กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในร้านอาหารกึ่งรีสอร์ตสไตล์โมเดิร์น ดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม
“แปลกใจนักหรือที่พ่อมา... คิมหันต์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของผู้ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ซึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนประชิดโต๊ะ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง—คุณกิตติศักดิ์ พ่อของคิมหันต์ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความอึมครึมที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก!
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารที่เคยมีเสียงหัวoาะและรอยยิ้มเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา คิมหันต์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉายแววแข็งกร้าวขึ้นมาทันที สันจรามของหนุ่มสถาปัตย์ขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ถ้าพ่อจะมาเพื่อจับผิดผม หรือมาเพื่อพูดเรื่องเดิมๆ ที่ผมปฏิเสธไปเป็นร้อยรอบ... ผมว่าพ่อเสียเวลาเปล่าครับ” คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ความดิบเซอร์และมาดกวนๆ มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงผู้ชายเลือดร้อนที่พร้อมพุ่งชนกับกำแพงอำนาจของพ่อตัวเองเสมอ
คุณกิตติศักดิ์ปรายตามองลูกชายด้วยแววตาตำหนิแกُมสมเพชเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของพรีมประภา ซึ่งนั่งตัวตรงเป๊ะด้วยสัญชาตญาณความเป็นแพทย์ฝึกหัดที่คุ้นชินกับการรับมือภาวะวิกฤต แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
“นี่น่ะหรือ... แม่หมอเด็กที่ทำให้ลูกชายหัวดื้อของฉัน ถึงกับยอมหันหลังให้บริษัทตระกูลอัครวณิชย์ แล้วไปมุดหัวอยู่กับโปรเจกต์สถาปัตย์กระจอกๆ ข้ามคณะ” น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึกถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความปรานี
“คุณลุงคะ!” น้ำใสที่ทนดูต่อไปไม่ไหว ทำท่าจะลุกขึ้นแย้ง แต่ถูกมือเรียวของพรีมเอื้อมไปดึงชายเสื้อไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
พรีมประภาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอย่างเป็นมืออาชีพ เธอลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะให้ผู้มีพระคุณของชายหนุ่มตามมารยาทอันดีงาม แม้ว่าคำพูดเมื่อครู่จะระคายหูแค่ไหนก็ตาม
“สวัสดีค่ะคุณอา... ดิฉัน พรีมประภา ค่ะ” เสียงหวานกังวานแต่หนักแน่นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน “ถ้าคำว่า ‘กระจอก’ ที่คุณอาพูดถึง หมายถึงโปรเจกต์ปรับปรุงตึกผู้ป่วยนอกที่พวกเรากำลังช่วยกันออกแบบและดูแลอยู่ล่ะก็... ดิฉันในฐานะตัวแทนของบุคลากรทางการแพทย์ ขอยืนยันตรงนี้เลยนะคะว่า ผลงานของคิมหันต์และทีมสถาปัตย์ ไม่เคยมีคำว่าด้อยค่าในสายตาของคนที่เห็นคุณค่าของชีวิตคนไข้เลยค่ะ”
คิมหันต์หันขวับมามองร่างบางที่ยืนเคียงข้าง ดวงตาสีเข้มไหวระริกด้วยความคาดไม่ถึง ประกายความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าเกาะกุมหัวใจดวงที่ด้านชาของเขาอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของพรีมมาจับไว้โดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการส่งผ่านความห่วงใยและบอกเป็นนัยว่า *‘ไม่ต้องไปสนใจ’*
แต่คุณกิตติศักดิ์กลับหัวเราะในลำคอ สีหน้าดูแคลนหนักขึ้นไปอีก
“ปากเก่งสมกับที่เป็นหมอดีนี่... รู้ไหมว่าอนาคตของคิมหันต์ถูกขีดเส้นเอาไว้หมดแล้ว เขามีหน้าที่ต้องบริหารอาณาจักรหมื่นล้าน ไม่ใช่มานั่งจับดินสอเขียนแบบกะโหลกะกะลาเพื่อแลกกับเศษเงินชั่วโมงละไม่กี่บาท!”
“แล้วคุณพ่อเคยถามผมสักคำไหมครับ ว่าผมต้องการอะไร!” คิมหันต์ตวาดกร้าว เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ชีวิตนี้ผมโดนพ่อขีดเส้น ขังไว้ในกรงทองที่พ่อสร้างมาตลอดตั้งแต่เด็ก พอผมเจอสิ่งที่รัก... เจอคนที่ทำให้ผมอยากตื่นมาทำประโยชน์เพื่อคนอื่นจริงๆ พ่อก็ยังจะเข้ามาทำลายมันอีกเหรอครับ!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเสียจนเพื่อนสนิทอย่างธามและน้ำใสไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
พรีมบีบกระชับมือหนาที่กุมมือเธออยู่เบาๆ เธอรับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าวของคิมหันต์ ผู้ชายปากร้ายคนนี้... แท้จริงแล้วแบกรับความคาดหวังและบาดแผลในวัยเด็กไว้มากมายเหลือเกิน
“คุณอาคะ... ขอเวลาพรีมสักห้านาทีนะคะ” พรีมตัดสินใจก้าวออกไปยืนบังหน้าคิมหันต์ไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตสบตากับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว แต่เต็มไปด้วยความนอบน้อม
คุณกิตติศักดิ์หรี่ตามองแพทย์สาว “เธอมีอะไรจะพูดกับฉันอีก หมอพรีม... อย่าคิดว่าใช้มารยาเด็กสาวแล้วฉันจะเปลี่ยนใจเรื่องลูกชาย”
“พรีมไม่ได้จะมาเกลี้ยกล่อมให้คุณอายอมรับความฝันของคิมหันต์หรอกค่ะ... เพราะพรีมรู้ว่าทัศนคติที่สะสมมาหลายสิบปี มันคงเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ในวันเดียว” พรีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ ทว่าทรงพลัง “แต่พรีมแค่อยากให้คุณอา... มองตาลูกชายตัวเองจริงๆ สักครั้ง”
คิมหันต์ชะงักไป ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่จุกแน่นในอก
“คุณอาอาจจะมองว่าคิมเป็นเด็กดื้อ รั้น และทำตัวไร้สาระ... แต่คุณอารู้ไหมคะว่า ทุกครั้งที่คิมตรวจแบบโครงสร้างตึกผู้ป่วย เค้าละเอียดอ่อนและใส่ใจแม้กระทั่งทางลาดของรถเข็นคนพิการ หรือห้องพักของเด็กยากไร้ มากกว่าที่วิศวกรมืออาชีพบางคนทำเสียอีก... ผู้ชายที่ใส่ใจรายละเอียดของชีวิตคนอื่นขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นคนล้มเหลวในชีวิตหรอกค่ะคุณอา”
พรีมผ่อนลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในโต๊ะถึงกับกลั้นหายใจ
“และที่สำคัญที่สุด... ในวันที่คิมเหนื่อยที่สุด เค้าไม่เคยบ่นเรื่องงานกับพรีมเลยสักคำ สิ่งเดียวที่เค้ามักจะพูดซ้ำๆ ก็คือ... *‘อยากให้พ่อภูมิใจในตัวผมบ้างจัง’*... คุณอาคะ ผู้ชายที่ปากแข็งที่สุดคนนี้ แทบจะยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งความสุขของตัวเอง เพื่อคำว่า ‘ยอมรับ’ จากพ่อผู้ให้กำเนิด... คุณอาใจร้ายเกินไปไหมคะ ที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับฟังความจริงใจของลูกชายตัวเอง”
สิ้นคำพูดของพรีม... ทั่วทั้งโต๊ะก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
คุณกิตติศักดิ์ชะงักไป รอยยิ้มเยียบเย็นเมื่อครู่เลือนหายจากใบหน้าอย่างช้าๆ แววตาแข็งกร้าวไหววับเป็นประกายความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็พยายามกลบเกลื่อนเอาไว้ ชายวัยกลางคนปราบตามองลูกชายที่ยืนนิ่งอึ้ง เม้มริมฝีปากแน่นราวกับถูกถอดสลักหัวใจ
คิมหันต์หันไปมองพรีม ดวงตาสีเข้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกตื้นตัน ผสมผสานกับความรักและซาบซึ้งใจไหลทะลักจนจุกอยู่ที่ลำคอ ผู้หญิงคนนี้... มองทะลุเปลือกนอกที่กวนประสาทและกำแพงความเย่อหยิ่งของเขาเข้าไปเห็นตัวตนที่แท้จริงข้างในได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ยี่สิบนาทีต่อมา... บรรยากาศความตึงเครียดคลี่คลายลงระดับหนึ่ง เมื่อคุณกิตติศักดิ์ยอมนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตามคำเชิญของพรีม แม้จะยังไม่มีการพูดจาปรับความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง แต่สายตาที่ผู้เป็นพ่อมองมายังคิมหันต์ ก็ไม่ได้คมกปราบและเย็นชาเท่ากับตอนแรกที่ก้าวเข้ามา
“กินข้าวเถอะครับ... อาเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า” คุณกิตติศักดิ์เอ่ยเสียงเรียบ พลางปรายตามองอาหารบนโต๊ะ
คิมหันต์นิ่งไปนิด ก่อนจะตักอาหารใส่จานให้ผู้เป็นพ่อเงียบๆ โดยไม่มีคำพูดประชดประชันหลุดออกมาจากปากเหมือนเคย พรีมลอบอมิ้มด้วยความโล่งใจ มือเรียวใต้โต๊ะถูกคิมหันต์เอื้อมมาจับไว้แน่น และบีบเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณอย่างลึกซึ้ง
ทว่า... ความสุขสงบชั่วคราวนั้นกินเวลาได้ไม่นานนัก
*Rrrrrr!*
เสียงโทรศัพท์มือถือของธามดังขึ้นทำลายความเงียบ หนุ่มวิศวะหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มจะถอดสีซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นจนมือสั่นเทา
“ธาม... ใครโทรมา หน้าแกซีดเป็นไก่ต้มเลย” น้ำใสเอئถามด้วยความสงสัย
ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคิมหันต์และพรีมด้วยแววตาที่สั่นระริก
“คิม... หมอพรีม... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ธามเสียงสั่นเครือ “ที่โรงพยาบาล... เกิดอุบัติเหตุหมู่ เคสวิกฤตถูกส่งตัวด่วนห้องฉุกเฉินอลหม่าน... และ... และพ่อกับแม่ของหมอพรีม ซึ่งกำลังเดินทางมาเซอร์ไพรส์ลูกสาวที่กรุงเทพฯ... รถชนประสานงาทับซ้อนกับรถบรรทุกบนทางหลวงสายหลัก ตอนนี้... ถูกหามส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินที่พรีมเพิ่งเดินออกมาเมื่อเช้าครับ!”
พรีมประภาชาวาบไปทั้งร่าง ช้อนตาขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงมาในเสี้ยววินาที ร่างบางเซถลาเกือบทรุดฮวบลงกับพื้น โชคดีที่คิมหันต์คว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน
“พรีม!” คิมหันต์ตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด
**************************************************
ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นความสัมพันธ์ของพี่คิมและหมอพรีมมาจนถึงตอนนี้ค่ะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดนะคะ เพราะวิกฤตครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาลค่ะ! - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 27
วันเปิดใจสองครอบครัว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!