กลิ่นฉุนของกาวลาเท็กซ์และสีน้ำมันคละคลุ้งไปทั่วสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นสาม พื้นห้องเต็มไปด้วยเศษกระดาษชานอ้อย โมเดลจำลองอาคารที่ยังทำไม่เสร็จ และร่างของนักศึกษาปีสามนับสิบชีวิตที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งเผชิญหน้ากับเดดไลน์โปรเจกต์ใหญ่
แต่ดูเหมือนความตึงเครียดของงานส่งอาจารย์ในวันนี้ จะไม่ใช่เรื่องเดียวที่ดึงดูดสายตาของคนทั้งสตูดิโอค่ะ
“ไอ้คิม... กูตาฝาดไปป่ะวะ หรือว่านั่นคือคุณหมอคนสวยที่เคยมาหน้าคณะเราเมื่อวันก่อน?”
ธามกระศิกกระซิบเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับใช้ศอกสะกิดเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คิมหันต์ขมวดคิ้วยุ่งอย่างหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ แต่พอเงยหน้าขึ้นตามทิศทางที่เพื่อนรักพยักเพยิดไป ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์และพึงพอใจเสียจนธามอยากจะหมั่นไส้
ร่างบางในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ตัดกับกางเกงสแลคเข้ารูปดูทะมัดทะแมง กำลังก้าวเข้ามาในอาณาจักรดิบๆ ของเด็กสถาปัตย์อย่างไม่ลังเล ใบหน้าสวยหวานไร้ที่ติแต่ทว่าเรียบตึงจนเยียบเย็น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสวาดมองหาใครบางคน ท่าท่ามกลางเสียงซุบซิบอื้ออึงของบรรดาหนุ่มๆ สถาปัตย์ที่เริ่มหันมามองเป็นตาเดียว
หมอพรีม... หรือแพทย์หญิงพรีมประภา เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานรกๆ ของคิมหันต์ โดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่กำลังมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยแม้แต่น้อย
“ลุกขึ้นค่ะ” น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขายังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หมุนตัวเก่า แกล้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะความประหลาดใจระคนตื่นเต้น
“คุณหมอมาทำอะไรที่นี่ครับ... หรือว่าคิดถึงผมจนทนไม่ไหว ถึงบุกมาหาถึงถิ่นเสือเลยหรอ” เขาแกล้งหยหยอกด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์หนุ่มสถาปัตย์หน้ามึน
“ฉันไม่ได้ว่างมาเล่นนะคะ คุณคิมหันต์” พรีมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหงุดหงิด เธอยกกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ใบเล็กในมือขึ้นระดับอก “เมื่อคืนคุณส่งข้อความรูปแผลที่แขนมาบอกว่า ‘มันเริ่มบวมแดงและปวดแปล๊บ’ แล้วก็หายหัวไป ไม่ยอมมาโรงพยาบาลตามนัดทำแผล... ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ ฉันมีหน้าที่ต้องมารับผิดชอบความดื้อรั้นของคุณค่ะ ก่อนที่แผลมันจะติดเชื้อจนต้องตัดแขนทิ้งจริงๆ”
สิ้นคำพูดของหมอสาว เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นรอบโต๊ะทันที บรรดาเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันส่งเสียงแซว ‘อู้วหูว์’ กันระงวด ธามถึงกับยกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ ส่วนคิมหันต์... พ่อหนุ่มมาดเซอร์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กลับชะงักไปนิดเมื่อเห็นประกายตาจริงจังแกมดุของคนตรงหน้า
“โห... พูดซะน่ากลัวเลยนะครับคุณหมอ แค่แผลถลอกจากการทำโมเดลเอง” คิมหันต์หัวเราะในลำคอ แต่ก็ยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในเสื้อชอปสีดำเปื้อนคราบฝุ่นช็อกกี้ทำให้เขาดูโดดเด่นไม่แพ้ใคร “แต่ในเมื่อคุณหมอุตส่าห์ลงทุนมาตรวจให้ถึงที่นี่ทั้งที... เชิญนั่งก่อนสิครับ”
เขาเลื่อนเก้าอี้พนักพิงตัวที่สะอาดที่สุดให้เธอ พรีมกวาดสายตามองเก้าอี้ตัวนั้นสลับกับโต๊ะที่เต็มไปด้วยกาวและเศษไม้ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด
“ไม่ต้องค่ะ ยืนตรงนี้แหละ ถอดเสื้อคลุมของคุณออกแล้วพับแขนเสื้อขึ้นซะ ฉันจะดูแผลให้”
“โอโห ใจร้อนจังเลยนะครับเนี่ย อยากเห็นกล้ามแขนผมล่ะสิ”
“คุณคิม!” พรีมปรายตามองค้อนด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นเชิงบังคับ “ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่สุดจัดการคุณตอนนี้ ก็รีบทำตามที่บอกค่ะ”
คำขู่เรื่อง ‘เข็มฉีดยา’ ได้ผลชะเด็ดขาด คิมหันต์แกล้งทำเป็นยอมจำนนอย่างจำใจ เขายอมปลดกระดุมเสื้อชอปสีดำออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านใน ก่อนจะค่อยๆ พับแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นจนพ้นข้อศอก เผยให้เห็นรอยแผลถลอกยาวที่เริ่มตกสะเก็ด แต่บริเวณรอบๆ มีรอยช้ำสีม่วงอมเขียวและบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด
พรีมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูกของคิมหันต์ ท่ามกลางกลิ่นฉุนของกาวและสีในสตูดิโอ กลิ่นสะอาดๆ ของหมอสาวกลับทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวสะอาดแตะลงเบาๆ ที่บริเวณผิวหนังรอบแผลอย่างระมัดระวัง
“ซี๊ด... เบาๆ สิครับคุณหมอ เจ็บนะเนี่ย” คิมหันต์แกล้งทำเป็นสูดปากร้องซี๊ดทั้งที่ความจริงไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากคนตรงหน้าเท่านั้นเอง
พรีมชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาดุๆ “เจ็บแค่นี้ทำเป็นสำออย ตอนไปปีนป้ายยกเหล็กทำโครงงานทำไมไม่ระวังตัวให้มากกว่านี้คะ ดูสิ... แผลอักเสบเพราะคุณไม่ยอมทายาตามที่สั่ง แถมยังโดนฝุ่นโดนสารเคมีพวกนี้อีก”
น้ำเสียงที่แม้จะดุแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยนั้น ทำให้คิมหันต์เผลอยิ้มออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ดวงตาคมกريบมองสำรวจใบเนียนใสของแพทย์สาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำความสะอาดแผลให้เขาอย่างทะนุถนอม ปอยผมสีดำสนิทที่หลุดลุ่ยลงมาปรกข้างแก้มทำให้เธอในยามนี้ดูมีเสน่ห์เหลือเกิน จนเขาลืมบรรยากาศรอบตัวที่มีเพื่อนร่วมชั้นนับสิบชีวิตกำลังแอบมองอยู่
“มองอะไรคะ เจ็บแผลเพิ่มขึ้นรึไงถึงได้เงียบไป” พรีมเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้น ขณะที่กำลังใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดรอบแผลเบาๆ
“เปล่าครับ... แค่กำลังคิดว่า” คิมหันต์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนพรีมต้องชะงักมือและเงยหน้าขึ้นสบตาโดยบังเอิญ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “ถ้าผมรู้ว่าป่วยแล้วจะได้คุณหมอคนสวยมาดูแลถึงที่คณะแบบนี้... ผมน่าจะยอมเจ็บตัวให้หนักกว่านี้ซะตั้งนานแล้วล่ะครับ”
คำหยอดตรงไปตรงมาทำเอาใบหน้าเนียนของพรีมขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอรีบผละมือออกจากการทำแผลทันทีแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“คุณนี่มัน... ปากเสียไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ!” พรีมพยายามรักษาฟอร์ม 엄격 (เข้มงวด) ของแพทย์ฝึกหัด แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำนั้นฟ้องทุกอย่างหมดแล้ว “ฉันมาทำแผลให้ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ล้วนๆ นะคะ อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด!”
“อ้าวหรอครับ? นึกว่ามาเพราะคิดถึงซะอีก” คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมืออีกข้างขึ้นเกบท้ายทอยแก้เขินเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “แล้วข้าวกลางวันที่ผมเตือนไว้เมื่อเช้า... คุณหมอทานเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ หรือว่ามัวแต่เป็นห่วงผม จนลืมกินข้าวเหมือนกัน?”
พรีมเม้มริมฝีปากแน่น เธอนึกถึงแวบหนึ่งที่ตัวเองรีบเคลียร์เคสในโรงพยาบาลแล้วดิ่งตรงมาที่นี่ทันทีโดยยังไม่ได้แตะอะไรลงท้องเลยสักคำ ท้องเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ ออกมาในจังหวะที่เงียบพอดี
คิมหันต์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเงินบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“นั่นไง... หน้าซีดเป็นไก่ต้มแถมท้องร้องเสียงดังขนาดนี้ แปลว่าไม่ได้ทานข้าวกลางวันตามที่ผมเตือนไว้สินะครับ” คิมหันต์ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนระอา “แบบนี้สงสัยผมต้องทำหน้าที่ 'ป้อนข้าว' ให้ด้วยตัวเองแล้วมั้ง... คุณหมอว่าดีไหมล่ะครับ?”
พรีมเบิกตากว้างกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร ประตูสตูดิโอที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธามที่เดินเข้ามาตบมือแปะๆ เสียงดังลั่นห้อง
“10 เต็ม 10 ไม่หักครับเพื่อน! หยอดเก่งเบอร์นี้ ขอต้อนรับคุณหมอเข้าสู่ตระกูลเด็กสถาปัตย์อย่างเป็นทางการเลยดีกว่า!” ธามตะโกนประกาศกร้าว เรียกเสียงโห่ร้องและปรบมือเกรียวกราวจากเพื่อนร่วมชั้นทั้งสตูดิโอทันที
พรีมหน้าเหวอ ทำอะไรไม่ถูก เธอหันไปมองคิมหันต์ที่กำลังยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ก่อนที่สายตาของเธอจะปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่เพิ่งก้าวตามธามเข้ามาทางประตู...
บุคคลที่พรีมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้ และมันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนปนความมึนของต้าวสถาปัตย์กับคุณหมอคนสวยในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 6
รอยแผลเป็นกับความทรงจำสีจาง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!