เสียงโลหะกระทบพื้นปูนดัง *เคร้ง!* สะท้อนก้องไปทั่วทางเดินแคบๆ หน้าห้องพักแพทย์ ราวกับระฆังเตือนภัยที่กระชากสติของคิมหันต์ให้ขาดผึ่งในเสี้ยววินาที
สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มพุ่งทะยานยิ่งกว่าตอนปั่นโมเดลส่งอาจารย์ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปคณะสถาปัตย์ที่เปื้อนคราบกาวร้อนและฝุ่นไม้ พุ่งทะยานออกไปจากห้องพักแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องคิดชีวิต ปล่อยให้แฟ้มโปรเจกต์และคัตเตอร์ร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงานอย่างไร้ระเบียบ
"หมอพรีม!"
คิมหันต์คำรามชื่อนั้นออกมาสุดเสียง หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพร่างระหงในชุดกราวน์สีขาวสะอาดตาที่มักจะส่งยิ้มอ่อนโยน (และมักจะดุเขาเรื่องสุขภาพเสมอ) ผุดขึ้นมาในหัว ความกลัวที่ฝังรากลึกที่สุดในชีวิตของนายช่างใหญ่อย่างเขาไม่ใช่การพรีเซนต์งานหน้าอาจารย์จอมโหด แต่คือการสูญเสียคนสำคัญตรงหน้าไปตลอดกาล
ที่ปลายทางเดินนั้น ร่างของพรีมประภากำลังยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะพยาบาล แววตาคู่สวยฉายแววตกใจระคนประหลาดใจเมื่อเผชิญหน้ากับชายร่างสันทัดสติหลุด ที่กำลังเงื้อมืดสั้นพ้นกระเป๋าเสื้อขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากก็ตะโกนคำรามลั่นโรงพยาบาลด้วยถ้อยคำหยาบคาย น้ำใสเพื่อนสนิทของเธอกรีดร้องสุดเสียง พยายามดึงแขนพรีมให้ถอยหลัง แต่หมอสาวกลับยืนหยัดนิ่งขวางไว้ด้วยสัญชาตญาณของคนเป็นแพทย์ที่ต้องปกป้องบุคลากรและคนไข้คนอื่น
*ฉับพลัน...*
ก่อนที่คมมีดจะทันได้ตวัดลงมา ร่างสูงของคิมหันต์ก็พุ่งเข้าชาร์จจากด้านข้างราวกับลูกรักบี้หนุ่มผู้บ้าคลั่ง แรงกระแทกมหาศาลทำให้ชายผู้ก่อเหตุเซถลาล้มฟุบลงไปกองกับพื้นกระเบื้อง คัตเตอร์ในมือกระเด็นหลุดไกลออกไป มีดพับอีกเล่มร่วงตามลงมา เสียงโวยวายกลายเป็นเสียงร้องด้วยความจุก คิมหันต์ไม่รอช้า เขากดทับร่างนั้นไว้ด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด กำปั้นหนาเงื้อมขึ้นด้วยความโมโหสุดขีด แต่ก่อนที่หมัดแรกจะซัดลงไปบนใบหน้าอัปลักษณ์นั้น เสียงหวานสั่นเครือแต่ทรงพลังก็ดังห้ามขึ้นเสียก่อน
"คิม! พอค่ะ! อย่าทำเขา... เขาแค่ป่วยและควบคุมตัวเองไม่ได้!"
เสียงของพรีมประภาดึงสติคิมหันต์กลับมาได้ในวินาทีสุดท้าย หายใจหอบสะท้าน มือหนาที่กำแน่นคลายออกอย่างช้าๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะกรูกันเข้ามาควบคุมตัวผู้ก่อเหตุออกไป ท่ามกลางความโกลาหลที่ค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงกลิ่นอายความหวาดกลัวที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ
คิมหันต์หันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง เขาสืบเท้าเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ความลังเล สองมือหนาคว้าจับไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความหวาดกลัวที่ยังตกค้างอยู่ในใจของเขา
"คุณบ้าหรือเปล่าหมอพรีม!" คิมหันต์ตวาดเสียงสั่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธปนความห่วงใยที่ล้นทะลัก "ทำไมไม่ถอยหลังทำไมต้องยืนเป็นเป้านิ่งให้มันวะ! รู้ตัวไหมว่าถ้าผมมาเร็วกว่านี้แค่ก้าวเดียว คุณอาจจะ..."
ประโยคหลังขาดหายไปในลำคอ เมื่อพรีมประภาโผเข้าสวมกอดเอวสอบของเขาแน่น ซุกใบหน้าลงกับอกเสื้อช็อปที่เปื้อนฝุ่นของเขาอย่างไร้ฟอร์ม ความเข้มแข็งและมาดคุณหมอสาวสุดเนี๊ยบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เพิ่งผ่านพ้นขอบเหตุมรณะมาหมาดๆ
ร่างสูงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่อ้อมแขนอบอุ่นจะยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางนั้นไว้แน่น ลูบเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตระหนกค่อยๆ สงบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นและเสียงสะื้นเบาๆ จากคนในอ้อมแขน
"ฉัน... ฉันกลัวค่ะคิม..." เสียงอู้อี้กระซิบแผ่วเบาอยู่ที่อกเสื้อ "ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว..."
คำพูดนั้นทำเอาคนปากร้ายใจดีอย่างคิมหันต์ใจละลายยวบยาบ ความโกรธทั้งหมดปลิวหายไปกับสายลม เขาก้มลงกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหวงแหนและรักใคร่ที่เก็บงำไว้มานาน
***
สองชั่วโมงต่อมา บรรยากาศภายในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงแสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนโมเดลกระดาษชานอ้อยชิ้นใหญ่ คิมหันต์นั่งจดจ่ออยู่กับการใช้คัตเตอร์กรีดลวดลายหน้าต่างอาคารอย่างประณีต ขณะที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวยาว พรีมประภากลังนั่งกอดเข่าซบหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองบนโต๊ะ เผลอหลับไปอย่างอ่อนเพลียจากเหตุการณ์ระทึกขวัญและการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายสิบชั่วโมง
คิมหันต์วางคัตเตอร์ในมือลงอย่างเบามือที่สุด เขานั่งมองเสี้ยวหน้าเนียนใสของคุณหมอสาวที่ตอนนี้ดูไร้พิษสงและน่าเอ็นดูเสียจนหัวใจเขากระตุกวูบ
ดึกสงัดป่านนี้แล้ว... แถมเธอยังเพิ่งผ่านเรื่องเฉียดตายมาแท้ๆ แต่เธอกลับเลือกที่จะนั่งรอเขาปั่นโปรเจกต์โต้รุ่งจนจบ โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า *'ไม่อยากกลับห้องคนเดียว และไม่อยากปล่อยให้คุณบ้าพลังอยู่คนเดียวเหมือนกันค่ะ'*
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตช็อปตัวเก่งของตัวเองมาคลุมไหล่บอบบางให้ พยายามทำให้อ่อนโยนที่สุดเพื่อไม่ให้เธอตื่น แต่ทว่า... จังหวะที่เขากำลังจะผละตัวถอยห่าง มือเรียวเล็กที่เคยซุกซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกลับเอื้อมขึ้นมาคว้าชายเสื้อช็อปของเขาไว้แน่น
ดวงตากลมโตคู่สวยที่ควรจะปิดสนิท กลับลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นแววตาคู่หวานที่ฉายความออดอ้อนอย่างหาดูได้ยาก พรีมประภาเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านความสลัวของแสงไฟในห้อง
"อย่าเพิ่งไปค่ะ..." เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบา "อยู่ตรงนี้ก่อน... นะคะ"
คิมหันต์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในอก สายตาประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ข้างใน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอดึงดูดให้เข้มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เสียงดนตรี เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของพรีมประภาก็แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ
พรีมประภาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความหวานซึ้งเป็นความซีดเผือดทันทีในพริบตา
"หมอพรีมคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของน้ำใสผ่านลำโพงดังลอดออกมา แม้จะไม่ได้เปิดสปีกเกอร์โฟน แต่คิมหันต์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ "ตอนนี้ที่เคาน์เตอร์ฉุกเฉิน... มีคนไข้กลุ่มใหญ่มาโวยวายหนักมากค่ะ บอกว่าผลตรวจแล็บสลับกัน และคนที่ถือผลผิดคือ... เอ่อ... คือคุณพ่อของคุณหมอเองค่ะ!"
พรีมประภาเบิกตากว้าง มือที่กำชายเสื้อช็อปของคิมหันต์ไว้เมื่อครู่ร่วงหล่นลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคิมหันต์สะดุดกึกยิ่งกว่า ไม่ใช่ข่าวเรื่องคุณพ่อของเธอ แต่เป็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวพ้นประตูห้องสตูดิโอเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... คนที่พรีมประภาคิดว่าน่าจะอยู่ต่างประเทศไปแล้ว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่คอยสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 13
คืนนอนดึกที่พึ่งพาได้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!