สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 2

คุณหมอหน้าดุกับคนไข้ขี้เก๊ก

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงบานประตูห้องฉุกเฉินที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน ทำให้สติของพรีมประภาสะดุดกึก หัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะปกติเพราะความตึงเครียดเรื่องบาดแผล พลันกระตุกวูบราวกับถูกดึงรั้งด้วยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล นัยน์ตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นใสไหวระริก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา มือเรียวบางที่กำสำลีชุ่มแอลกอฮอล์ไว้มั่นสั่นระริกเพียงเล็กน้อย—น้อยเสียจนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่มีทางเห็น แต่สำหรับคนตรงหน้า... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสถาปนิกหน้ามึนและกำลังนั่งหลับตาปี๋อยู่บนเตียงคนไข้ เขารับรู้มันได้ทั้งหมด "ลืมตาได้แล้วค่ะ คุณคิมหันต์" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุเจือจางเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องพยาบาลขนาดกะทัดรัดนี้ พรีมพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหางตาของเธอจะเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานกระจกฝ้าด้านนอก ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เข็มในมือเธอเกือบหลุดร่วงเมื่อครู่ คิมหันต์ค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นไม่ได้มองไปที่บาดแผลยาวเหยียดบริเวณท่อนแขนซ้ายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพุ่งตรงมาที่ดวงหน้าหวานของแพทย์ฝึกหัดสาวผู้กำลังขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจ "หมอดุจังวะ หน้าบึ้งแบบนี้ เดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยถามหาไม่รู้ด้วยนะ" คนเจ็บปากดีสวนกลับทันที ทั้งที่ใบหน้ายังซีดเซียวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และพิษบาดแผล รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก ราวกับความเจ็บปวดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่น "ถ้าไม่อยากให้ฉันดو จนหน้าแก่ก่อนวัย คุณก็ช่วยกรุณาเลิกซุ่มซ่ามเอาแขนไปฟาดกับโครงเหล็กฉากในไซต์งานก่อสร้างสักทีนะคะ" พรีมวางสำลีลงบนถาดสแตนเลสเสียงดังกรุ๊งกริ๊งด้วยความหมั่นไส้ เธอย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงฝั่งตรงข้าม จัดการหยิบขวดน้ำยาฆ่าเชื้อขึ้นมาด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "แผลลึกถึงชั้นไขมันขนาดนี้ ดีนะที่ไม่โดนเส้นประสาท ไม่อย่างนั้นคุณคงได้แขนพิการไปตลอดชีวิตแน่ๆ" "โหดร้ายจังหมอ... ผมเจ็บแผลจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาแช่งให้ผมแขนพิการอีกเหรอ ใจร้ายชะมัด" คิมหันต์แกล้งทำเป็นซีหน้านิ่วคิ้วขมวด ยืดตัวถอยหนีเล็กน้อยเมื่อเห็นสำลีชุ่มยาจ่อเข้ามาใกล้ แต่กระนั้นสายตากลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าเนียนใสของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาสังเกตเห็นรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตากลมโตคู่นั้น ร่องรอยของความอ่อนล้าจากการเข้าเวรข้ามคืนที่พรีมพยายามปกปิดด้วยเครื่องสำอางบางเบา "เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนไม่รู้จักดูแลตัวเองค่ะ" พรีมบ่นกระพอด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นขณะที่มือเรียวบรรจงทาน้ำยาลงบนปากแผลอย่างเบามือที่สุด แม้ปากจะต่อว่าแต่สัญชาตญาณความเป็นหมอกลับทำให้เธอระมัดระวังไม่ให้เขาเจ็บเกินความจำเป็น "อย่านิ่งนะ... ถอยทำไมคะ ฉันยังทำแผลไม่เสร็จ" "เปล่าสักหน่อย ผมแค่วิวดี..." คิมหันต์พึมพำตอบเสียงเบา ดวงตาคมกวาดมองสำรวจพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ จากความใกล้ชิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในตอนนี้มีไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อสะอาดๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของหนุ่มสถาปัตย์ผู้รักอิสระเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ "วิวมองอะไรคะ แผลอยู่ตรงแขน ไม่ได้อยู่ที่หน้าฉัน" พรีมเอ็ดเสียงเขียว รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ เธอเกลียดตัวเองจริงๆ ที่มักจะแพ้สายตาแพรพราวระคนออดอ้อนของคนตรงหน้าทุกที ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตีตัวออกห่างจากผู้ชายประเภทนี้ให้ไกลที่สุด "มองหน้าหมอแล้วมันเพลินดี... หายเจ็บเร็วกว่าทานยาแก้ปวดอีกเชื่อป่ะล่ะ" คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายจนคนฟังต้องรีบตวัดสายตาขึ้นมองค้อนวงใหญ่ "ปากเก่งแบบนี้ เดี๋ยวฉันจับเย็บแผลสักสเข็มโดยไม่ฉีดยาชาดีไหมคะ จะได้เลิกพูดจาเรื่อยเปื่อยสักที" พรีมขู่เสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งหยิบเข็มฉีดยาชาขึ้นมาถือไว้เพื่อขู่ให้เด็กโข่งตรงหน้ากลัว แต่คิมหันต์กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังล้ำลึกขึ้นมาวูบหนึ่ง จนพรีมเผลอชะงักมือที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ "ถ้าเป็นหมอเย็บ... ต่อให้ไม่มียาชา ผมก็ยอม" น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนก้องกังวานในความเงียบของห้อง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน พรีมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เข็มในมือสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตความเป็นแพทย์และคนไข้กำลังทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างไว้สั่นคลอน ก่อนที่พรีมจะทันได้เอაბคำพูดใดเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ตามด้วยการแง้มเปิดออกของบานกระจกเงา "หมอพรีมคะ... เคสด่วนด้านนอกเคลียร์เรียบร้อยแล้วค่ะ เอ๊ะ... ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะหรือเปล่าคะเนี่ย" เสียงใสของพยาบาลสาวรุ่นน้องโผล่หน้าเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนที่ส่งมาให้ ทำให้พรีมรีบดึงมือออกจากแขนของคิมหันต์ราวกับโดนไฟลวก พรีมหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย เธอกระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ รีบหันไปจัดการปิดฝาขวดน้ำยาและเก็บอุปกรณ์ลงถาดสแตนเลสอย่างลนลาน "ไม่ค่ะ น้ำใส... ฉันทำแผลเสร็จพอดี เชิญเข้ามาได้เลย" คิมหันต์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย ปรายตามองเพื่อนสนิทของนางเอกที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้อย่างถูกจังหวะเวลาเสียจริง เขายกมุมปากขึ้นยิ้มร้ายเมื่อเห็นหูขาวๆ ของคุณหมอสาวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ "เรียบร้อยแล้วนะคะคุณคิมหันต์ พันแผลเสร็จแล้ว งดโดนน้ำสามวัน มาล้างแผลทุกวันตามนัด ห้ามดื้อห้ามซน ถ้าไม่อยากรำคาญแขนตัวเองไปมากกว่านี้ เชิญออกไปข้างนอกได้เลยค่ะ คนไข้คนอื่นรออยู่" พรีมร่ายยาวรวดเดียวโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขาแม้แต่น้อย เธอยืนขึ้นเต็มความสูงเพื่อหนีความอึดอัดนี้ คิมหันต์ค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงคนไข้ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังก้มหน้าเก็บอุปกรณ์อีกนิด ก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "พรุ่งนี้... ผมจะมาให้หมอล้างแผลให้แต่เช้าเลยนะ ห้ามหนีผมล่ะ... หมอคนสวย" พรีมสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปหมายจะต่อว่าคนหน้ามึน แต่ทว่า... ร่างสูงของคิมหันต์กลับหมุนตัวเดินฮัมเพลงออกไปจากห้องพยาบาลด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ทิ้งให้เธอยืนค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทว่า... ความวุ่นวายในใจยังไม่ทันได้สงบลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ พรีมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มและแววตาที่ยังคงหลงเหลือความขัดเขินจากเหตุการณ์เมื่อครู่พลันมลายหายวับไปในพริบตา เมื่อนัยน์ตาคู่สวยสบเข้ากับร่างสูงสง่าของผู้ชายในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ผู้ชายที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดสามปีเต็ม—**นายแพทย์ปรินทร์** อดีตคนรักเก่าที่เพิ่งย้ายกลับมาประจำการที่โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างกะทันหัน! "สวัสดีครับ... น้องพรีม ไม่เจอกันนานเลยนะ จำพี่ได้หรือเปล่า?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการสนับสนุนและติดตามผลงานของ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%