สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 4

เมื่อสถาปัตย์บุกแดนการแพทย์

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวใส่ฉันอีกสักวินาทีเดียว ฉันจะโทรเรียกเวรเปลเอาเปลหมามาหิ้วคุณกลับคณะแทนรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของคุณแน่ค่ะ คิมหันต์” เสียงหวานใสที่เจือแววเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายเฉพาะตัวของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่คละเคล้าไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ พรีมประภา หรือคุณหมอพรีมในชุดกราวน์สีขาวสะอาดตา กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์พยาบาลด้วยท่าทางที่พยายามอย่างยิ่งยิ่งยวดในการรักษามาดแพทย์ฝึกหัด แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววระריบระยับด้วยความขบขันระคนหมั่นไส้ คนถูกพาดพิง—หนุ่มสถาปัตย์ปีสามมาดเซอร์เรือนผมยุ่งเหยิงที่สวมเสื้อช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบกาวตราช้างและสีอะคริลิkจางๆ—กำลังทำหน้ายู่ยี่ราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ถูกบังคับให้กินยาขม คิมหันต์กวาดสายตามองไปรอบโถงทางเดินฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยเดินขัดขาไปมาด้วยความตื่นตระหนก มือหนาข้างหนึ่งเผลอซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อปโดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจจากสถานที่อภิมหาน่ากลัวแห่งนี้ “หมอก็พูดเกินไป... ใครทำหน้าบึ้ง ผมแค่ว้าวุ่นใจต่างหาก” คิมหันต์สวนกลับเสียง Cขุ่น ปากร้ายตามสไตล์คนฟอร์มจัด แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด “แล้วดูสภาพคุณตอนนี้สิ ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าขนาดนี้ อีกกี่ชั่วโมงถึงจะได้พักคะคุณหมอ” “สิบสองชั่วโมงค่ะ ถ้าไม่มีเคสด่วนอุบัติเหตุหมู่เข้ามาเสียก่อน” พรีมถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความอ่อนล้าจากการยืนผ่าตัดและเคลียร์เคสติดต่อกันหลายชั่วโมงเริ่มประเดประดังเข้ามา แต่พอมองเห็นไอ้หมาป่าหน้ามึนจากคณะสถาปัตย์ที่อุตส่าห์ดึงดันลากคอเธอออกจากห้องพักแพทย์เพื่อมาบังคับกินข้าว ทั้งที่ตัวเองเกลียดโรงพยาบาลยิ่งกว่าอะไร ความเหนื่อยล้าพวกนั้นก็พลอยมลายหายไปครึ่งหนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน... หลังจากที่พรีมได้รู้ความจริงสะเทือนขวัญจากแฟ้มประวัติบนโต๊ะทำงานว่า คิมหันต์ หรือ 'คิมหันต์ ธนat' คือทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและเป็นกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะมาพลิกโผ่นโยบายของโรงพยาบาลในอีกสามวันข้างหน้า เธอก็แทบจะลมจับ คิมหันต์เลือกที่จะปกปิดฐานะที่แท้จริงมาตลอด ด้วยเหตุผลกวนๆ ที่ว่า *"ผมอยากให้คุณมองผมที่หนังหน้ากับความจริงใจ ไม่ใช่เพราะนามสกุลกระเป๋าหนัก"* และเมื่อธาม—เพื่อนสนิทตัวแสบสายวิศวะ—โทรศัพท์มารายงานว่าพรีมมีเวรดึกยาวจนถึงเช้า คิมหันต์ก็ไม่รอช้า บุกเดี่ยวขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจมาลากตัวเธอลงมายังโรงอาหารของโรงพยาบาลทันที โดยมีธามคอยซ้อนท้ายเป็นกองหนุนคอยกันท่าพยาบาลคนอื่นให้ บรรยากาศภายในโรงอาหารของโรงพยาบาลช่วงเที่ยงคืนเศษค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีนวลตาจากหลอดนีออนและเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มร้อนๆ ลอยอบอวลปะปนกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ “กินซะค่ะ อย่ามัวแต่มองหน้าผม หน้าผมไม่มีสารอาหารช่วยบำรุงพลังงานให้แพทย์ฝึกหัดหرอกนะ” คิมหันต์เลื่อนชามข้าวต้มหมูสับร้อนๆ ที่ใส่ไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ ไปตรงหน้าหญิงสาว มือหนาจัดการแกะซองตะเกียบและช้อนให้อย่างเบามือ ท่าทางที่ดูดิบเถื่อนขัดกับความใส่ใจละเอียดอ่อนแบบนี้ ทำเอาหัวใจของพรีมกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ “รู้ได้ยังไงว่าฉันชอบกินไข่ออนเซ็นในข้าวต้ม...” พรีมพึมพำเสียงเบา ช้อนตักข้าวต้มเข้าปากคำหนึ่ง ความอร่อยกลมกล่อมช่วยชุบชูวิญญาณที่โรยราให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ก็ผมสังเกต... เวลาเราไปกินข้าวด้วยกัน คุณมักจะสั่งไข่ลวกหรือไข่ออนเซ็นเพิ่มตลอด” คิมหันต์ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะใช้ช้อนของตัวเองเขี่ยผักชีออกจากชามข้าวต้มของตัวเองอย่างเงียบๆ พฤติกรรมเด็กๆ ที่เกลียดผักชีเข้าไส้นี้ทำให้พรีมเผลอยิ้มออกมาบางๆ “โตจนป่านนี้แล้ว ยังเขี่ยผักชีทิ้งอีกนะคะเด็กโข่ง” “ไม่ได้เรียกว่าเด็กโข่งครับ เขาเรียกว่าคนมีรสนิยมเฉพาะตัวต่างหาก” คิมหันต์เถียงหน้าตาย ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าอิ่มเอิบของแพทย์สาวที่เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นเธอยอมทานข้าวตรงเวลาเสียที “ว่าแต่... คุณยังโกรธผมเรื่องนามสกุลนั่นอยู่หรือเปล่า” จังหวะการตักข้าวของพรีมชะงักไปนิด ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับนัยน์ตาคมที่ฉายแววความกังวลลึกๆ อยู่ภายใต้ท่าทีมั่นอกมั่นใจ “ทำไมฉันต้องโกรธคุณด้วยล่ะคะ คิมหันต์” พรีมวางช้อนลงอย่างช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “แค่... แปลกใจมากกว่า คนระดับคุณ ทำไมถึงยอมมาคลุกคลีกับเด็กสถาปัตย์มาdเซอร์ที่ชอบโดนอาจารย์ด่าเรื่องโมเดลพัง หรือมานั่งรอหมอฝึกหัดหน้าตาเหนื่อยๆ ที่โรงพยาบาลเก่าๆ แบบนี้” คิมหันต์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะอาหารเบาๆ เป็นจังหวะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เต็มไปด้วยความจริงจังจนพรีมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เพราะที่ตรงนั้น... มันไม่มีคุณไงครับ พรีม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของโรงอาหารยามดึก “ตระกูลของผมมีทุกอย่าง โรงพยาบาลหรูหราแค่ไหนผมก็เดินเข้าออกได้ตั้งแต่เด็ก แต่เชื่อไหม... ไม่มีโรงพยาบาลไหนในโลกที่มีหมอพรีมยืนรอรับผมด้วยสายตาดุๆ แบบเมื่อกี้เลยสักแห่ง” *ตึก... ตึก... ตึก...* เสียงหัวใจของพรีมเต้นระรัวแข่งกับเสียงนาฬิกาแขวนผนัง ใบหน้าที่อิดโรยเมื่อครู่กลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้นทันที พยายามหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “ปากหวานแบบนี้... สงสัยไปฝึกมาจากโปรเจกต์ปีสามหรือไงคะ” “เปล่าครับ... ผมพูดจากใจจริง” คิมหันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นสีอะคริลิกอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกของหญิงสาวจนพรีมต้องเอนตัวหนี “อีกสามวัน... ผมจะต้องเข้ามาประชุมบอร์ดบริหารเพื่อประเมินสถานะของโรงพยาบาลนี้ ในฐานะกรรมการคนใหม่ ผมบอกเลยว่าผมจะไม่มีวันยอมให้ที่นี่ถูกควบรวมกิจการหรือถูกยุบเด็ดขาด เพราะถ้าที่นี่หายไป... ผมอาจจะไม่มีข้ออ้างมานั่งเฝ้าคุณกินข้าวแบบนี้อีก” คำสารภาพที่มาพร้อมกับความจริงจังระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ทำเอาพรีมถึงกับพูดไม่ออก เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้มีอนาคตรออยู่บนกองเงินกองทอง แต่กลับเลือกที่จะมานั่งกุมมือเธอในโรงอาหารโรงพยาบาลรัฐเก่าๆ แห่งนี้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชาจากการทำงานหนักมาเนิ่นนาน “คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ เลยนะคะ คิมหันต์” พรีมพึมพำเสียงสั่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว ครู่ต่อมา ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากโรงอาหารเพื่อแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามาจากทางประตูดังโถงฉุกเฉิน “ท่านครับ... ทางนี้ครับท่าน ผู้อำนวยการกำลังรอต้อนรับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะมาตรวจเยี่ยมพื้นที่รอบดึกพอดีครับ!” เสียงของหัวหน้าฝ่ายบริหารโรงพยาบาลดังลั่นขึ้น พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบที่เดินนำหน้าคณะแพทย์ผู้ใหญ่หลายท่านตรงดิ่งเข้ามาทางที่พวกเขายืนอยู่ และทันทีที่สายตาของผู้อำนวยการโรงพยาบาลกวาดมาเห็นร่างสูงของหนุ่มสถาปัตย์ที่ยืนเคียงข้างแพทย์ฝึกหัดสาว ผู้อำนวยการก็รีบโค้งตัวคำนับด้วยความเคารพสูงสุดทันที “สวัสดีครับ... ท่านประธานกรรมการบริหาร ‘คิมหันต์’... ไม่นึกเลยว่าท่านจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ด้วยตัวเองตั้งแต่คืนแรกแบบนี้!” พรีมเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สมองขาวโพลนในชั่วพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่า... การ “บุกแดนการแพทย์” ของสถาปัตย์หน้ามึนคนนี้ ไม่ได้มาในฐานะเด็กเกเรที่แอบหนีมาหาเธอตามลำพัง แต่วันนี้... เขาคือ “นายใหญ่” ที่กุมชะตากรรมทั้งหมดของโรงพยาบาลที่เธอกำลังยืนอยู่! และก่อนที่พรีมจะได้ทันตั้งสติ ร่างสูงของคิมหันต์ก็ขยับเข้ามาใกล้กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “SURPRISE ครับคุณหมอ... หวังว่าคุณจะยังไม่ไล่ผมกลับคณะตอนนี้นะครับ?” (โปรดติดตามตอนต่อไป...) ขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่คอยสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%