กลิ่นฉุนของกาวลาเท็กซ์ผสมกับฝุ่นไม้เนื้อแข็งยังคงลอยวนอยู่ในอากาศอับชื้นของสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ตอนตีสองครึ่ง มันเป็นกลิ่นที่คิมหันต์คุ้นชินเสียยิ่งกว่ากลิ่นห้องนอนของตัวเองด้วยซ้ำ ร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีเลือดหมูตัวเก่งที่เปรอะเปื้อนทั้งคราบสี สีอะคริลิก และรอยกาวแห้งกรัง นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าโต๊ะดราฟท์ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนโมเดลกระดาษชานอ้อยที่เพิ่งตัดประกอบเสร็จไปได้เพียงครึ่งเดียว
ดวงตาคมกริบใต้กรอบผมยาวรกระรุงระรังปรือลงด้วยความอ่อนล้า เขากวาดตามองความพินาศตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด โมเดลโปรเจกต์ส่งอาจารย์ตอนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้กำลังจะกลายเป็นหมัน หากเขาไม่รีบแก้ไขโครงสร้างหลังคาจั่วที่เบี้ยวได้องศา
"ไอ้คิม มึงพักก่อนไหมวะ ตาจะปิดเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้วนะเว้ย"
เสียงทุ้มห้าวของธาม เพื่อนสนิทตัวดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มานั่งแกรงสุมหัวเป็นเพื่อนดังขึ้น พร้อมกับยื่นกระป๋องกาแฟดำที่จืดสนิทมาให้ คิมหันต์รับมาถือไว้โดยไม่ละสายตาจากชิ้นงาน ก่อนจะสะบัดมือไล่เพื่อนรัก
"มึงกลับไปนอนเถอะไอ้ธาม กูเหลือเก็บรายละเอียดอีกนิดเดียว" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปากร้ายตามนิสัยแต่แววตากลับจริงจัง "ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่ผ่าน กูคงโดนอาจารย์เฉือดคอคาโต๊ะดราฟท์แน่ๆ"
"เออๆ ตามใจมึง หัวรั้นชะมัด" ธามส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่า "กูเตือนแล้วนะ ระวังจะโดนของมีคมแทงหัวเข้าสักวัน ปากดีนัก"
สิ้นคำพูดของเพื่อนสนิท คิมหันต์ก็แค่นسหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ใครจะไปคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของไอ้ธามจะกลายเป็นจริงเร็วยิ่งกว่าคำทำนายของหมอดูสำนักไหน
จังหวะนั้นเอง... ความง่วงงุนและอาการตาลายจากการไม่ได้นอนมาสามสิบหั่วโมงทำให้คิมหันต์กะระยะพลาด ขณะที่เขากำลังเอี้ยวตัวหยิบไม้ทีสเกลไม้ยาวห้าสิบเซนติเมตรที่วางพาดอยู่บนกองหนังสือพิมพ์ ปลายแหลมคมของไม้ทีเจ้ากรรมดันเกี่ยวเข้ากับขอบชั้นวางของด้านบนที่ตั้งเอียงไว้
*พรึ่บ!*
สรรพสิ่งบนโลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ หนังสืออ้างอิงเล่มหนาและกล่องอุปกรณ์เครื่องเขียนร่วงหล่นลงมา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ปลายไม้ทีไม้ยาวน้ำหนักพอเหมาะพุ่งปักลงมาตรงๆ ราวกับจับวาง ปลายแหลมกระแทกเข้ากับขิงศีรษะด้านขวาของคิมหันต์เข้าอย่างจัง!
"โอ๊ย!"
คิมหันต์สบถลั่นสตูดิโอ มือหนายกขึ้นกุมขมับทันที ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนสมองชาหนึบ และเมื่อเขาลดมือลงมาดู... ปลายนิ้วเรียวยาวก็เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินลงมาตามกรอบหน้าอย่างรวดเร็ว
"ไอ้... เชี่ยเอ๊ย!"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรยากาศของห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเป็นเอกลักษณ์ คิมหันต์กุมผ้าก๊อซชุ่มเลือดไว้ที่ศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดผสมผสานกับความหงุดหงิดที่ต้องมานั่งรอคอยในสถานที่แบบนี้
"ผู้ป่วยเคสศีรษะแตกจากอุบัติเหตุของมีคมบาด เชิญที่เตียงสามค่ะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจและราบเรียบจนน่ากลัวดังขึ้นจากทางเคาน์เตอร์พยาบาล คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และหัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบไปชั่วขณะ
ร่างเพรียวบางในชุดกราฟิกสีขาวสะอาดตาที่สวมทับเสื้อกาวน์แพทย์ เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววเฉียบคมและจริงจังจนไม่กล้าสบตา นิตยสารแฟชั่นเล่มไหนก็คงเทียบรัศมีของแพทย์ฝึกหัดสาวคนนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือความ "ตึง" และความเนี๊ยบที่แผ่รังสีออกมาจากตัวเธอนี่แหละ
หมอพรีม... หรือแพทย์หญิงพรีมประภา ก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แววตาคู่สวยกวาดมองสภาพของหนุ่มสถาปัตย์หัวยุ่งที่เสื้อผ้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อนคราบกาวและเลือดสดๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกระอาใจระคนสมเพชเวทนา
"นั่งลงเรียบร้อยค่ะ อย่าขยับหัวเยอะ เลือดออกขนาดนี้ไปทำอีท่าไหนมาถึงได้เอาหัวไปโขกกับของมีคมได้คะเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยตำหนิเบาๆ แต่เจ็บแสบไปถึงทรวงใน
คิมหันต์ที่ปกติเป็นคนปากร้ายและไม่ยอมใคร ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะกลัวแผล แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่โชยมาจากตัวคุณหมอสาวต่างหากที่ทำให้สติของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิง
"อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้น่าคุณหมอ... ว่าแต่เบามือหน่อยนะ ผมเจ็บเป็นเหมือนกัน ไม่ใช่หุ่นยนต์" คิมหันต์สวนกลับตามสัญชาตญาณความปากมึน แม้ว่าใบหน้าจะซีดเซียวเพราะเสียเลือดไปบ้างก็ตาม
พรีมประภาถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เธอหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาเตรียมทำความสะอาดแผล "รู้ค่ะว่าเจ็บ แต่ถ้าคุณอยู่นิ่งๆ และเลิกทำปากเก่ง เดี๋ยวก็จะได้กลับไปปั่นงานของคุณต่อแล้วค่ะ... อดทนหน่อยนะะคะ"
น้ำเสียงที่พยายามปรับให้อ่อนลงเล็กน้อยไม่ได้ช่วยให้คิมหันต์รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่เมื่อปลายสำลีเย็นเฉียบแตะลงที่ปากแผล
"ซี๊ดดด! เบาๆ ครับ... เอ๊ย เบاๆ สิคุณหมอ!" คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว มือหนาเผลอคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของพรีมประภาโดยอัตโนมัติเพื่อหยุดยั้งความทรมาน
พรีมชะงัก ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของหนุ่มสถาปัตย์ที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนน่าประหม่า แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ แพทย์สาวจึงนิ่งขรึมและชักสีหน้าใส่ทันที
"ปล่อยมือค่ะคุณผู้ป่วย ฉันกำลังทำงานอยู่" เสียงหวานเอ่ยเตือนด้วยความเย็นชา
คิมหันต์รีบปล่อยมือทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะเขิน... แต่เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเสียอาการให้กับหมอปากแข็งคนนี้เข้าให้แล้ว บ้าจริง ผู้หญิงอะไร ดุชะมัด แต่ทำไมหัวใจมันถึงเต้นแรงแปลกๆ แบบนี้วะเนี่ย
พรีมก้มหน้าก้มตาจัดการโกนผมบริเวณรอบแผลและเตรียมเย็บแผลอย่างคล่องแคล่ว เธอยกเข็มเย็บแผลสีเงินวาววับขึ้นมาในระดับสายตา โดยที่หารู้ไม่ว่า... เจ้าหนุ่มสถาปัตย์มาดเซอร์ผู้ไม่เคยกลัวอะไรในโลก กำลังเบิกตากว้างด้วยอาการ "โฟוบิก้า" ขั้นรุนแรง
เข็มฉีดยา... เข็มเย็บผ้า... เข็มหมุด... และตอนนี้คือเข็มเย็บแผล!
ร่างสูงของคิมหันต์เกร็งกระดุกกระดิิกไปทั้งตัว เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมและขมับ ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาคมมองเข็มในมือหมอพรีมด้วยความหวาดผวา ราวกับมันคือคมมีดแห่งความตาย
พรีมสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนไข้หนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งมาดกวนประสาทเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
"คุณคะ... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดมากเลยนะ" พรีมเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณแพทย์
คิมหันต์อ้าปากพะงาบๆ พยายามจะฟอร์มจัดว่าตัวเองไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นระริกจนน่าสมเพช
"มะ... หมอ..." คิมหันต์กลืนก้อนความกลัวลงคอ "คือว่า... ผม..."
"หืม? คุณกลัวเข็มเหรอคะ?" พรีมเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา หนุ่มวิศวะหรือสถาปัตย์หุ่นล่ำบึก ทำท่าทางราวกับเด็กน้อยเจอผีหลอกเพียงเพราะเห็นเข็มเย็บแผลเล่มนิดเดียวเนี่ยนะ
"เปล่าสักหน่อย!" คิมหันต์รีบเถียงเสียงแข็งกลบเกลื่อนความอาย แม้ว่าเหงื่อจะแตกพลั่กเต็มหลัง "ใครกลัว... ผมแค่... แค่แพ้แสงไฟในห้องฉุกเฉินต่างหากเล่า!"
พรีมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิบอิ่มนั้นงดงามจนทำให้โลกใบนี้ของคิมหันต์หมุนช้าลงไปถนัดตา เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แผลที่ศีรษะอีกนิด พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย
"งั้นก็หลับตาลงซะนะคะคุณสถาปัตย์หน้ามึน..." พรีมกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่แปลงร่างมาเป็นนางฟ้า "ไม่งั้นฉันอาจจะแทงเข็มพลาดไปโดนหูคุณเข้าจริงๆ ด้วยนะ"
คิมหันต์หลับตาปี๋ตามคำสั่งทันทีอย่างไม่คิดจะเถียง หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนโดนไม้ทีแทงหัวเสียอีก ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นนุ่มของเธอแตะลงบนหน้าผากเพื่อประคองแผล ความกลัวทั้งหมดก็พลันมลายหายMไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมซับเข้ามาในหัวใจอย่างน่าประหลาด
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความหวานละมุนชวนใจเต้นนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายของบุรุษพยาบาลก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าห้องฉุกเฉิน
"คุณหมอพรีมครับ! เคสด่วนอุบัติเหตุรถชนหมู่ห้าคนกำลังมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินแล้วครับ! อาการวิกฤตต้องผ่าตัดด่วน!"
พรีมชะงัก เข็มในมือสั่นไหวเล็กน้อย เธอหันไปมองทางประตูด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนจะหันกลับมามองคิมหันต์ที่ยังคงนั่งหลับตาปี๋อยู่บนเตียงด้วยความกังวล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นหัวใจในตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 1
อุบัติเหตุที่ทำให้โลกหมุนช้าลง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!