"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะสาบานว่าจะไม่คุยกับคุณไปจนถึงเรียนจบปริญญาตรีค่ะ คิมหันต์"
เสียงหวานที่เจือความหอบนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบฝั่ง ร่างเพรียวในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมหยุดยืนนิ่ง ปลายเท้าเปลือยเปล่าจมลงไปในผืนทรายเนื้อเนียนละเอียดที่ยังอุ่นไอแดด พรีมประภาสะบัดข้อเท้าเบาๆ เพื่อสลัดเม็ดทรายที่เกาะติด ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงโปร่งของพ่อหนุ่มสถาปัตย์ที่เดินนำหน้าไปร่วมสิบทอด
คิมหันต์หยุดฝีเท้าตามคำสั่งอย่างว่าง่าย—ซึ่งแปลกประหลาดมากสำหรับคนหัวรั้นอย่างเขา—ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมามองคุณหมอสาว แสงสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดกระทบใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลปนเปื้อนความขี้เล่น นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่พรีมไม่อยากจะสบตาตรงๆ เพราะมันมักจะทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะทุกที
"ใครบอกว่าผมเดินเร็วกันล่ะครับ... เอ่อ... ค่ะ คุณหมอต่างหากที่เดินช้าเหมือนเต่าคลาน" คิมหันต์เกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา แต่พอนึกถึงสายตาพิฆาตของอีกฝ่ายก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้รอดตัวอย่างเฉียดฉิว เจ้าตัวหัวسเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าย้อนกลับมาหาร่างบางที่ยืนกอดอกทำแก่งอน "ดูสิ เม็ดทรายติดเท้าหมดแล้ว เห็นไหมครับว่าการพาลูกค้า... ไม่สิทธิ์ครับ พาคนไข้พิเศษมาเที่ยวทะเลเนี่ย มันมีความลำบากแค่ไหน"
"ปากดีนะคะ" พรีมย่นจมูกใส่หมั่นไส้ "ถ้าฉันรู้ว่าคุณลากฉันมาไกลถึงเกาะส่วนตัวแถมยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แบบนี้ ฉันจะไม่มีทางยอมขึ้นรถกระบะคันเก่าๆ ของคุณเด็ดขาด"
"แต่คุณก็ขึ้นมาแล้วนี่ครับ" คิมหันต์ยิ้มกริ่ม ยื่นมือหนาที่มีคราบกาวตราช้างจางๆ ติดอยู่ตามซอกเล็บ—หลักฐานว่าก่อนมาเขาเพิ่งง่วนอยู่กับโมเดลโปรเจกต์ใหญ่—ออกไปข้างหน้า "มือถือไม่มี ก็ดีออกครับ จะได้ไม่มีใครโทรมาตามให้คุณหมอคนเก่งต้องวิ่งวุ่นกลับไปโรงพยาบาล ที่นี่มีแค่เราสองคน... กับเสียงคลื่น"
พรีมก้มมองมือใหญ่นั้น นิ่งงันไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแบออกรอการกัมรับ ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตาสีดำสนิท แม้ปากจะบอกว่ารำคาญความหน้ามึนของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดสามปีที่รู้จักกันมา ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเครียดตามลำพังเลยสักครั้ง ตั้งแต่วันที่เธอเป็นลมคาห้องเลคเชอร์แล้วเขาเป็นคนอุบายแบกเธอไปห้องพยาบาล ทั้งที่ตัวเองกลัวเข็มฉีดยาจนตัวสั่น มาจนถึงวันที่เธอต้องเข้าเวรผ่าตัดเคสแรกแล้วมือสั่นเทา คิมหันต์ก็เป็นคนเดียวที่ยืนรออยู่หน้าห้องผ่าตัดพร้อมกับนมกล่องโปรดและกระดาษโน้ตลายมือไก่เขี่ยที่บอกว่า *‘สู้เว้ย ยัยหมอปากแข็ง’*
มือเรียวเล็กตัดสินใจยื่นไปวางทาบบนฝ่ามืออุ่นจัดของเขา นิ้วมือประสานกันแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ คิมหันต์กระชับมือคู่นั้นให้แน่นขึ้น รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังจนพรีมต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปมองระลอกคลื่นแทน เพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู
พวกเขาย่ำเท้าไปตามแนวชายหาดที่ทอดยาวอย่างไร้จุดสิ้นสุด ลมทะเลพัดสอบเส้นผมสีดำสนิทของพรีมให้ปลิวไสวไปตามแรงลม คิมหันต์พาเธอเดินลึกเข้ามาจนถึงโซนที่เป็นโขดหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นอย่างเงียบเชียบโดยฝีมือใครบางคน—หรือก็คือเพื่อนตัวแสบอย่างธามที่คงลอบมาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
ตรงกลางพื้นที่ราบเรียบ, แสงไฟจากดวงไฟดวงเล็กๆ (Fairy lights) ถูกโยงระโยงระยางพันไว้กับต้นสนทะเลทอแสงสีส้มอบอุ่น ท่ามกลางผืนทรายมีเบาะรองนั่งสีขาวสะอาดตาพร้อมหมอนอิง และตรงกลางมีกองไม้ที่ถูกจุดไฟเผาให้ความอบอุ่นส่งเสียงเปรี๊ยะเบาๆ แข่งกับเสียงคลื่น
พรีมเบิกตากว้างเล็กน้อย หันขวับไปมองคนข้างกาย "นี่คุณ... เตรียมการตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
"ก็ตั้งแต่คุณบ่นว่าเหนื่อยกับเคสผ่าตัดติดต่อกันสามวันติดเมื่อเดือนก่อนโน้นมั้งครับ" คิมหันต์ตอบเสียงนุ่ม ไม่ยอมปล่อยมือบางที่ยังคงกุมไว้ เขาพาเธอเดินมาหยุดตรงหน้ากองไฟอบอุ่น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ ไร้ซึ่งความวุ่นวายของเมืองกรุง มีเพียงกลิ่นอายไอเค็มของทะเลและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สน
คิมหันต์ปล่อยมือข้างหนึ่งเพื่อหยิบผ้าพันคอผืนหนาในเป้สะพายหลังของตัวเองออกมา คลี่มันออกแล้วบรรจงพันรอบลำคอระหงของหญิงสาวอย่างเบามือ นิ้วเรียวของเขาปัดป้องเส้นผมที่ติดอยู่แถวซอกคอออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนพรีมแทบไม่กล้าหายใจ
"หนาวไหมครับ?" เขาถาม เสียงทุ้มต่ำรอดผ่านเสียงลมทะเลเข้ามาในโสตประสาท
"นิดหน่อยค่ะ..." พรีมตอบเสียงแผ่ว สายตาจดจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายที่สะท้อนประกายไฟสีส้มอยู่ภายใน "คิม... คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ บรรยากาศมัน... ดูแปลกๆ นะ"
"แปลกเหรอครับ?" คิมหันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนผืนทรายต่อหน้าเธอ มือข้างหนึ่งยังคงกุมมือของพรีมไว้มั่น การกระทำนั้นกะทันหันจนพรีมสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"คิม! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณทำบ้าอะไรเนี่ย พื้นทรายมันสกปรก..." พรีมละลานละลักร้องห้าม หน้าตาตื่นตระหนกด้วยสัญชาตญาณความเนี๊ยบของแพทย์สาว แต่คิมหันต์กลับส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยัก
"ผมไม่ลุกหครับ จนกว่าคุณจะฟังผมพูดให้จบ"
พรีมเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงต้นคอ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดและเสียงหัวใจของเธอเองที่ดังชัดเจน
"พรีม... จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ไหมครับ?" คิมหันต์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "วันที่คุณถือแฟ้มประวัติคนไข้แล้วเดินชนผมจนแฟ้มกระจัดกระจายเต็มพื้น วันนั้นคุณดุผมเสียงดังมาก หาว่าผมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ เป็นเด็กสถาปัตย์ที่ซกมกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา"
พรีมเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตาคลอเบ้า เมื่อนึกถึงความทรงจำในวันแรกที่เกลียดขี้หน้าเขาแทบตาย
"แต่รู้ไหมครับ... ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณดุผม วันนั้นผมกลับคิดในใจว่า... ผู้หญิงคนนี้นี่แหละวะ ที่จะมาคุมความเจ้าเล่ห์ของผมอยู่" คิมหันต์กระชับมือเธอแน่นขึ้น ความจริงจังฉายชัดในน้ำเสียง "ผมอาจจะเป็นพวกวิศวะหรือสถาปัตย์ปากร้าย รักอิสระ ทำอะไรตามใจตัวเอง และที่สำคัญ... โคตรเกลือกกลัวเข็มฉีดยาของคุณเลยพรีม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยกลัวเลยตั้งแต่มีคุณเข้ามาในชีวิต..."
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงกล่องกำมะหยี่สีดำขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ตัวเก่า กล่องนั้นถูกเปิดออกเผยให้เห็นแหวนเงินเรียบง่ายวงหนึ่ง ที่ด้านในสลักตัวอักษรย่อ 'K & P' ไว้ด้วยลายมือที่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือการแกะสลักของเจ้าตัว
"ผมไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า การใช้ชีวิตคู่ระหว่างสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็งมันจะวุ่นวายขนาดไหน เราอาจจะเถียงกันเรื่องจัดบ้าน หรือทะเลาะกันว่าใครควรล้างจาน แต่ผมมั่นใจอย่างหนึ่ง..." คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ปกปิดไม่มิด
"...เป็นแฟนกับผมนะครับพรีม ให้ผมได้ดูแลคุณ คอยกอดคุณเวลาที่คุณเหนื่อยจากโรงพยาบาล และให้ผมได้เป็นความอบอุ่นในชีวิตคุณ... เหมือนที่ลมทะเลกับแสงดาวพวกนี้เป็นให้เราในคืนนี้"
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน เสียงเกลียวคลื่นรอบตัวราวกับเงียบหายไปชั่วขณะ พรีมมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและจริงจังของคิมหันต์ ความรู้สึกอัดแน่นอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ขอบตาร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อล้น ภาพความทรงจำตลอดสามปีที่ผ่านมาวิ่งวนเข้ามาในหัวราวกับภาพสปีดโลว์
มือข้างที่ว่างของพรีมยกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะื้น รอยยิ้มทั้งน้ำตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย
"คุณนี่มัน... ขี้โกงชะมัดเลยค่ะ คิมหันต์" พรีมพึมพำเสียงสั่น เธอย่อตัวลงคุกเข่าตามเขาบนผืนทราย ไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าชุดเดรสราคาแพงจะเปื้อนทรายหรือเลอะเทอะแค่ไหน
คิมหันต์ยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก แววตาเป็นประกายระยับราวกับเด็กน้อยที่ได้รับของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิต
"แปลว่าตกลงใช่ไหมครับ?" เขาย้ำเสียงกระเช้าแกมลุ้นระทึก
พรีมพยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของเขา "ค่ะ... ฉันตกลง"
สิ้นคำตอบรับ คิมหันต์ก็โผเข้าคว้าตัวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดแน่นทันที แรงกอดนั้นอบอุ่นและแน่นแฟ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับสายลม พรีมซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา สองแขนเรียวโอบกอดรอบคอแกร่งแน่น ซึมซับความอบอุ่นและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางหมู่ดาวที่เริ่มทอแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าเหนือผืนน้ำทะเลกว้างใหญ่
ทว่า... ในจังหวะที่ความหวานละมุนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าฝ่าพื้นทรายหนาทางด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ และเสียงแซวที่คุ้นเคยจนน่าหมั่นไส้
"โอโห้! หวานกันซะมดขึ้นหาดหมดแล้วมั้งครับคุณเพื่อน! ไหนบอกว่าพามาเคลียร์งานไงวะไอ้คิม!" เสียงของธามตะโกนแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติก พร้อมกับเงาร่างของใครอีกคนก้าวเข้ามาใกล้กองไฟ
คิมหันต์ชะงักกึก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดทันทีที่ถูกขัดจังหวะ เขาดึงพรีมให้ลุกขึ้นยืนด้วยกันพลันหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตาดุร้าย
แต่ทว่า... เมื่อแสงไฟจากกองไม้สะท้อนให้เห็นใบหน้าของผู้หญิงอีกคนที่เดินตามธามมา—ผู้หญิงสวมเสื้อกาวน์แพทย์สั้นและมีใบหน้าซีดเผือดตื่นตระหนก คิมหันต์และพรีมก็ต้องแข็งค้างไปพร้อมกัน
"หมอพรีมคะ! แย่แล้วค่ะ!" น้ำใส พยาบาลสาวเพื่อนซี้ของพรีม หอบหายใจโยนกระเป๋าเป้ลงกับพื้น ท่าทางตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี "ที่โรงพยาบาลเกิดอุบัติเหตุหมู่! เคสด่วนสามเคสซ้อน ผู้อำนวยการโทรตามตัวคุณหมอด่วนที่สุดค่ะ ไม่มีใครติดต่อคุณได้เลย... พวกเราต้องรีบกลับเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!"
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูไปกับความคลั่งรักของคิมหันต์และหมอพรีมในตอนนี้นะคะ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 20
ลมทะเลกับคำสัญญาใต้แสงดาว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!