สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 15

ศัตรูหัวใจสวมกราวน์

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงชิ้นส่วนพลาสติกของโทรศัพท์มือถือที่แตกกระจายบนพื้นคอนกรีตขัดมันในสตูดิโอสถาปัตย์ สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด พรีมประภากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ร่างเพรียวในชุดเสื้อกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตา1ยืนแข็งทื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่เข้าใจ เมื่อภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงของหมอนภัทร ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นพี่จากโรงพยาบาลเดียวกัน กำลังยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ พร้อมกับถุงบรรจุแซนด์วิชและกาแฟแบรนด์โปรดของเธอในมือ "พรีม... พี่บอกแล้วไงครับว่าเวรบ่ายวันนี้เหนื่อยแน่ แวะซื้อของโปรดมาเติมพลังให้ก่อนเข้าตึกอุบัติเหตุ... เอ๊ะ มือถือพรีมตกเหรอครับ ทำไมหน้าจอแตกละเอียดขนาดนั้นล่ะ" น้ำทุ้ม นุ่มนวล และเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยตามแบบฉบับของแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมดังขึ้น พร้อมกับที่หมอนภัทรยื่นมือเรียวสะอาดไปหมายจะแตะที่ข้อศอกเรียวเพื่อปลอบโยน แต่ทว่า... "ไม่ต้องค่ะ! พรีมเก็บเองได้... ขอบคุณสำหรับกาแฟนะคะพี่นภัทร แต่เอ่อ... พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะเนี่ย" พรีมประภาถอยหลังหลบสัญชาตญาณ ดวงตาคู่สวยฉายแววกระวนกระวายอย่างปิดไม่มิด มือเรียวรีบย่อตัวลงกวาดเศษกระจกหน้าจอโทรศัพท์ที่แตกยับเยินอย่างลนลาน ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง เพราะเธอรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้—สตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์—ไม่ใช่ที่ที่หมอนภัทรควรจะมายืนยิ้มละมุนแจกความสดใสอยู่เลยสักนิด ยิ่งโดยเฉพาะในเวลาที่... ตึง! เสียงกระแทกของคัตเตอร์ด้ามใหญ่ลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งดังสนั่นจนสะดุ้งกันไปทั้งบาง ร่างสูงโปรดในชุดช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบกาวและฝุ่นปูนของคิมหันต์ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังฉากกั้นโมเดล ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเยียบเย็นจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทบัดนี้ตึงเครียดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน คิมหันต์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำในวินาทีแรก เขาก้าวช้าๆ ทว่ามั่นคงเข้ามาแทรกกลางระหว่างพรีมประภากับหมอนภัทร ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของแพทย์หญิงไว้มิดชิดราวกับจะประกาศอาณาเขตกลายๆ ดวงตาคมกวาดมองผู้มาเยือนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวิเคราะห์และดูแคลนระคนหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อ้าว... น้องคิม เจ้าของโปรเจกต์นี้สินะครับ พี่นภัทรครับ เป็นรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลเดียวกับน้องพรีม พอดีแวะเอาเสบียงมาส่งคนเก่งเขาหน่อย กลัวจะหมดแรงเป็นลมคาห้องฉุกเฉินเสียก่อน" หมอนภัทรเอ่ยทักด้วยท่าทีสุภาพ นุ่มนวล และถือดีในความเป็นผู้ใหญ่กว่า รอยยิ้มที่ส่งมาให้ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสายตาดุดันของเด็กสถาปัตย์เลยแม้แต่น้อย "อ๋อ... หมอโรงพยาบาลเดียวกัน" คิมหันต์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาเบาๆ ทว่าทรงพลังจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ว่างมากเหรอครับ ถึงได้ขับรถข้ามฟากมาถึงมหาลัยเพื่อส่งข้าวส่งน้ำหมอฝึกหัด หรือที่โรงพยาบาลงานมันน้อยจนไม่มีเคสให้ทำแล้ว ถึงได้มีเวลาว่างมาเดินสอดส่องพื้นที่เขตหวงห้ามของคนอื่นแบบนี้" บรรยากาศในสตูดิโอพลันลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ กลิ่นอายความเป็นปฏิปักษ์พุ่งปะทะกันกลางอากาศจนพรีมประภารู้สึกหายใจไม่ออก หญิงสาวรีบดันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อช็อปของคิมหันต์เบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงสั่น "คิม... อย่าเสียมารยาทกับพี่นภัทรนะคะ พี่เขาแค่... แค่หวังดี" คำว่า 'หวังดี' จากปากของพรีมประภาเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่กำลังคุโชนในอกของคิมหันต์ ดวงตาคมตวัดกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าซีดเผือดทันที ความเจ็บปวดลึกๆ ฉายวาบผ่านนัยน์ตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งตามนิสัยประจำตัว "หวังดี? หวังดีอะไรถึงต้องลงทุนมาถึงนี่ หรือต้องให้ผมเอาแปลนก่อสร้างไปกางให้ดูด้วยไหมว่าตรงไหนคือเขตส่วนบุคคล ที่คนนอก... โดยเฉพาะ 'หมออนามัย' ที่ไม่รู้เรื่องโครงสร้างอะไรเลย ไม่ควรจะเอารองเท้าหนังราคาแพงเข้ามาเหยียบย่ำเล่น!" "น้องคิมครับ พูดจาให้มันเกียรติกันหน่อย ผมมาหาพรีมในฐานะ..." "ในฐานะอะไรล่ะครับ?" คิมหันต์สวนกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้หมอนภัทรร่างประโยคให้จบ ร่างสูงก้าวประชิดเข้าไปอีกก้าว จนหมอนภัทรต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ "แฟนเก่า? พี่ชายที่แสนดี? หรือแค่ผู้ชายพยายามจะทำคะแนนตีท้ายครัวคนอื่นเขาทั้งที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ววะครับ!" คำว่า 'เจ้าของ' พุ่งกระแทกโสตประสาทของพรีมประภาจนหัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ว่าคิมหันต์ปากร้ายและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าประกาศกร้าวต่อหน้าคนนอกด้วยถ้อยคำที่ชวนให้คิดไกลขนาดนี้ หมอนภัทรชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพเมื่อครู่จางหายไปจากใบหน้าคมคาย ดวงตาของศัลยแพทย์หนุ่มฉายแววไม่พอใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังคงรักษามารยาทความเป็นมืออาชีพไว้ได้เป็นอย่างดี เขาก้มลงมองพรีมประภาที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของเด็กสถาปัตย์ตัวร้ายด้วยสายตาอ่อนโยน "พรีมครับ... ดูเหมือนว่าน้องเขาจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ พี่ว่าพี่ตัวกลับก่อนดีกว่า ไว้เราค่อยเจอกันที่โรงพยาบาลนะ ส่วนเรื่องมือถือ... เดี๋ยวพี่ซื้อเครื่องใหม่ให้เป็นของขวัญที่ผ่านช่วงฝึกงานสัปดาห์แรกนะ" พูดจบ หมอนภัทรก็วางถุงแซนด์วิชและกาแฟลงบนโต๊ะใกล้ที่สุด ส่งยิ้มให้พรีมประภาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกจากสตูดิโอไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ความเงียบงันที่น่าอึดอัดโรยตัวปกคลุมไปทั่วพื้นที่อีกครั้ง คิมหันต์ยืนนิ่ง คมเขี้ยวขบเข้าหากันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามเต้นระริก ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารู้สึกเกลียดรอยยิ้มของหมอนภัทร เกลียดท่าทีสุขุมนุ่มลึกแบบผู้ชายอบอุ่น และที่สำคัญที่สุด... เกลียดความเงียบงันของพรีมประภาในวินาทีที่ถูกอีกฝ่ายหยิบยื่นความใส่ใจให้ "ซื้อเครื่องใหม่ให้งั้นเหรอ... ฐานะดีชะมัดเลยนะ หมอโรงพยาบาลเอกชนเนี่ย" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันและตัดพ้อปะปนกันจนแยกไม่ออก ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับพรีมประภาที่ยืนก้มหน้ามองพื้นคอนกรีต ไม่ยอมสบตาเขาเลยสักนิด "ทำไมล่ะ? ดีใจล่ะสิที่มีผู้ชายโปรไฟล์ดี มากอดคอปลอบใจแถมยังเปย์ของให้อย่างนี้ ไม่น่ามาติดอยู่กับเด็กสถาปัตย์จนๆ ที่มีดีแค่ปากหรอกจริงไหมคุณหมอ?" "คิมหันต์!" พรีมประภาเงยหน้าขึ้นมาแหวใส่เสียงดัง ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอก "คุณพูดบ้าอะไรออกมา! คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาดูถูกความรู้สึกของฉันแบบนี้ หّะ?" "สิทธิ์เหรอ?" คิมหันต์แค่นยิ้มหยัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนพรีมประภาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางโมเดลไม้ ร่างสูงใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ตรงกลาง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจของพรีมประภากระตุกวูบ "อยากรู้เหรอว่าผมมีสิทธิ์อะไร..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มองมาที่เธอบัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความหึงหวง และความรักที่ล้นทะลักจนน่ากลัว "สิทธิ์ที่ทำให้คุณนอนไม่หลับเวลาไม่ได้ยินเสียงผม สิทธิ์ที่ทำให้คุณต้องคอยมานั่งเช็ดโต๊ะรกๆ ให้ผม... และสิทธิ์ที่ทำให้ผมอยากจะต่อยหน้าไอ้หมอนั่นให้คว่ำคากระเบื้องนี่ไง พรีมประภา!" พรีมประภาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลคำพูดของชายหนุ่มไม่ทัน หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่ามันจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหูเมื่อสายตาคู่คมคายนั้นเลื่อนลงมามองที่ริมฝีปากของเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้งด้วยความโหยหา ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงทางเข้าสตูดิโอ พร้อมกับเสียงหอบแฮกของธามเพื่อนสนิทตัวแสบที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ไอ้คิม! แย่แล้วโว้ย! อาจารย์ภาควิชาโครงสร้างโผล่มาตรวจสตูดิโอแบบไม่บอกล่วงหน้า กำลังเดินตรวจมาถึงห้องนี้แล้วโว้ย โมเดลโปรเจกต์กลุ่มแกที่ยังไม่ได้ติดกาวตราช้าง... เฮ้ย!" ธามชะงักกึก อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก เมื่อเห็นภาพเพื่อนสนิทตัวร้ายกำลังยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยง... เอ้ย ครอบครองพื้นที่ส่วนตัวของคุณหมอคนสวยในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้ามีไม้บรรทัดมาวัดก็คงเหลือศูนย์เซนติเมตร คิมหันต์สบถคำหยาบออกมาเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย แต่ก่อนที่เขาจะได้ผละตัวออกจากร่างบาง เสียงก้าวตึงๆ ของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็หยุดลงที่หน้าประตูกระจกบานเลื่อนของสตูดิโอ พร้อมกับน้ำเสียงดุดันและทรงอำนาจของ 'ศาสตราจารย์ ดร.ธนา' อาจารย์หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและใจร้ายที่สุดในคณะ ที่เอ่ยขึ้นเสียงดังลั่นห้อง "คิมหันต์! เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้น! แล้วทำไมสตูดิโอถึงได้รกเป็นรังหนูแบบนี้ หّะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของหมอพรีมและความคลั่งรักของคิมกันนะคะ *(โปรดติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 16)*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%