"บอกแล้วไงคะว่าถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมพักผ่อน หมอจะไม่อนุญาตให้กลับบ้านเด็ดขาด!"
เสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องฉุกเฉิน พรีมประภาในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา กำลังยืนกอดอกจ้องมองร่างสูงโปร่งของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีสามที่นั่งทำหน้ามึนอยู่บนเตียงคนไข้ แววตาคู่สวยฉายแววระอาปนกังวลระคนกันอย่างปิดไม่มิด
คิมหันต์ หรือที่ใครๆ ในคณะสถาปัตย์เรียกว่า 'ไอ้ตัวแสบหน้ามึน' กำลังยกมือข้างที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาดขึ้นมาเกาปลายจมูกแก้เก้อ ดวงตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีเข้มที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงช้อนมองคุณหมอคนสวยด้วยสายออดอ้อนแบบที่เจ้าตัวถนัดนัก
"ก็คนมันคิดถึงนี่ครับ... เอ๊ย หมายถึง งานมันเร่งต่างหากเล่า" คิมหันต์รีบแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม เมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองอย่างจับผิด
"งานเร่งจนต้องทำอีท่าไหนถึงได้สะดุดโครงเหล็กหน้าคณะ จนหัวเข่าแตกแล้วยังแถมแผลเหวอะที่ฝ่ามือมาอีกคะคุณคิมหันต์" พรีมถอนหายใจยาวเหยียดขณะก้าวเข้าไปใกล้เตียงคนไข้ มือเรียวบางถือแฟ้มประวัติคนไข้แน่นจนข้อนือขาวซีด "แล้วนี่อะไร... บอกพยาบาลน้ำใสว่าเจ็บจนเดินไม่ไหว ต้องให้เพื่อนหามส่งห้องฉุกเฉิน แต่พอหมอเข้ามาตรวจจริงๆ กลับนั่งแกะโมเดลกระดาษเล่นหน้าตาเฉยเนี่ยนะ!"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อพรีมจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกดดัน ทว่าคนตัวสูงกว่ากลับไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ใบหล่อเหลาที่มักจะตีมึนใส่คนอื่นเสมอระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาบางเบา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความสะอาดของสบู่ลานไทรที่คุ้นเคยลอยแตะจมูกคุณหมอสาวจนใจดวงน้อยกระตุกวูบ
"ก็ถ้าผมไม่ทำแบบนี้... คุณหมอสุดสวยคนนี้จะยอมเงยหน้าจากกองแฟ้มเคสผ่าตัดมามองผมสักวินาทีไหมล่ะครับ" คิมหันต์เอ่ยเสียงนุ่ม ทุบหัวใจคนฟังให้หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ผมไลน์ไปก็อ่านไม่ตอบ โทรไปก็ติดเคส... ถ้าไม่เจ็บตัวจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ผมคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเห็นหน้าคุณหมอในระยะประชิดแบบนี้หรอกนะพรีม"
คำพูดหน้าตาเฉยแต่แฝงไปด้วยความน้อยใจลึกๆ ทำให้พรีมเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ตั้งแต่วันที่เธอต้องขึ้นเวรติดกันสามวันสามคืนจนไม่มีเวลาให้เขา คิมหันต์ก็มักจะมีวิธีเรียกร้องความสนใจแปลกๆ แบบนี้เสมอ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญและเหนื่อยหน่าย แต่หัวใจข้างซ้ายกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกทุกครั้งที่เห็นแผลถลอกปอกเปิกของเขา
"มันอันตรายนะคะคิม..." พรีมเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะขอบผ้าพันแผลที่ฝ่ามือหนาอย่างเบามือที่สุด กลัวว่าเขาจะเจ็บ แม้ลึกๆ จะรู้ว่าแผลพวกนี้ไม่ได้หนักหนาอย่างที่เจ้าตัวตีโพยตีพายก็ตาม "ถ้าเกิดมันพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ ล่ะ ถ้าเหล็กแผ่นนั้นมันบาดลึกกว่านี้..."
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" สถาปัตย์หน้ามึนสวนกลับทันควัน นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความสุขระคนคลั่งรัก "สารภาพมาเถอะน่าพรีม ว่าใจหายแวบตอนที่เห็นชื่อผมในใบบันทึกอุบัติเหตุ"
"ใครเป็นห่วงคุณกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย" พรีมรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก เมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงก่ำที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "น้ำใส! จัดยาแก้ปวดแล้วก็ทำแผลต่อให้คุณคิมหันต์ด้วยนะ เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่สำออยอยากเจอหมอเฉยๆ"
พยาบาลสาวเพื่อนซี้อย่างน้ำใสที่แอบยืนอมยิ้มอยู่มุมห้องมานาน รีบพยักหน้ารับคำสั่งทันทีพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียน "รับทราบค่ะคุณหมอพรีม เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง รับรองว่าแผลถลอกแค่นี้ จะต้องถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะจนขยับมือไม่ได้ไปอีกสามวันเลยค่ะคุณคิม!"
คิมหันต์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเมื่อเจอสายตารู้ทันของพยาบาลสาวตัวแสบ ก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาออดอ้อนใส่พรีมที่กำลังหมุนตัวเตรียมเดินหนีออกจากห้องฉุกเฉิน
"เดี๋ยวสิพรีม... ยังตรวจไม่ละเอียดเลยนะ หัวใจผมเต้นผิดจังหวะตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว หมอไม่ต้องเช็กดูหน่อยเหรอ"
พรีมหยุดเดินแต่ยังไม่ยอมหันกลับมา น้ำเสียงราบเรียบแต่ซ่อนรอยยิ้มไว้ที่มุมปากเอ่ยตอบ "ถ้าหัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะความกะล่อนของคุณคิม โรงพยาบาลนี้คงไม่มีหมอคนไหนรักษาหายหรอกค่ะ เชิญนอนพักให้หนำใจเถอะ หมอต้องไปดูเคสอื่นแล้ว"
ประตูกระจกห้องฉุกเฉินเลื่อนปิดลงพร้อมกับร่างบางที่ก้าวออกไป ทิ้งให้คิมหันต์นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวบนเตียงคนไข้อย่างคนอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่า... ความสงบสุขในห้องสีขาวแห่งนี้กำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"อ้าว... น้องคิมหันต์ มาทำอะไรที่ห้องฉุกเฉินครับเนี่ย เจ็บตัวเหรอ หรือว่าแอบหนีงานโปรเจกต์มาจีบคุณหมอคนสวยอีกแล้ว?"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูอย่างยิ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ 'นายแพทย์ภาคภูมิ' ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นพี่สุดฮอตประจำโรงพยาบาล ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร แต่ในสายตาของคิมหันต์แล้ว รอยยิ้มนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน เพราะหมอภาคภูมินี่แหละที่เป็นคู่แข่งหัวใจคนสำคัญที่คอยตามขายขนมจีบพรีมมาโดยตลอด
คิมหันต์หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่ได้มาจีบใครครับ... พอดีอุบัติเหตุหน้าคณะมันบังเอิญน่ะ" คิมหันต์ตอบเสียงห้วน พยายามขยับตัวลงจากเตียง ทว่าจังหวะนั้นเอง...
"อ้าว คิม! แผลที่เข่ายังไม่แห้งดีเลยนะ จะลุกไปไหน" หมอภาคภูมิเดินเข้ามาใกล้ด้วยความหวังดีตามประสาแพทย์ พร้อมกับยื่นมือเข้ามาประคองท่อนแขนของคิมหันต์ไว้
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูกระจกห้องฉุกเฉินก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของพรีมที่ถือแฟ้มวิ่งกลับเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมสั่งจ่ายยาตัวสำคัญ
ภาพที่พรีมเห็นผ่านบานกระจกใส... คือหมอภาคภูมิที่กำลังโอบประคองร่างของคิมหันต์ไว้แนบชิด จนหน้าอกแทบจะแนบติดกัน ในขณะที่คิมหันต์กำลังใช้มืออีกข้างผลักอกรุ่นพี่หมอออกด้วยสีหน้าดุดันราวกับกำลังจะวางมวยกันกลางห้องฉุกเฉิน!
"หยุดนะ!" พรีมเผลอตะโกนเสียงดังลั่นห้องด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อจ้องมองภาพตรงหน้าสลับไปมาด้วยความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ "นี่พวกคุณ... กำลังทำอะไรกันในห้องฉุกเฉินเนี่ย!"
คิมหันต์ชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าพรีมที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความตกใจและโกรธขิงโกรธข่า
"พรีม! มันไม่ใช่..." คิมหันต์รีบอ้าปากปฏิเสธเสียงหลง
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม หมอภาคภูมิกลับยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาคิมหันต์แทบอยากจะกระโดดกัดคอเสื้อรุ่นพี่หมอเข้าให้
"ไม่มีอะไรหรอกครับน้องพรีม พอดีน้องเขาทำท่าจะล้ม ผมก็แค่... เข้ามาช่วยรับไว้ไม่ให้แผลฉีกซ้ำเท่านั้นเองครับ"
ดวงตาของพรีมวาวโรจน์ขึ้นมาทันที หญิงสาวมองหน้าคิมหันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังระคนโกรธจัด "ไหนบอกว่าแค่อุบัติเหตุเล็กน้อยไงคะคิม... แล้วนี่ถึงกับจะชกกับหมอภาคภูมิคาห้องฉุกเฉินเลยเหรอ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เด็กสถาปัตย์กับคุณหมอจนถึงตอนนี้นะคะ อย่าลืมเตรียมทิชชู่ไว้รอตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 35
การเผชิญหน้าที่ห้องฉุกเฉินอีกครั้ง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!