กลิ่นควันจางๆ ของกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดอร่อย ไม่สามารถดึงสติของคิมหันต์ให้หลุดออกจากกระดาษไขแผ่นบางตรงหน้าได้เลย หัวปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนเส้นกริดสถาปัตยกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดาษยับย่นและเกือบจะทะลุด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณของนักออกแบบที่ฝึกฝนมานับร้อยโปรเจกต์ ภาพสเก็ตช์ที่เขาบรรจงวาดขึ้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก คงกลายเป็นแค่รอยขีดข่วนอย่างไร้ความหมายไปนานแล้ว
ดวงตาคมกริบใต้เรือนผมสีเข้มที่ปล่อยให้มันยุ่งเหยิงตามประสาคนไม่ได้นอนมาเกือบสองวัน ทอดมองโครงสร้างบ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัวที่ธามกับน้ำใสเพิ่งส่งพิกัดและตารางเวลาการเดินทางมาให้เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน มันไม่ใช่ทริปพักผ่อน... มันคือกับดัก! กับดักชั้นดีที่เพื่อนรักตัวแสบทั้งสองตั้งใจขุดหลุมฝังเขาให้ลงไปดิ้นพล่านกับความอึดอัด
และที่สำคัญที่สุด... มันคือเจ็ดวันที่เขาจะต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับ ‘คนที่ขอพักเบรก’ สถานะ
“เออ ดีเหมือนกันวะ ไอ้คิม... มึงจะได้รู้ซึ้งว่าการไม่มีคุณหมอคนเก่งอยู่คอยบ่นเรื่องสูบบุหรี่กับกินกาแฟแทนข้าวเนี่ย มันทรมานระทมขื่นขมขนาดไหน” เสียงกวนประสาทของธามที่เคยพูดไว้ในโทรศัพท์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท
คิมแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้กลัวการไปติดเกาะร้างหรอกนะ... เขาแค่กลัวว่าหัวใจตัวเองจะทนเห็นแววตาห่างเหินของพรีมประภาไม่ไหวต่างหาก
นิ้วเรียวยาวที่มักจะเปื้อนคราบดินสอและสีฝุ่น พลิกกระดาษแผ่นเก่าขึ้นมาเผยให้เห็นรูปสเก็ตช์พรีเวดดิ้ง... ไม่ส, รูปสเก็ตช์พรีมกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจแฟ้มประวัติคนไข้ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา เป็นภาพที่เขาแอบวาดไว้เมื่อเดือนก่อนตอนไปนั่งเฝ้าเธอเคลียร์เคสที่โรงพยาบาล เส้นสายที่ตวัดขึ้นอย่างมั่นใจขัดกับความรู้สึกเคว้งคว้างในอกตอนนี้เหลือเกิน
“ใจร้ายชะมัด...” พึมพำกับความเงียบงันในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงโคมไฟสถาปนิกสีดำตัวเก่งส่องสว่างอยู่ตัวเดียว
คิมหันต์วางปากกาลง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำ ปล่อยให้ความเงียบและความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจม ความรู้สึก ‘ขาด’ มันน่ากลัวแบบนี้นี่เอง เหมือนบ้านที่สร้างโครงสร้างเสร็จแต่ไม่มีหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝน เหมือนตึกสูงสתارที่ไร้ฐานรากมั่นคง เพียงแค่ลมพัดผ่านเบาๆ ก็พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ
ในขณะเดียวกัน... ห่างออกไปอีกฟากหนึ่งของเมือง ภายในห้องพักแพทย์เวรที่เงียบสงบและอบกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ พรีมประภากำลังใช้สองมือปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทั้งวันไหลรินผ่านง่ามนิ้วอย่างเงียบเชียบ
เธอเป็นหมอ... เธอถูกฝึกมาให้รับมือกับความเป็นความตาย ความเจ็บปวด และการสูญเสียอย่างไร้น้ำตา แต่ทำไมเรื่องสถานะความสัมพันธ์งี่เง่าระหว่างเธอกับเด็กสถาปัตย์ปากร้ายคนนั้น ถึงทำให้เ่อมอเอ่อล้นทะลักออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้
“แกคิดถูกแล้วใช่ไหมยายพรีม...” เสียงกระซิบสั่นเครือหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด
เมื่อช่วงเช้า น้ำใสเพิ่งจะเอาตารางการเดินทางไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และพักผ่อนประจำปีที่เกาะรกร้างแห่งหนึ่งมาโยนใส่โต๊ะทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พรีมจำได้ไม่ลืม *“แกห้ามปฏิเสธนะพรีม เพราะนี่คืองานราษฎร์งานหลวงที่โรงพยาบาลจัดร่วมกับคณะสถาปัตย์ของยัยคิมเขา อ้อ... แล้วก็ไปกันแค่ไม่กี่คนหรอกนะ ยอดคนพอดีคู่พอดีห้องเป๊ะ!”*
คำพูดนั้นดังวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การขอพักเบรกความสัมพันธ์ เพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง คือสิ่งที่พรีมเป็นคนเอ่ยปากพูดออกไปเองด้วยความมั่นใจเมื่อสองวันก่อน เพราะเธอหวาดกลัวความผูกพันที่เติบโตเร็วจนน่าใจหาย หวาดกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่พึ่งพาผู้ชายเซอร์ๆ คนหนึ่งมากเกินไป แต่พอเอาเข้าจริง... แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอหน้ากวนๆ ของเขา ไม่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่คอยกวนโมโหแต่แอบเป็นห่วงอยู่เสมอในทุกเช้า หัวใจดวงนี้มันก็กรีดร้องออกมาว่าเธอกำลังทำผิดมหันต์
พรีมก้มมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ หน้าจอยังคงค้างอยู่ที่แชทสนทนากลุ่มที่ธามส่งรายละเอียดการขึ้นเรือสปีดโบ๊ทในอีกสามวันข้างหน้า ไม่มีข้อความส่วนตัวจากคิมหันต์... ไม่มีคำง้องอน ไม่มีแม้แต่คำท้วงติงใดๆ เขายอมรับการตัดสินใจของเธออย่างเงียบงัน และนั่นคือสิ่งที่บาดลึกที่สุด
คนปากร้ายอย่างคิม ถ้าเขาเงียบ... แปลว่าเขาเจ็บจริง
“นายใจร้ายที่สุดเลยไอ้สถาปัตย์หน้ามึน...” พรีมสะอื้นเบาๆ มือบางหยิบสเตתוสโคป (Stethoscope) ขึ้นมาแนบ1อกข้างซ้าย เสียงหัวใจเต้นถี่รัวของตัวเองช่างน่าสมเพชนัก มันไม่ได้เต้นเพราะเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่รสมันเต้นเรียกหาไออุ่นจากอ้อมกอดที่เธอเพิ่งผลักไสไล่ส่งมันออกไป
เวลาสามวันที่เหลืออยู่ก่อนถึงวันเดินทาง เปรียบเสมือนการนับถอยหลังสู่การพิพากษาครั้งใหญ่ พรีมไม่รู้เลยว่า เมื่อไปถึงเกาะแห่งนั้น ทะเลสีครามและหาดทรายขาวจะช่วยเยียวยาแผลใจ หรือมันจะกลายเป็นพายุโหมกระหน่ำซัดความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ให้พังทลายลงต่อหน้าเขา
บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดและความโหยหา ระยะทางที่ถูกคั่นกลางด้วยตึกสูงระฟ้าและภาระหน้าที่ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกคิดถึงลดน้อยลงเลย กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินหน้า
จนกระทั่ง... เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ที่หน้าห้องพักแพทย์ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่านของพรีม
*ก๊อก ก๊อก*
พรีมรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะเอ่ยอนุญาต “เชิญค่ะ”
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปคณะสถาปัตย์สีเลือดหมูที่คุ้นตา กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือจางด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้ามาเสียอีก
คิมหันต์ยืนพิงกรอบประตู มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อช็อป ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองสภาพขอบตาแดงก่ำและคราบน้ำตาที่ยังแห้งไม่สนิทบนใบหน้าของเธอ ความไหววูบฉายชัดขึ้นในแววตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์
“หมอว่างไหมครับ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะกอนทางอารมณ์ของพรีมที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พอดีสถาปนิกแถวนี้... กำลังต้องการคนช่วยตรวจแบบแปลนหัวใจที่มันกำลังจะพัง เพราะขาดคนดูแลเป็นพิเศษครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะประทับใจความคลั่งรักแบบมึนๆ ของคิมกันค่ะ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 33
วันที่ขาดเธอไป
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!