สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 34

เสียงหัวใจเรียกร้อง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
ปลายนิ้วที่กำลังจัดเรียงแฟ้มประวัติคนไข้ของพรีมประภาชะงักกึก แรงกระตุกวูบในโพรงอกรุนแรงเสียจนแฟ้มเอกสารในมือแทบจะร่วงหล่นลงสู่พื้นกระเบื้องสีขาวปลอดเชื้อของระเบียงทางเดินหน้าแผนกผู้ป่วยนอก กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างมือที่คุ้นชินถูกแทนที่ด้วยกลิ่นประจำตัวของใครบางคน—กลิ่นไอกระดาษไข กลิ่นจางๆ ของไส้ดินสอเกรดบี และกลิ่นโคโลญจน์เนื้อไม้จางๆ ที่เธอเคยหลับตาจำมันได้แม่นยำ “คิม...” ริมฝีปากบางเคลือบลิปมันระเรื่อขยับเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะฉายแววนิ่งสนิทอย่างแพทย์ผู้ชำนาญการ บัดนี้ไหวระริก คิมหันต์ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าของคณะสถาปัตย์ที่เปรอะคราบสีแห้งกรังตรงชายเสื้อ ใบหน้าหล่อคมคายที่มักจะตีมึนไม่รู้ร้อนรู้หนาวดูซูบลงเล็กน้อย ใต้ตามีรอยคล้ำจากการโต้รุ่งทำโมเดล แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพรีมสะดุด คือแววตาคู่คมสีสนิมที่จับจ้องเธอ... มันไม่เหลือความเฉยชาหรือกำแพงกวนประสาทไว้ปกป้องตัวเองอีกต่อไป “ที่นี่โรงพยาบาลนะคะคุณคิมหันต์” พรีมพยายามเค้นเสียงให้เรียบตึงที่สุด พลางกอดแฟ้มเข้าหาอกเพื่อซ่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นถี่รัวผิดจังหวะ “ถ้าไม่ได้เจ็บป่วยฉุกเฉิน กรุณาไปกดบัตรคิวตรวจตามระบบค่ะ” “ผมป่วย” คิมก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนพรีมสัมผัสได้ถึงไออุ่น “ป่วยหนักด้วย... ไม่รู้ว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือเพราะใจมันขาดหมอแถวนี้กันแน่ อาการมันหน่วงจนจะตายอยู่แล้วเนี่ย” “อย่ามาไร้สาระแถวนี้” หญิงสาวสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นตรวจตราหน้าปกแฟ้ม แต่ปลายนิ้วที่จิกลงบนกระดาษแข็งกลับสั่นเทา “ถ้าจะมาพูดจาเพ้อเจ้อเพื่อเอาชนะเหมือนทุกที พรีมไม่มีเวลาว่างมาต่อปากต่อคำด้วยหรอกนะ วันนี้เวรพรีมยุ่งมาก” “ผมไม่ได้มาเอาชนะ” น้ำเสียงที่ตัดความขี้เล่นออกไปจนหมดสิ้นดึงสายตาของพรีมให้ตวัดกลับมามอง คิมหันต์ยืนนิ่ง มือหนาที่มักจะถือคัตเตอร์กรีดแผ่นชานอ้อยอย่างมั่นคง ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าย่ามผ้าดิบใบโปรด เขาหยิบบางอย่างออกมา—มันคือกระดาษไขแผ่นยาวที่ถูกม้วนไว้อย่างทะนุถนอม ทว่าขอบกระดาษกลับมีรอยยับย่น บ่งบอกว่าเจ้าของคงถือมันเดินวนไปวนมาด้วยความลังเลอยู่นานนับชั่วโมง “ไอ้ธามมันบอกผมว่า... ถ้าตึกมันพัง เราแค่รื้อถอนแล้วเทคานใหม่ แต่ถ้าความรู้สึกพัง ต่อให้เป็นวิศวกรเทวดาที่ไหนก็ซ่อมให้ไม่ได้” คิมพูดช้าๆ สบตาเธอตรงๆ ด้วยความเว้าวอนที่พรีมไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลาสามปีที่รู้จักกันมา “สองอาทิตย์ที่เธอไม่ตอบไลน์ ไม่รับสาย... ผมโคตรทรมานเลยพรีม สตูดิโอมันเงียบจนผมแทบบ้า ผมเขียนแบบไม่ได้ ตัดโมเดลก็เบี้ยว... เพราะในหัวมันมีแต่คำถามว่า ผมทำผู้หญิงที่ผมรักที่สุดหลุดมือไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม” คำว่า ‘รักที่สุด’ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างคิมหันต์ ทำเอากำแพงความโกรธที่พรีมสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน แต่ความเจ็บปวดจากความเย็นชาในอดีตก็ยังคงเป็นตะกอนแหลมคม “แล้วตอนนั้นล่ะคะ?” พรีมถามกลับ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ แววตาตัดพ้อรื้อฟื้นเรื่องราวที่ทำให้เธอตัดสินใจเดินออกมา “ตอนที่พรีมต้องการคิมที่สุด ตอนที่พรีมเหนื่อยจนร้องไห้แทบขาดใจหลังลงเวรดึก คิมหายไปไหน? คิมมัวแต่จมอยู่กับงาน อยู่กับโลกส่วนตัว ปิดกั้นพรีมไว้ข้างนอก พรีมไม่ได้ต้องการคนที่โผล่มาแค่ตอนที่ตัวเองอยากมานะคิม... พรีมก็เป็นคน มีความรู้สึก เจ็บเป็นเหมือนกัน!” หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาแพทย์สาว เธอพยายามกลั้นมันไว้สุดชีวิต เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว คิมเห็นดังนั้น หัวใจเขาก็เหมือนถูกมีดผ่าตัดกรีดสดๆ ชายหนุ่มไม่สนสายตาของพยาบาลเวรหรือคนไข้ที่เดินผ่านไปมาอีกต่อไป เขาก้าวประชิดตัวเธอ มือหนาเอื้อมไปกุมข้อมือบอบบางของพรีมไว้อย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นไม่ยอมให้เธอสะบัดหลุด “ผมขอโทษ...” คำขอโทษที่แสนเรียบง่าย แต่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ คิมหันต์คลี่ม้วนกระดาษไขในมือออกตรงหน้าเธอ พรีมก้มลงมองด้วยความพร่ามัว สิ่งที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษไม่ใช่แบบแปลนอาคารพาณิชย์หรือพิพิธภัณฑ์ส่งประกวด แต่เป็น ‘แบบแปลนบ้านชั้นเดียว’ ที่ถูกร่างด้วยลายเส้นดินสออย่างประณีต ทุกตารางนิ้วถูกใส่ใจในรายละเอียดอย่างบ้าคลั่ง ตรงมุมห้องนั่งเล่นมีโน้ตเล็กๆ เขียนว่า *‘มุมโซฟาตัวแอล เบาะนุ่มพิเศษ สำหรับคุณหมอไว้นอนพักหลังลงเวร’* ตรงห้องครัวมีข้อความว่า *‘เคาน์เตอร์กาแฟและเครื่องชงแบบเก็บเสียง จะได้ไม่รบกวนเวลาพรีมนอนกลางวัน’* และที่มุมหนึ่งของสวนหลังบ้าน มีห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เขียนกำกับไว้ว่า *‘ห้องตัดโมเดลกระจกใส ให้มองเห็นกันได้ตลอดเวลา จะไม่ขังตัวเองคนเดียวอีกแล้ว สัญญา’* และที่สำคัญที่สุด... ที่มุมล่างขวาของกระดาษแปลนแผ่นนั้น ช่องที่ต้องลงชื่อสถาปนิกและเจ้าของโครงการ คิมหันต์เขียนชื่อของเขากับเธอเคียงคู่กันไว้ “ผมมันโง่เองที่คิดว่าการรักใครสักคน คือการสร้างพื้นที่ของตัวเองให้มั่นคงก่อนแล้วค่อยดึงเธอเข้ามา” คิมพูดด้วยเสียงที่สั่นเทา ดวงตาคมแดงก่ำ “ผมลืมไปว่าความรักมันคือการสร้างมันไปด้วยกัน... ผมกลัวเข็มฉีดยา กลัวเลือด กลัวโรงพยาบาลจะตายห่า เธอก็รู้ แต่ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ยอมให้คนทั้งวอร์ดมองเป็นตัวประหลาด เพราะผมกลัวการไม่มีเธอในชีวิตมากกว่าพรีม” “คิม...” หยดน้ำตาของพรีมหยดแหมะลงบนกระดาษไข รอยด่างน้ำแผ่ซึมลงบนหมึกดินสอ “กลับมาดูแลสถาปนิกหน้ามึนคนนี้ได้ไหมครับ?” คิมยกมือข้างที่ว่างขึ้นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียน ปลายนิ้วโป้งช่วยปาดคราบน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม “ให้โอกาสผมได้แก้แบบแปลนชีวิตของเราใหม่นะ... คราวนี้ผมจะไม่ดื้อ ไม่หนีหายไปไหนอีกแล้ว หมอจะฉีดยาลงโทษผมกี่เข็มก็ได้ ยอมหมดเลยจริงๆ” หัวใจของพรีมประภาอ่อนยวบลงจนแทบไม่เหลือแรงต้าน ความเนี๊ยบ ความปากแข็งที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังพังทลายลงต่อหน้าความจริงใจอันเปลือยเปล่าของเขา เธอกำลังจะอ้าปากตอบรับ กำลังจะโผเข้าสู่อ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอดสองสัปดาห์ *กริ๊งงงงงงง! ติ๊ด—ติ๊ด—ติ๊ด!* เสียงวิทยุสื่อสารฉุกเฉินและสัญญาณเตือนโค้ดบลู (Code Blue) จากหน้าห้องฉุกเฉินชั้นล่างแผดเสียงดังลั่นทะลุโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของน้ำใสที่วิ่งหน้าตื่นเลี้ยวโค้งมุมตึกมา “หมอพรีม! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” น้ำใสตะโกนหอบแฮก แววตาตื่นตระหนกจนลืมสังเกตบรรยากาศหวานปนซึ้งของทั้งคู่ “เคสอุบัติเหตุหมู่สิบล้อชนรถตู้ที่เพิ่งเข้ามา... หนึ่งในคนเจ็บวิกฤตที่นั่งมาในรถ คือท่านรองคณบดี พ่อของหมอพรีมค่ะ!” มือของพรีมที่กำลังจะเอื้อมไปจับมือคิม ชะงักค้างกลางอากาศ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที ขณะที่ประตูลิฟต์ฉุกเฉินเบื้องหลังเปิดผางออก เผยให้เห็นเตียงเข็นที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและทีมแพทย์กู้ชีพที่กำลังปั๊มหัวใจอย่างบ้าคลั่ง! *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เด็กสถาปัตย์กับคุณหมอจนถึงตอนนี้นะคะ อย่าลืมเตรียมทิชชู่ไว้รอตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%