"ถ้าขีดเส้นนี้เบี้ยวอีกนิดเดียว ฉันจะฟ้องสภาสถาปนิกจริงๆ ด้วยนะนายคิม"
น้ำเสียงติดจะดุของพรีมประภาดังขึ้น ท่าaning ทางที่เธอยืนกอดอกมองร่างสูงของคิมหันต์ ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับกระดาษไขแผ่นใหญ่บนโต๊ะเขียนแบบตัวเก่ง ทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอเล็กๆ คลุ้งไปด้วยกลิ่นอายความคุ้นเคยที่ทั้งอบอุ่นและชวนอมยิ้ม
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นจากปลายปากกาโรทริ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เจ้าตัวใส่เวลาทำงานจริงจังเท่านั้น) กขึ้นมองแพทย์ฝึกหัดคนเก่งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ มือหนาเลอะคราบดินสอและสีฝุ่นยกขึ้นเสยผมปรกหน้าลวกๆ
"โธ่ คุณหมอครับ... เอ๊ย คุณหมอคะ!" คิมหันต์รีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองอย่างคาดโทษ "สถาปนิกมือหนึ่งของคณะไม่เคยทำอะไรพลาดหรอกครับ... เอ๊ย! ไม่เคยพลาดหรอกค่ะ มือฉมังขนาดนี้ งานออกแบบเรือหอ... อะแฮ่ม! งานออกแบบบ้านพักหลังแรกของเรา ต้องออกมาไร้ที่ติสิคะ"
พรีมประภาแสร้งทำเป็นเมินมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนพวงแก้มใส ใบหน้าเนียนซับสี3 เล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'เรือหอ' ที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักของเด็กสถาปัตย์จอมเจ้าเล่ห์ ถึงแม้ปากเธอจะบอกว่ายังอีกไกลมากกว่าจะเรียนจบและคิดเรื่องแต่งงาน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งที่เห็นความจริงจังในแววตาของเขา
นี่คือบททดสอบในตอนที่ 37 ของเราแล้วนะคะ... ระยะทางที่ผ่านมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงวันนี้ ที่ทั้งคู่ต้องผ่านทั้งอุปสรรค เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา ทำให้เส้นด้ายที่เคยพันยุ่งเหยิง ค่อยๆ ถูกถักทอจนกลายเป็น 'พิมพ์เขียว' ของอนาคตที่ชัดเจนขึ้นทีละน้อย
คิมหันต์วางปากกาลง เขาเดินอ้อมโต๊ะเขียนแบบเข้ามาประชิดร่างบางที่ยืนนิ่งเป็นเป้านิ่ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและสีอะคริลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยเข้าจมูกพรีมจนเธอต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่พื้นที่จำกัดของห้องทำให้แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังเบาๆ
มือหนาทั้งสองข้างวางทาบลงบนชั้นหนังสือ กักตัวแพทย์สาวสวยไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมเข้มทอดมองลงมาด้วยความลึกซึ้ง ไร้ซึ่งร่องรอยของความกวนประสาทที่มีเป็นประจำ
"ไหน... ขอดูหน้าคนปากแข็งหน่อยซิครับ" คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น "ช่วงนี้อยู่เวรดึกบ่อยจนแก้มตอบหมดแล้วนะพรีม รู้ตัวไหมเนี่ย"
"พรีมไม่ได้ปากแข็งสักหน่อย..." เธอเถียงอุบอิบ ดวงตาหลบวูบไม่กล้าสบตาคมกริบนั้น เพราะรู้ดีว่าถ้ามองนานกว่านี้ หัวใจเจ้ากรรมอาจจะหลุดออกมาเต้นนอกอกเสียก่อน "แล้วนี่ก็ไม่ใช่เวลามาแซวนะคิม พรุ่งนี้ฉันมีเคสผ่าตัดใหญ่ตอนเช้าตรู่ ต้องรีบกลับไปนอนทบทวนเคสชีทแล้วด้วยซ้ำ"
"รู้ครับ... รู้ทุกอย่างแหละ" คิมหันต์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนพรีมเผลอหลับตาพริ้มรับความห่วงใยที่เขามีให้ "แต่ที่ผมต้องรีบเคลียร์แบบแปลนบ้านหลังนี้ให้เสร็จคืนนี้ ก็เพราะผมอยากให้พรีมเห็นมันเป็นคนแรก... ในฐานะเจ้าของบ้านตัวจริง"
พรีมลืมตาขึ้นช้าๆ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า บนร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปคณะสถาปัตย์ที่เปื้อนคราบกาวและสีน้ำมัน แต่อีกฝ่ายกลับมีแววตาที่มั่นคงและจริงจังที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาตลอดสามปีเต็ม
"บ้านหลังนี้... คิมตั้งใจทำเพื่อเราจริง ๆ เหรอ" น้ำเสียงของพรีมแผ่วเบາลง เจือความสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน
"ทุกเส้นที่ผมลาก ทุกมุมที่ผมคำนวณโครงสร้าง ผมไม่ได้คิดถึงแค่ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอย่างเดียวนะพรีม" คิมหันต์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นของผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะเติบโต "ผมคิดถึงห้องนอนกว้างๆ ที่มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาตอนเช้า เพื่อให้คุณหมอคนเก่งตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังกลับจากตรวจเคสดึก... ผมคิดถึงห้องครัวที่คุณแม่ยายสอนสูตรอาหารให้ผมแอบมาฝึกทำ... และผมก็คิดถึงมุมห้องนั่งเล่น ที่จะมีเราสองคนนั่งอ่านหนังสือด้วยกันไปจนแก่"
คำพูดธรรมดาที่ร้อยเรียงออกมาจากใจของเด็กสถาปัตย์จอมมึน ทำเอาขอบตาของพพรีมร้อนผ่าว หยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอยกมือขึ้นทุบเบาๆ ที่อกแกร่งเพื่อกลบเกลื่อนความซาบซึ้งที่ล้นทะลัก
"คนบ้า... พูดอะไรก็ไม่รู้ ซึ้งอยู่ได้" พรีมพึมพำเสียงสั่น พยายามกะพริบตาไล่น้ำตาไม่ให้ไหลลงมา
"ก็มันเรื่องจริงนี่ครับ" คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแน่น อ้อมแขนของเขาอบอุ่นและปลอดภัยเสมอ ไม่ว่าจะเจอเรื่องเหนื่อยล้าจากโรงพยาบาลมามากแค่ไหน พรีมก็รู้ดีว่าที่ตรงนี้คือ "บ้าน" ที่แท้จริงของเธอ
ทั้งสองยืนกอดกันท่ามกลางกองแบบแปลนและโมเดลจำลองบ้านหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แสงไฟสีส้มจากโคมไฟสถาปนิกส่องกระทบเงาของคนทั้งคู่ทอดยาวไปบนผนังห้อง มันคือภาพอนาคตที่กำลังถูกร่างขึ้นทีละนิดด้วยความรักและความเข้าใจ
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานละมุนอบอุ่นหัวใจจนแทบจะหลอมละลาย เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นห้วนๆ สองสามครั้ง ขัดจังหวะความโรแมนติกในค่ำคืนนี้ทันที
"ไอ้คิม! เปิดประตูโว้ย! แย่แล้วมึง!"
เสียงตะโกนโעกโฆกของธามดังทะลุบานประตูไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่าง คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายอมผายมือออกจากเอวบางของพรีมอย่างไม่เต็มใจนัก
พรีมรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าสวยฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงร้อนรนของเพื่อนสนิทพระเอก
คิมหันต์เดินไปกระชากประตูห้องสตูดิโอเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมที่จะเอ่ยปากไล่เพื่อนตัวแสบเต็มที่ แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ
ธามยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ข้างกายยังมีน้ำใสพยาบาลสาวเพื่อนซี้ของพรีมยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ด้วย ท่าทางตื่นตระหนกของทั้งคู่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในพริบตา
"เกิดอะไรขึ้นวะไอ้ธาม?" คิมหันต์ถามเสียงเข้ม สัญชาตญาณดิบเตือนภัยล่วงหน้า
ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าคิมหันต์และพรีมสลับกันด้วยแววตาสั่นระริก
"ไอ้คิม... อาจารย์ใหญ่เรียกมึงกับพรีมด่วนที่สุดตอนนี้เลยวะ..." ธามเว้นวรรคสูดหายใจลึก "แล้วก็... พ่อกับแม่ของพรีม... ท่านยืนรออยู่ที่ห้องพักแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลแล้ว!"
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตาม "พิมพ์เขียวชีวิตคู่" ตอนที่ 37 มาด้วยกันนะคะ เตรียมใจรับมือกับบททดสอบครั้งใหญ่ในตอนหน้าด้วยนะคะ!)
- เกียร์เปื้อนกาวใจ -
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 37
พิมพ์เขียวชีวิตคู่
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!