"เรา... หยุดกันแค่นี้ก่อนดีไหมคะ, คิม"
น้ำเสียงของพรีมประภาไม่ได้สั่นเครือ เธอนิ่งสงบจนน่ากลัว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววความลังเลเจือความห่วงใยเมื่อครู่ บัดนี้กลับเรียบเฉยราวน้ำในบึงลึกที่ถูกแช่แข็งด้วยความเหนื่อยล้า เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงจากห้องผ่าตัดที่แผดเสียงก้องไปทั่วห้องพักแพทย์เมื่อคืนก่อน ได้ปิดฉากความฝันสีชมพูของพวกเขาราวกับมีคนกระชากปลั๊กไฟทิ้งอย่างไม่ใยดี และนั่นไม่ใช่ความผิดของใคร... มันคือความจริงอันแสนโหดร้ายที่พวกเขากำลังเผชิญ
คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังถือแก้วกาแฟค้างไว้กลางอากาศ ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าเซอร์ๆ ของสถาปนิกปีสามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทเธอเสมอเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาววางแก้วลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงกระทบกันดัง *กึก* เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบงันของห้อง
"เธอพูดว่าอะไรนะ, พรีม..." เสียงของเขาแหบพร่า รอยยิ้มฝืนๆ ถูกส่งออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปเองใช่ไหม หมอฝึกหัดตัวแสบ... อย่ามามุกนี้นะ มันไม่ตลกเลยสักนิด"
"พรีมไม่ได้ล้อเล่นค่ะ, คิม" แพทย์สาวถอนหายใจยาว แววตาของเธอบ่งบอกถึงความอัดอั้นที่สะสมมานานแรมเดือน "ตลอดสามสิบเอ็ดตอนที่ผ่านมา... เราพยายามวิ่งเข้าหา ริมฝั่งของกันและกันด้วยความเร็วเกินพิกัด คิมเหนื่อยไหมคะ? แต่พรีม... พรีมเหนื่อยมากแล้ว หน้าที่การงานของพรีม ชีวิตคนไข้ที่ต้องแบกรับ กับโปรเจกต์ส่งอาจารย์ของคิมที่นอนตีสองตีสามทุกวัน... เราแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองด้วยซ้ำ แล้วเราจะเอาเวลาที่ไหนมารักกันได้อย่างสมบูรณ์แบบล่ะคะ"
"ความรักมันไม่ต้องใช้เวลาว่างร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกพรีม! ขอแค่ใจเรายัง..." คิมหันต์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องและยื้อยุดกำลังทำงานเต็มพิกัด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กที่สวมนาฬิกาเรือนโปรดเอาไว้ ทว่า... พรีมกลับถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบเลี่ยงสัมผัสที่คุ้นเคยนั้นอย่างจงใจ
ความว่างเปล่าระหว่างปลายนิ้วของเขากับข้อมือของเธอกลายเป็นช่องว่างที่กว้างใหญ่ไพศาล คิมหันต์ชะالكมือค้างไว้กลางอากาศ ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งพล่านไปทั่วอกซ้าย มันไม่ใช่ความโกรธ... แต่มันคือความกลัว กลัวว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะหลุดมือไปจริงๆ
"อย่าเข้ามาใกล้พรีมตอนนี้เลยค่ะ, คิม" เธอกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "ยิ่งคิมทำแบบนี้ พรีมยิ่งใจอ่อน... และถ้าพรีมใจอ่อน เราก็จะกลับไปสู่วงจเดิม วงจรที่คิมต้องมารอพรีมหน้าห้องฉุกเฉินถึงตีสี่ครึ่ง วงจรที่คิมแอบเอาขนมมาแขวนไว้ที่ล็อคเกอร์ทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้นอน แล้วเราก็ทะเลาะกันเรื่องความใส่ใจที่มันสวนทางกับความเป็นจริง... เราถอยคนละก้าวดีกว่านะคะ"
"ถอย? เธอเรียกว่าถอยเหรอพรีม พรีมเรียกว่าการบอกเลิกแบบซอฟต์ๆ ว่าพักเบรกเนี่ยนะ!" น้ำเสียงของหนุ่มสถาปัตย์เริ่มเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น ความปากร้ายที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความคลั่งรักเริ่มพรั่งพรูออกมา "เธอกำลังบอกว่าความพยายามที่ผ่านมามันสูญเปล่าใช่ไหม? เธอกำลังบอกว่าฉัน... คิมหันต์คนนี้ เป็นภาระในชีวิตหมอพรีมงั้นสิ!"
"อย่ามาใช้อารมณ์กับพรีมนะคะ, คิม!" พรีมเองก็เริ่มขึ้นเสียงบ้าง ดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "คิมไม่เคยเข้าใจความกดดันของการเป็นหมอเลยสักนิด! คิมมีโลกของคิม มีเพื่อน มีอิสระ มีกระดานวาดรูป... แต่พรีมไม่มี! พรีมพลาดแม้แต่ครั้งเดียวไม่ได้ ชีวิตคนไข้อยู่ในมือพรีมนะคิม! และ... และบางที พรีมก็เหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งรับมือกับความงอแงของเด็กสถาปัตย์ที่กลัวแม้กระทั่งเข็มฉีดยาอย่างคิมด้วย!"
คำพูดนั้นราวกับมีดสั้นที่กรีดลงบนกลางใจของคิมหันต์อย่างแม่นยำ ทุกถ้อยคำบาดลึกจนเขาต้องเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังเสียเอง ดวงตาคมกริบไหวระริก ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูตัวใหญ่
เด็กสถาปัตย์ที่กลัวเข็ม... เด็กหน้ามึนที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อปกป้องคุณหมอปากแข็ง... ในสายตาเธอ ตอนนี้เขากลายเป็นตัวภาระที่เพิ่มความหนักหน่วงให้ชีวิตเธออย่างนั้นหรือ?
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องพักแพทย์อีกครั้ง หนักหน่วงและอึดอัดเสียยิ่งกว่าพายุฝนฟ้าคะนองเมื่อคืนก่อน
"เข้าใจแล้ว..." คิมหันต์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตการเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีสาม "ถ้าพรีมคิดว่าการไม่มีฉัน... มันทำให้ชีวิตพรีมเบาสบายขึ้น... ถ้างั้นก็ตามใจเธอเถอะครับ... เอ้ย... ตามใจเธอเถอะ, พรีม"
เกือบเผลอหลุดคำต้องห้ามตามความคุ้นเคย แต่ความเจ็บปวดทำให้เขาแก้ไขคำพูดได้อย่างหวุดหวิด คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ เขาดึงฮู้ดสีดำขึ้นสวมคลุมศีรษะเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเสียใจ "เราพัก... ตามที่เธอต้องการก็ได้ พรีม... แต่จำไว้ว่า ฉันไม่ได้เดินหนี... ฉันแค่ถอยให้เธอไปเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย"
ร่างสูงหมุนตัวกลับทันที ไม่อยากอยู่ต่อให้อีกฝ่ายเห็นหยาดน้ำลูกผู้ชายที่กำลังจะเอ่อล้นขอบตา เขากระชากประตูห้องเปิดออกกว้างแล้วก้าวยาวๆ ออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้พรีมประภายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องเพียงลำพัง
ทันทีที่ประตูปิดลง พรีมก็ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงาน ขาเรียวหมดแรงจะยืน พยุงร่างไม่ไหว หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมานานไหลทะลักลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ มือบางยกขึ้นปิดเรียวปากที่สั่นเทาเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเงียบรอบตัวบีบคั้นหัวใจเธอจนแทบแหลกสลาย... นี่คือสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ? ความสงบ... การมีเวลาให้งาน... การไม่มีใครคอยกวนใจ... แล้วทำไม... ทำไมหน้าอกข้างซ้ายถึงได้รู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกไปทั้งดวงแบบนี้ล่ะ
ตัดภาพมาที่มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย...
ที่ม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวของสองเพื่อนสนิทต่างคณะอย่าง ธาม หนุ่มวิศวะโยธาตัวแสบ และ น้ำใส พยาบาลสาวเพื่อนซี้ของพรีม กำลังมาคุและตึงเครียดเสียยิ่งกว่าห้องประชุมบอร์ดบริหาร
"แกหมายความว่ายังไงนะ, น้ำใส! ไอ้คิมมันเดินหน้าซีดเป็นไก่ต้มกลับมาห้องเมื่อเช้า แถมยังบอกว่า 'กูโสดแล้ว' แบบไร้สติ... นี่พวกแกสองคนสติหลุดกันไปหมดแล้วรึไงวะ!" ธามโวยวายเสียงดังลั่นจนรุ่นน้องปีหนึ่งที่เดินผ่านต้องสะดุ้งโหยง มือหนาทุบโต๊ะหินอ่อนดัง *ปึ้ง!* จนน้ำใสต้องเอื้อมมือไปตีแขนเพื่อนสนิทตัวดีเข้าให้
"เบาๆ หน่อยสิยะ, ไอ้คุณธามวิศวะ! คิดว่ามีแต่เพื่อนแกหรือไงที่เจ็บ พรีมของฉันก็ร้องไห้จนตาบวมเป่งอยู่ในห้องพักแพทย์นั่นแหละ!" น้ำใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยฉายแววหงุดหงิดระคนเป็นห่วงเพื่อนสาวไม่แพ้กัน "ก็ต่างคนต่างปากแข็ง ต่างคนต่างแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า พอเหนื่อยเข้าหน่อยก็ใช้วิธี 'ขอพักเบรก' ประสาทจะกิน! ความรักนะเว้ย ไม่ใช่เกมกีฬาจะได้มาขอเวลานอกตามใจชอบ!"
"แล้วพวกเราจะยืนดูเฉยๆ ไม่ได้นะเว้ย, น้ำใส" ธามหรี่ตาลง สีหน้าทะเล้นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายร่างเป็นนักวางแผนตัวยุ่งทันที "ถ้าปล่อยให้ไอ้คิมมันเอาแต่วาดรูปแก้ช้ำรัก ส่วนเพื่อนแกเอาแต่ผ่าตัดลืมโลก สองคนนี้ได้ยาวไปจนเรียนจบแล้วไม่ได้แต่งงานกันพอดี แกมีแผนอะไรไหม... ในฐานะสายสนับสนุนระดับตำนานของตึกวิศวะ"
น้ำใสชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นมาแทนที่ความกังวล เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ธามกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่จริงจัง "ฉันได้ยินข่าววงในมาว่า... สัปดาห์หน้าจะมีงานค่ายอาสาแพทย์-สถาปัตย์ร่วมกันที่ต่างจังหวัด และรายชื่อผู้เข้าร่วม... ดันมีชื่อของหมอพรีมกับนายคิมหันต์ถูกบังคับลงชื่อไว้เรียบร้อยแล้วโดยอาจารย์ฝ่ายกิจการนิสิต"
ธามฉีกยิ้มกว้างทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับวิศวะโยธาตัวพ่อผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย "หึ... งานนี้สนุกแน่ มิติใหม่แห่งการบังคับคืนดีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วคุณพยาบาล"
ในขณะที่เพื่อนสนิททั้งสองกำลังวางแผนลับเพื่อกู้ซากเรือรักที่กำลังจะล่ม...
ที่ห้องพักแพทย์เวรดึก พรีมประภากำลังนั่งเหม่อมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงาน หน้าจอสีดำสนิทไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดๆ จาก 'เด็กดื้อ' คนนั้นอีกเลยตั้งแต่เช้า ความเงียบงันมันช่างน่ากลัว และความว่างเปล่าก็เริ่มกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆ ดังขึ้นเบาๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ของพรีม หญิงสาวสะดุ้งเฮือก รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็วที่เธอเองก็คาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความคาดหวังว่าอาจจะเป็นคิมหันต์ที่ส่งข้อความมาง้อเหมือนทุกครั้ง
แต่ทว่า... เมื่อเธอก้มลงมองหน้าจอ ชื่อผู้ส่งกลับไม่ใช่ 'คิมหันต์'
มันคือข้อความจากระบบทะเบียนและประเมินผลการศึกษา ที่ส่งเอกสารอัปเดตรายชื่อสมาชิก 'ค่ายอาสาบูรณาการชนบท' ประจำภาคเรียนนี้... และบรรทัดที่ทำให้ลมหายใจของแพทย์สาวสะดุดกึก ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง ก็คือชื่อของนิสิตตัวแทนจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปีสามที่ถูกระบุให้เดินทางร่วมกับเธอในฐานะ 'หัวหน้าฝ่ายออกแบบโครงสร้างชั่วคราว'
ชื่อนั้น... คือ **คิมหันต์ คณินธร**
พรีมเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัดขึ้นมาทันที เมื่อตระหนักได้ว่า... การ 'พักเบรก' ที่เธอเป็นคนเอ่ยปากขอเมื่อเช้า กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อโชคชะตา (หรืออาจจะฝีมือของเพื่อนสนิทตัวแสบทั้งสอง) กำลังจะเหวี่ยงให้เธอกับเขาต้องไปติดเกาะ ติดป่า อยู่ด้วยกันแบบหนีหน้าไปไหนไม่ได้ตลอดเจ็ดวันเต็ม!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 32
จุดแตกหักชั่วคราว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!