“คุณแม่คะ... พรีมบอกแล้วไงคะว่ารถติดมาก... ใช่ค่ะ ตอนนี้ติดอยู่แถวๆ โรงพยาบาล... ค่ะ... เดี๋ยวพรีมรีบกลับนะคะ”
พรีมประภาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากกดวางสายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งผ่านศึกหนักกับการรายงานตัวกับมารดาผู้บังเกิดเกล้า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบเนียนฉายแววความกังวลระคนหงุดหงิดนิดๆ ประโยคทิ้งท้ายของคิมหันต์จากเหตุการณ์ติดฝนเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท *“ดูเหมือนว่าคุณแม่ยาย... จะรู้แล้วล่ะครับว่าลูกสาวคนสวยหนีมาติดฝนอยู่กับว่าที่ลูกเขยสถาปัตย์คนนี้”* — ประโยคกวนประสาทนั้นไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆ แต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่ทำให้เธอต้องรีบเคลียร์ตัวเองให้สะอาดเอี่ยมที่สุดในเช้าวันนี้
ทว่า... เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องตรวจของแผนกผู้ป่วยนอกที่เริ่มมีผู้ป่วยทยอยเข้ามานั่งรอคอยความช่วยเหลือ ความคิดเรื่องมารดาจึงต้องถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักไว้ชั่วคราว หน้าที่ของแพทย์ฝึกหัดสาวสวยสุดเนี๊ยบย่อมต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ
กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและกระดาษเอกสารแฟ้มประวัติผู้ป่วยคือสิ่งที่พรีมคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังง่วนอยู่กับการตรวจเช็คความดันโลหิตและชีพจรของคุณยายวัย 65 ปีที่นั่งยิ้มแป้นแล้นอยู่ตรงหน้า
“ช่วงนี้คุณยายทานยาตรงเวลาไหมคะ อาการวิงเวียนศีรษะยังมีอยู่หรือเปล่าเอ่ย” เสียงหวานนุ่มที่พยายามปรับให้ราบเรียบและอบอุ่นเอמהถามคนไข้ด้วยความใส่ใจ
“ทานตรงเวลาจ่ะคุณหมอ... แต่ว่านะ... หมอคะ ดูโน่นสิคะ คนไข้คนต่อไปเนี่ย หล่อจนยายใจสั่นยิ่งกว่าโรคหัวใจกำเริบอีกนะลูก” คุณยายเอ่ยแซวพร้อมกับพยักเพยิดใบหน้าไปทางประตูกระจกฝ้าของห้องตรวจ
พรีมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ปกติแล้วคิวตรวจในวันนี้ไม่ได้มีเคสด่วนอะไรเป็นพิเศษ และผู้ป่วยก็นั่งรอตามลำดับบัตรคิวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนี่นา เธอกวาดสายตามองผ่านกระจกออกไปยังเก้าอี้พักคอยด้านนอก... แล้วหัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบไปสามจังหวะ
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนความเป็นนายแบบกลายๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีฟ้าตัวนั้น มือหนาถือกระดานสเก็ตช์ภาพสีน้ำตาลเก่าๆ เล่มโปรด พร้อมกับดินสอเอชบีที่กำลังจรดลากเส้นอย่างตั้งอกตั้งใจ เส้นผมสีดำสนิทที่ถูกปล่อยให้รกนิดๆ ตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ปี 3 ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นสะดุดตาจนพยาบาลสาวและผู้ป่วยแถวนั้นแอบเหลือบมองกันเป็นแถว
*นั่นมัน... คิมหันต์!*
หมอพรีมแทบจะกุมขมับ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสกับการจ่ายยาและให้คำแนะนำคุณยายด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคาดเดาไม่ได้ของพ่อหนุ่มหน้ามึนคนนี้ต่างหาก เขามาทำอะไรที่โรงพยาบาลในเวลาทำงานของเธอแบบนี้ แถมยังมานั่งป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องตรวจอีก!
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณยายทานยาตามที่หมอจัดให้นะคะ แล้วอีกสองสัปดาห์ค่อยมาพบกันใหม่ค่ะ”
ทันทีที่คุณยายเดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไป พรีมก็ไม่รอช้า เธอรีบถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะ ล้างมืออย่างรวดเร็ว แล้วสาวเท้าก้าวฉับๆ ตรงไปที่ประตูกระจกทันที ผลักมันเปิดออกด้วยใบหน้าเรียบตึงที่พยายามรักษาฟอร์มของความเป็นคุณหมอเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
“คุณคิมหันต์...” พรีมเอ่ยเรียกชื่อเต็มยศด้วยน้ำเสียงดุๆ เมื่อเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มที่ยังคงก้มหน้าก้มตาขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ? นี่มันเวลาทำงานของพรีมนะ แล้วคุณไม่มีเรียนหรือไง ถึงได้มาเดินเล่นแพ่นพ่านแถวโรงพยาบาลเนี่ย”
คิมหันต์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นทันที ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนหนานั่นพราวระยับราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งสอบวิชาออกแบบผ่านได้คะแนนเต็ม ท่าทางสบายๆ ไม่มีความเกรงกลัวต่อสายตาพิฆาตของคุณหมอสาวเลยสักนิด
“สวัสดีครับคุณหมอคนสวย... หน้าบึ้งแต่เช้าเลยนะครับ ระวังริ้วรอยถามหาเร็วนะครับเนี่ย” คิมหันต์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง สวนทางกับคิ้วเรียวของพรีมที่ตอนนี้ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบได้อยู่แล้ว
“พรีมไม่ได้ล้อเล่นนะคะคิม... ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่คณะสถาปัตย์ที่คุณจะมานั่งสเก็ตช์รูปเล่นฆ่าเวลาได้ตามใจชอบ ถ้าไม่มีอะไรทำกลับไปเลยนะคะ พรีมต้องตรวจคนไข้ต่อ” พรีมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามใช้น้ำเสียงเยعหยิ่งและเด็ดขาดกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
คิมหันต์ไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ปิดสมุดสเก็ตช์ภาพลงอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้พรีมต้องเงยหน้าขึ้นมองตามโดยอัตโนมัติ ความกดอากาศรอบตัวเหมือนจะลดลงทันทีเมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น
“ใครบอกว่าผมมานั่งสเก็ตช์รูปเล่นฆ่าเวลาล่ะครับ...” คิมหันต์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความเอ็นดู “ผมมาทำหน้าที่ต่างหาก... หน้าที่ของว่าที่ลูกเขยที่ดี... ที่ต้องมารายงานตัวกับคุณแม่ยาย... เอ้ย! ไม่ใช่ มาส่งมอบผลงานชิ้นเอกให้คุณหมอคนเก่งต่างหากล่ะครับ”
“นี่คุณ! พูดอะไรเพ้อเจ้อเนี่ย” พรีมหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีเมื่อเขาแกล้งพูดจาชวนเข้าใจผิด เธอรีบหันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าพยาบาลหรือคนไข้คนอื่นจะได้ยินคำพูดน่าอายพวกนั้น “แล้วผลงานอะไรของคุญ พรีมไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ หลบไปเลยค่ะ พรีมจะเข้าห้องตรวจแล้ว”
มือเรียวเล็กยื่นไปหมายจะผลักอกแกร่งให้ถอยห่าง แต่ทว่า... คิมหันต์กลับไวish กว่า เขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างนิ่มนวล ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ แต่เป็นความมั่นคงที่ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มหนาขึ้นมาเปิดออก
“รับสิครับ...” คำพูดเดิมถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้แววตาของคิมหันต์ไม่มีความกวนประสาทเจืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและความอบอุ่นที่ฉายชัดอยู่ข้างใน “ของขวัญ... ชิ้นแรกจากสถาปัตย์ครับ”
พรีมชะงักไป ดวงตากลมโตค่อยๆ ก้มลงมองตามมือหนาที่พลิกหน้ากระดาษสมุดสเก็ตช์ภาพให้เธอดู ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึกไปชั่วขณะ
มันไม่ใช่ภาพตึก อาคาร หรือลายเส้นเรขาคณิตที่เข้มงวดแบบที่เด็กสถาปัตย์ทั่วไปวาด แต่มันคือภาพเหมือนของเธอเอง... ในจังหวะเวลาเมื่อเช้านี้ ขณะที่เธอกำลังก้มลงฟังชีพจรของคุณยายด้วยสีหน้าตั้งอกตั้งใจ เส้นดินสอเอชบีและบีที่ถูกน้ำหนักมือเข้มอ่อนอย่างประณีต ขับเน้นให้เห็นถึงความอ่อนโยน ความเอาใจใส่ และประกายความมุ่งมั่นในดวงตาคู่สวยได้อย่างสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่าภาพนั้นมีชีวิตและกำลังหายใจอยู่จริงๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ เสียงจอแจของผู้คนในโรงพยาบาลรอบกายราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงลง หัวใจของพรีมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู ความแข็งกระด้างและกำแพงหนาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปะทะกับความปากร้ายของเขาพังทลายลงในพริบตาเดียว ปากที่เคยแข็งและชอบพูดจาประชดประชันกลับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“วะ... วาดตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย” พรีมถามเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อ ปล่อยให้ข้อมือตัวเองถูกเขาจับไว้อย่างนั้นโดยลืมที่จะสะบัดออก
“ก็ตั้งแต่ที่คุณหมอตั้งหน้าตั้งตาตรวจคนไข้โดยไม่สนใจผมยังไงล่ะครับ” คิมหันต์ยิ้มละมุน รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนบาทาเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นจนหัวใจดวงน้อยของคนมองแทบละลาย “ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย... รู้ว่าช่วงนี้คุณเครียดเรื่องฝึกงานแถมยังโดนคุณแม่บ่นเรื่องผมอีก... ผมก็เลยอยากทำอะไรให้คุณยิ้มได้บ้าง... ชอบไหมครับ?”
สายตาคู่คมที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มันตะโกนคำว่าคลั่งรักออกมาดังลั่นโดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ พรีมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้าง เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกวูบวาบในอกที่กำลังตีรวนขึ้นมา
“คนบ้า...” พรีมพึมพำเบาๆ หลบสายตาคู่นั้นด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี “ใครใช้ให้มาวาดรูปพรีมกันล่ะคะ... ฝีมือก็งั้นๆ แหละ”
“ปากแข็งจริงนะเราเนี่ย...” คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายื่นสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มนั้นใส่มือเธอ บังคับให้เธอนิ้วเรียวต้องรับมันไว้โดยปริยาย “อะ... ให้ ยึดไว้เลย ถือซะว่าเป็นเครื่องยืนยันว่า... ต่อให้คุณจะปากแข็งแค่ไหน แต่สายตาผมก็มองเห็นแต่คุณคนเดียวนะครับคุณหมอ”
ประโยคหวานเลี่ยนที่ออกจากปากหนุ่มมาดเซอร์คนนี้ทำให้พรีมแทบสำลักอากาศ เธอรีบดึงสมุดภาพมากอดไว้แนบอกเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันต่อปากต่อคำอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังทางเดินยาวของโรงพยาบาล
“อ้าว... คุณคิมหันต์! แหม นึกว่าใคร ที่แท้ก็มาแอบเกาะแกะว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณแม่ผมนี่เองเหรอครับเนี่ย”
น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้ทั้งคิมหันต์และพรีมต้องสะดุ้งสุดตัวแล้วหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อกราวน์สีขาวสะอาดตาของแพทย์ประจำบ้านรุ่นพี่กำลังกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตาคมปลาบที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความสนุกสนานและคำถามมากมาย
พรีมเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาใหม่... *พี่ธر... เอ้ย! พี่หมอธาม!* เพื่อนสนิทตัวแสบของคิมหันต์ที่ดันกลายมาเป็นแพทย์พี่เลี้ยงสุดโหดของเธอในแผนกนี้! และที่แย่ไปกว่านั้น... ปลายทางเดินอีกด้านหนึ่ง ร่างระหงสง่างามของผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทหรูดูภูมิฐานกำลังก้าวเดินตรงมาทางพวกเขาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยรังสีความน่าเกรงขาม
...คุณแม่ของพรีมประภาเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยติดตามความฟินและเป็นกำลังใจให้ยัยหมอปากแข็งกับนายสถาปัตย์หน้ามึนเสมอนะคะ
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 9
ของขวัญชิ้นแรกจากสถาปัตย์
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!