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับผม"
"แต่ว่าที่คุณทำแบบนี้ มันทำให้ครอบครัวคุณ..."
"ครอบครัวผมมีทางเดินของเขาอยู่แล้วพรีม" คิมหันต์ขัดขึ้นเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "สิ่งเดียวที่ผมแคร์ในตอนนี้ คือความรู้สึกของคุณ... เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ"
พรีมน้ำตาคลอเบ้า ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้ทำให้หัวใจที่หวาดกลัวเริ่มสงบลง เธอยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ... เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
บรรยากาศหวานละมุนอบอวลขึ้นมาในห้องพักแพทย์ขนาดเล็ก ความเข้าใจและกำลังใจจากคนรักทำให้ความอึดอัดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น คิมหันต์ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กสูดดมความหอมอ่อนๆ จากตัวเธอเพื่อเติมพลังให้ชีวิต
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นช่างแสนสั้น
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของพรีมแผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ พรีมผละออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างเสียดาย หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ
เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์จากโรงพยาบาลที่ส่งเข้ามาพร้อมกัน พรีมกดเปิดอ่านด้วยความสงสัย แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก ร่างกายของเธอก็ชาวาบจนแทบยืนไม่อยู่
มือที่ถือโทรศัพท์ร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก คิมหันต์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงรีบคว้าตัวเธอไว้
"พรีม! เป็นอะไร หน้าซีดเป็นกระดาษเลย ใครโทรมา?"
พรีมเงີยหน้าขึ้นสบตากับเขา น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดกลับร่อร่อนลงมาอีกครั้ง เสียงกระซิบสั่นเครือหลุดจากริมฝีปากที่ซีดเผือด
"คิม... แม่โทรมาบอกว่า... คลินิกของคุณพ่อที่ต่างจังหวัดโดนไฟไหม้หมดแล้ว..."
ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ
*เกียร์เปื้อนกาวใจ*
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 25
ความลังเลในอนาคต
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!