สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 14

เซอร์ไพรส์วันเกิดที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นปูนขัดมันของสตูดิโอสถาปัตย์ ดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับจังหวะนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ พรีมประภาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนเข้ากับโต๊ะเขียนแบบที่มีเศษโมเดลกระดาษเกลื่อนกลาด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ราวกับเห็นภูตผีในยามวิกาล สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงเมื่อครู่ พลันซีดเผือดลงจนแทบไม่มีสีเลือด "ไม่... เป็นไปได้ยังไง" เสียงกระซิบลอดไรฟันของพรีมสั่นเทา มือเรียวบางเย็นเฉียบราวน้ำแข็งยกขึ้นกำชายเสื้อช็อปสีเข้มของคิมหันต์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้เนื้อผ้าหนาขึ้นรอยยับย่น คิมหันต์รู้สึกได้ถึงความสั่นสะท้อนที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วของหญิงสาว แววตาคมกริบที่เคยฉายแววขี้เล่นและคลั่งรัก เปลี่ยนเป็นความดุดันและเยียบเย็นในเสี้ยววินาที เขาก้าวเท้าขนาบข้างร่างบางขึ้นมาบังเธอไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ราวกับสิงโตหนุ่มที่กำลังปกป้องอาณาเขตและคู่ของมันจากผู้รุกราน ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปเปื้อนคราบกาวตราช้างและสีอะคริลิกยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ว่าภายในใจจะเริ่มประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว "ไงครับ... น้องพรีม ไม่เจอกันนานเลยนะ คิดถึงพี่หรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะเย้ยดังขึ้นจากร่างสูงของชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากเงาสลัวของมุมเสา ดวงตาเรียวรีคมกราบคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของพรีมประภา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มือของเธอซึ่งยังกำชายเสื้อของคิมหันต์ไว้แน่น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ "คุณกรณ์..." พรีมครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับชื่อต้องห้ามที่ไม่อยากเอ่ยถึงตลอดกาล กรณ์ กิตติ5วัฒนากุล... อดีตคู่หมั้นที่ครอบครัวจัด 3 ห์ให้ตามพันธะทางธุรกิจ ผู้ชายที่เพียบพร้อมในสายตาสังคม แต่กลับซ่อนความเห็นแก่ตัวและการควบคุมไว้ภายใต้สูทราคาแพง ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งตัดสินใจประกาศถอนหมั้นเด็ดขาดเมื่อหลายเดือนก่อน และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอต้องหนีมาหมกตัวอยู่กับงานโรงพยาบาลจนแทบไม่ได้หลับได้นอน "แปลกใจเหรอที่พี่atกลับมาเร็วกว่ากำหนด?" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคอย่างผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด "คิดว่าหนีมาซ่อนตัวอยู่กับไอ้เด็กช่างนี่แล้วพี่จะตามหาไม่เจออย่างนั้นเหรอ พรีม... เธอชักจะดื้อใหญ่แล้วนะ รู้ตัวไหม" "หยุดพูดจาไร้สาระแล้วออกไปจากที่นี่ซะ กรณ์!" พรีมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เปล่งเสียงกร้าวออกมา แม้ว่าเสียงนั้นจะยังคงสั่นน้อยๆ ก็ตาม เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของคิมหันต์เพื่อเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นด้วยตัวเอง "ระหว่างเรามันจบลงไปนานแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาตามราวีฉันแบบนี้!" "จบเหรอ? ใครบอกว่าจบ?" กรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยความไม่พอใจ "ผู้ใหญ่ยังไม่ได้คุยกันเป็นทางการ เธอจะบอกว่าจบมันก็แค่คำพูดเด็กๆ เล่นขายของสิพรีม... แล้วนี่อะไร? มาคลอเคลียอยู่กับไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเนี่ยนะ ครอบครัวเรารู้เรื่องนี้หรือยัง หืม?" สิ้นคำพูดนั้น คิมหันต์ที่ยืนเงียบสังเกตการณ์มานานก็ขยับตัว ร่างสูงโปร่งก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บดบังร่างของพรีมให้พ้นจากสายตาคุกคามของกรณ์ทันที ความสูงที่ไล่เลี่ยกันและไหล่กว้างที่ผ่านการทำงานหนักทำให้คิมหันต์ดูน่าเกรงขามขึ้นมาอย่างประหลาด กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ และกลิ่นสีอะคริลิกเฉพาะตัวลอยแตะจมูก คิมหันต์ไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด แต่รอยยิ้มมุมปากที่ส่งไปให้กรณ์นั้น... เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะครับคุณรุ่นพี่... อ้อ ไม่สิ คุณลุง?" คิมหันต์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาสีเข้มจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งสนิท "ที่นี่มันสตูดิโอคณะผม และคนที่คุณกำลังยืนเห่าอยู่นี่... ก็เป็นคนของผมเหมือนกัน ถ้ายังไม่อยากให้ผมเรียกเพื่อนจากวิศวะโยธามาช่วยหิ้วปีนคุณออกไปทิ้งถังขยะข้างนอกล่ะก็... กรุณาไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่ กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ การปะทะกันระหว่างความดิบเถื่อน เป็นอิสระ และพร้อมพังทลายทุกกฎเกณฑ์ของเด็กสถาปัตย์ กับความเนี๊ยบ เย็นชา และยึดติดกับกรอบอำนาจของนักธุรกิจหนุ่ม สร้างแรงกดดันมหาศาลจนพรีมต้องเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของคิมหันต์ไว้อีกครั้งด้วยความหวาดหวั่น "ไอ้เด็กเวร... แกกล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้?" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวคหมายจะคว้าคอเสื้อ แต่ก่อนที่มือของกรณ์จะทันได้สัมผัสตัวคิมหันต์ ประตูสตูดิโอฝั่งตรงข้ามก็ถูกผลเปิดออกเสียงดังปัง! พร้อมกับร่างของธามเพื่อนสนิทวิศวะโยธาที่เดินถือถุงเค้กและกล่องอุปกรณ์พะรุงพะรังเข้ามา พร้อมด้วยน้ำใสที่เดินตามหลังมาติดๆ "เฮ้ย! มีแขกไม่ได้รับเชิญเหรอวะบรรยากาศแบบนี้?" ธามชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อกวาดตามองสถานการณ์ สายตาคมกริบของหนุ่มวิศวะกวาดประเมินผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งยิ้มกวนๆ ไปให้ "อุ๊ย ขอโทษทีครับ พอดีพวกเรานึกว่าเขากำลังทำเซอร์ไพรส์วันเกิดกันอยู่ซะอีก... เอ๊ะ หรือว่านี่คือโชว์พิเศษก่อนเป่าเค้ก?" คำพูดทีเล่นทีจริงของธามช่วยเบรกความตึงเครียดในห้องลงได้เล็กน้อย แต่น้ำใสกลับรีบวิ่งปรี่เข้าไปหาพรีม ดึงเพื่อนสาวเข้ามากอดไว้ทันที พร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจใส่กรณ์ "พรีม แกเป็นอะไรหรือเปล่า คนนี้ใคร ทำไมถึง..." น้ำใสกระซิบถามเสียงสั่นด้วยความเป็นห่วง กรณ์หันไปมองผู้มาใหม่ทั้งสองคนด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะหันกลับมามองพรีมประภาที่ตอนนี้หลบอยู่ด้านหลังเพื่อนพยาบาลและเด็กช่าง เขายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่าอีกครั้ง "ฝากไว้ก่อนเถอะนะพรีม..." กรณ์ชี้หน้าหญิงสาวเบาๆ "แล้วก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋า กลับไปเคลียร์เรื่องของเราให้เรียบร้อยซะ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไม่รับรองว่า โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ หรือไอ้เด็กสถาปัตย์ปากดีคนนี้ จะเดือดร้อนแค่ไหน!" พูดจบ กรณ์ก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากสตูดิโอด้วยท่าทีฮึกเหิม ทิ้งร่องรอยความหวาดกลัวและความกดดันให้ค้างคาไว้ในอากาศ ประตูสตูดิโอปิดลงแล้ว แต่ความเงียบงันยังคงปกคลุม พรีมประภากลั้นหายใจ น้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้ตลอดหลายเดือนเริ่มเอ่อคลอเบ้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ความรู้สึกผิด ความกลัว และความอับอายถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะยืนไม่ไหว เธอกลัว... กลัวว่าเรื่องของเธอจะไปกระทบกับอนาคตของคิมหันต์ กลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะทำตามคำขู่ "คิม... ฉันขอโทษ" พรีมพึมพำเสียงสั่น ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลใกล้ตัว มือเรียวปิดหน้าสะอื้นไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น "ฉันไม่น่าดึงนายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย... ฮึก... เขาจะทำร้ายนาย กรณ์เขาไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ" คิมหันต์ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ เขาทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นตรงหน้าพรีมประภา มือหนายื่นออกไปดึงมือบางที่ปิดหน้าอยู่ออกจากกันอย่างอ่อนโยน นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวลแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้พรีมสะท้านเฮือก ดวงตาคมกริบของคิมหันต์ไม่มีความกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงที่เจิดจ้าและลึกซึ้งเกินกว่าที่พรีมเคยเห็น "มองหน้าฉัน, พรีม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง พรีมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตา แพขนตางอนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา "ฟังนะ..." คิมหันต์ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยมีให้เธอ "ฉันไม่สนหว่าไอ้บ้านั่นจะเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน หรือถือหุ้นโรงพยาบาลกี่เปอร์เซ็นต์... แต่จำไว้ว่า ตราบใดที่เธอยังอยู่ในเขตของฉัน ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น" ธามที่ยืนมองอยู่มุมห้องถึงกับทำปากพะงาบๆ ก่อนจะสะกิดน้ำใสเบาๆ แล้วกระซิบ "เฮ้ย น้ำใส... เค้กที่กูซื้อมา กับโปรเจกต์ที่ไอ้คิมซุ่มทำมาเป็นอาทิตย์เพื่อยัยคุณหมอเนี่ย... สงสัยต้องรีบเอาออกมาสกัดดราม่าด่วนเลยวะ ก่อนที่บรรยากาศจะดาร์กไปกว่านี้" น้ำใสพยักหน้ารัว รีบพยักเพยิดสนับสนุนทันที คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ธาม แสงไฟนีออนดวงใหญ่ในสตูดิโอถูกหรี่ลงเหลือเพียงแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากหลอดไฟฟلامนต์ที่ประดับอยู่ตามโครงโมเดลสถาปัตย์ที่คิมหันต์แอบทำขึ้นมาโดยเฉพาะ พรีมประภากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เมื่อจู่ๆ ธามก็ถือกล่องเค้กขนาดกะทัดรัดที่มีเทียนเล่มเล็กจุดประกายสว่างไสวเดินเข้ามา พร้อมกับเสียงฮัมเพลงวันเกิดเบาๆ จากน้ำใส คิมหันต์เดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง ในมือถือกรอบรูปผลงานสเก็ตช์ภาพพรีมประภาในชุดกาวน์ที่เขาก้มหน้าก้มตาทำมันแอบๆ ซ่อนๆ มาหลายคืน ด้านหลังกรอบรูปมีข้อความเขียนด้วยลายมือดิบๆ ตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ว่า... *'สูตรรักฉบับเร่งรัด: ขอให้คุณหมอยิ้มเยอะๆ เลิกปากแข็ง แล้วมาเป็นคนข้างๆ กันซะดีๆ'* ดวงตาของพรีมเบิกกว้างขึ้น น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งกลับรันพรั่งพรูออกมาอีกระลอก แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว... หากแต่เป็นความตื้นตันและซาบซึ้งใจจนหัวใจแทบจะระเบิด "สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะคุณหมอ... คนเก่งของผม" คิมหันต์กระซิบเสียงนุ่ม รอยยิ้มที่ส่งมาให้ละลายหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี พรีมยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื้นขณะมองหน้าชายหนุ่ม ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะโน้มตัวเป่าเทียนบนเค้ก ทันใดนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของพรีมก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความภาพสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาทางไลน์ ภาพถ่ายระยะประชิดของ... *คุณพ่อของเธอ* ที่กำลังนั่งอยู่กับชายชราปริศนาในห้องรับรองพิเศษของโรงพยาบาล พร้อมข้อความขู่สั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของพรีมเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว: *[อยากให้คุณพ่อปลอดภัย... ก็พรุ่งนี้เช้า ถอนหมั้นซะ และเลิกยุ่งกับไอ้เด็กวิศวะนั่นซะ ถ้ารักษาตระกูลไว้ไม่ได้ ก็เตรียมรับศพพ่อเธอได้เลย]* พรีมประภาตัวแข็งทื่อ โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นสตูดิโอเสียงดังลั่น... -------------------------------------------------- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%