แฟ้มประวัติผู้ป่วยเคสยุ่งยากถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย สะท้อนถึงคลื่นอารมณ์ที่ยังคงกระเพื่อมอยู่ในอกของแพทย์ฝึกหัดสาว พรีมประภากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารเหล่านั้น แต่สมองกลับไม่ยอมประมวลผลตัวเลขค่าเลือดหรืออาการข้างเคียงใดๆ ภาพของร่างสูงในเสื้อช็อปสถาปัตย์ที่เปื้อนคราบสีอะكريลิดจางๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียไม่มี ยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
*“SURPRISE ครับคุณหมอ... หวังว่าคุณจะยังไม่ไล่ผมกลับคณะตอนนี้นะครับ?”*
ประโยคทิ้งท้ายเมื่อวานนี้ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท หล่อนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอาใจ (หรืออาจจะพยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกประหลาดในอกกันแน่... เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับนัก) เด็กสถาปัตย์หน้ามึนคนนั้นคิดจะทำบ้าอะไรอีก ชายหนุ่มผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอินดี้ รักอิสระ และเกลียดโรงพยาบาลยิ่งกว่าอะไร กลับวนเวียนมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้1หล่อนจนน่าประหลาดใจ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องพักแพทย์ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตจะถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างเพรียวของน้ำใส พยาบาลสาวเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะเดินถือแฟ้มชาร์ตเข้ามา แต่สิ่งที่สะดุดตาสุดๆ ไม่ใช่แฟ้มในมือของเพื่อนรัก หากแต่เป็นแก้วกาแฟกระดาษสีคราฟท์ดีไซน์มินิมอลที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของพรีมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โดยที่หล่อนจำได้แม่นว่าตัวเองยังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มอะไรมาเลยในเช้าวันนี้
"อุ๊ยตาย... กาแฟร้านโปรดของแกนี่นา ยี่ห้อที่คิวยาวเหยียดจนฉันเห็นแล้วถอดใจทุกที" น้ำใสตาโต รีบพุ่งเข้าไปชะโงกดูใกล้ๆ พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นเชิงแซว "ไหนสารภาพมาซิหมอพรีม ใครเป็นคนเอามาส่ง หรือว่าหนุ่มวิศวะโยธาคนนั้นฝากใครมา หรือว่า..."
"ฉันจะไปรู้เหรอคะน้ำใส วางไว้ตรงไหนก็ไม่รู้ ฉันเพิ่งเดินเข้ามาในห้องเมื่อกี้นี้เอง" พรีมรีบปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ทว่าดวงตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนแผ่นเล็กๆ ที่แปะอยู่ข้างแก้วกาแฟ
บนนั้นมีลายมือตัวหนังสือหวัดๆ แต่พยายามบรรจงเขียนอย่างสุดชีวิตด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ ข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจคนอ่านกระตุกวูบ:
*[ อเมริกาโน่เย็น หวานน้อย... เท่ากับความหวานในใจที่มีให้คุณ (ถึงจะทำหน้าดุใส่ตลอดก็เถอะ) ตั้งใจทำงานนะครับคุณหมอ ห้ามอดข้าวกลางวันอีกเด็ดขาด เป็นห่วง—คิม ]*
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้!
พรีมรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มใสๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หล่อนเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาที่สุด แต่มุมปากเจ้ากรรมกลับแอบกระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ โดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คำเตือนเรื่องห้ามอดข้าวกลางวันบวกกับสรรพนามและลายมือยึกยือชวนปวดหัวนั่น มันช่าง... ร้ายกาจ เกินกว่าที่แพทย์ฝึกหัดสาวผู้เคร่งขรึมจะตั้งรับไหว
"อุ๊ยตาย! มีความเขียนโน้ตบอกเป็นห่วงเป็นใย แถมสั่งเมนูโปรดถูกเป๊ะ แบบนี้ไม่เรียกว่าบังเอิญแล้วมั้งแกรรร" น้ำใสส่งเสียงแซวด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะกรี๊ดออกมา "พ่อคุณสถาปัตย์หน้ามึนคนนี้ รุกหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย ดูสิ ขนาดแกทำหน้าดุใส่เขาตลอดเวลา เขายยังมีความพยายามลงทุนไปต่อคิวซื้อกาแฟร้านนี้มาวางไว้ให้ตั้งแต่เช้าตรู่... ยอมรับมาเถอะหมอ ว่าใจสั่นใช่มล่ะ?"
"เหลวไหลน่า น้ำใส!" พรีมรีบเสียงแข็งกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย หล่อนวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง แล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาถือไว้โดยอ้างว่า "ฉันแค่จะเอาไปทิ้งต่างหาก กลิ่นมันรบกวนสมาธิในการทำงานของฉัน"
"ทิ้งเหรอ? เสียดายตายเลย กาแฟพรีเมียมราคาแพงระยับแถมใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้... ถ้าแกไม่ดื่ม เดี๋ยวฉันยกไปดื่มเองนะ" น้ำใสทำท่าจะคว้าแก้วในมือเพื่อนสาว แต่พรีมกลับชักมือกลับตามสัญชาตญาณ ปฏิกิริยาไวเกินเหตุนั้นทำให้น้ำใสยิ่งหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
"เอ่อ... คือ... ฉันหมายถึงว่า ไหนๆ ก็เสียเงินซื้อมาแล้ว ทิ้งไปก็เปล่าประโยชน์ค่ะ เสียดายทรัพยากรเฉยๆ หรอกนะ" พรีมหาข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หลบสายตารู้ทันของเพื่อนสนิทด้วยการก้มหน้าก้มตาเปิดฝาแก้วกาแฟขึ้นสูดกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วคละคลุ้ง กลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดสะสมตลอดสัปดาห์
ความจริงคือ... รสชาติของมันไม่ได้ขมอย่างที่คิด แถมความหวานน้อยที่คิมสั่งมาให้ กลับพอดีคำและทิ้งความอบอุ่นไว้ในอกอย่างประหลาด
พรีมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หล่อนนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปถึงเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทคนนั้น คิมหันต์เป็นคนประเภทที่หล่อนพยายามจะตีตัวออกห่างมาตลอด เพราะชีวิตของแพทย์ฝึกหัดอย่างหล่อนไม่มีเวลามาเล่นเกมความรักกับเด็กสถาปัตย์สายเซอร์ที่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตตามใจชอบ ทว่าทุกครั้งที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ กำแพงที่หล่อนสร้างไว้กลับสั่นคลอนอย่างง่ายดายด้วยความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้
ในขณะที่พรีมกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพยาบาลเวรก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง พร้อมกับการเคาะประตูรัวเร็วแบบไม่มีจังหวะ
"คุณหมอพรีมคะ! แย่แล้วค่ะ! เคสด่วนอุบัติเหตุหมู่จากถนนสายหลักเพิ่งมาถึงห้องฉุกเฉิน คนไข้เจ็บหนักหลายราย แพทย์เวรไม่พอ ต้องการคุณหมอพรีมลงไปช่วยด่วนเลยค่ะ!"
หัวใจของพรีมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความง่วงงุนและความเขินอายเมื่อครู่ถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา หล่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณความเป็นแพทย์ตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มพิกัด พรีมคว้าเสื้อกาวน์สีขาวมาสวมทับอย่างรวดเร็ว คว้าหูฟังทางการแพทย์คล้องคอ แล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานทันทีโดยลืมแก้วกาแฟและกระดาษโน้ตบนโต๊ะไปเสียสนิท
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ในห้องฉุกเฉินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องมือแพทย์ดังระรัว พรีมยืนอยู่หน้าเตียงผ่าตัดเคสวิกฤต ร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบทรุด แต่สติสัมปชัญญะยังคงจดจ่ออยู่กับการช่วยชีวิตคนตรงหน้า เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย หล่อนต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในเสี้ยววินาทีเพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วยรายนี้ไว้
จนกระทั่งสัญญาณชีพเริ่มกลับมาคงที่ เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วทั้งห้อง พรีมทิ้งน้ำหนักตัวพิงกับเคาน์เตอร์ใกล้ๆ อย่างหมดแรง หล่อนยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก รู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่แผ่ซ่านไปทุกกล้ามเนื้อ
หล่อนเดินลากสังขารกลับมาที่ห้องพักแพทย์ในช่วงบ่ายแก่ๆ ความหิวโหยเริ่มประท้วงในท้องเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า เปิดประตูเข้ามาด้วยความเหนื่อยอ่อน ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝ่าเท้าของหล่อนต้องหยุดชะงักกึก
บนโซฟาตัวยาวมุมห้อง มีร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างรออยู่ เสื้อช็อปสถาปัตย์เปื้อนสีถูกพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแข็งแรง เส้นผมยุ่งเหงิงตามสไตล์หนุ่มเซอร์ และที่สำคัญ... ในมือของเขาไม่ได้ถืออะไรเลยนอกจากถุงกระดาษร้านอาหารคลีนชื่อดัง และกล่องเค้กช็อกโกแลตหนา Nหน้านิ่มที่พรีมชอบทานเป็นพิเศษ
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับหล่อน รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์ถูกส่งมาให้ พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
"อ้าว... กลับมาพอดีเลยครับคุณหมอ... ผมรอนานจนกาแฟในแก้วนั้นละลายกลายเป็นน้ำเปล่าหมดแล้วนะ" คิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้พรีมทีละก้าว ดวงตาคมกราบมองสำรวจสภาพเหนื่อยอ่อนของแพทย์สาวด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพรีมถึงกับพูดไม่ออก
"หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้... แปลว่าไม่ได้ทานข้าวกลางวันตามที่ผมเตือนไว้สินะครับ แบบนี้สงสัยผมต้องทำหน้าที่ 'ป้อนข้าว' ให้ด้วยตัวเองแล้วมั้ง... คุณหมอว่าดีไหมล่ะครับ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในหัวใจอุ่นๆ ของคิมกับพรีมด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 5
กาแฟแก้วนั้นสั่นคลอนหัวใจ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!