สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 10

ประกาศสถานะจากปากคนปากแข็ง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาดอกไม้นานาพรรณลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าบรรยากาศบนระเบียงห้องรับรองวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ กลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่กลิ่นของมันควรจะเป็นเลยสักนิด พรีมประภากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคู่คมที่มักจะนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความมั่นใจยามวินิจฉัยโรค บัดนี้กลับหลุบมองลงต่ำ สั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด ปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันอยู่บนตักเย็นเฉียบราวกับเพิ่งสัมผัสความหนาวเหน็บจากน้ำแข็งขั้วโลก เบื้องหน้าของเธอคือ ‘ท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์’ มารดาบังเกิดเกล้าผู้ทรงอิทธิพลและเปี่ยมด้วยอำนาจ ซึ่งกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "แม่ถามว่า... หนูพรีมคิดทบทวนดีแล้วใช่ไหมกับเรื่องนี้?" สุ้มเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบขาดทิ่มแทงหัวใจคนฟังดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลง "พรีม... พรีมเคารพการตัดสินใจของคุณแม่เสมอค่ะ แต่เรื่องนี้..." พรีมประภาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง... มารดาของเธอเพิ่งจะประกาศกร้าวเรื่องการหมั้นหมายกับทายาทตระกูลธุรกิจชื่อดังที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ โดยไม่เคยถามความสมัครใจของเธอเลยแม้แต่น้อย มันคือกรอบชีวิตที่ถูกตีเส้นไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความสุข มีเพียงผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคม แอ๊ด... เสียงเปิดประตูระเบียงกระจกบานใหญ่ดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดึงดูดสายตาของทั้งสองคนให้หันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักลายเรขาคณิตจางๆ ที่ท่อนแขนแกร่ง เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยคล้ายคนเพิ่งผ่านการทำงานหนักมาหมาดๆ แววตาคมกริบที่มักจะกวนประสาทและฉายแววท้าทายอยู่เสมอกลับราบเรียบและจริงจังจนน่าตกใจ คิมหันต์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวนี้อย่างถือวิสาสะ โดยไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์เลยแม้แต่น้อย "ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ พอดีผมเดินหาคุณหมอคนเก่งทั่วโรงพยาบาลแล้วไม่เจอ เลยต้องเดินขึ้นมาตามหาถึงข้างบนนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้าวเล็กน้อยเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวของพ่อหนุ่มสถาปัตย์หน้ามึนคนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความขี้เล่นถูกแทนที่ด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบ "คิม..." พรีมประภาหลุดอุทานออกมาเบาๆ หัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความเครียดจากมารดา กลับถูกกระชากให้เต้นผิดจังหวะด้วยความตกใจที่เห็นเขาโผล่มาในสถานการณ์แบบนี้ "คุณขึ้นมาได้ยังไง ที่นี่เขตหวงห้ามนะ" "ถ้าผมไม่ขึ้นมา ผมคงไม่ได้ยินว่าคนที่ผมจีบอยู่กำลังจะถูกบังคับให้ไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่ไหน" คิมหันต์หันมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไหววับด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและเด็ดเดี่ยวจนพรีมประภาต้องเป็นฝ่ายหลบตา ท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดวงตาคมกวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "นี่มันเรื่องอะไรกันพรีม ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงเสียมารยาทเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลเราได้" พรีมประภากำลังจะอ้าปากปฏิเสธและหาข้อแก้ตัวเพื่อปกป้องคิมหันต์จากอารมณ์เกรี้ยวกราดของมารดา ทว่า... "ผมชื่อคิมหันต์ครับ เป็นผู้ชายที่รักและกำลังตามจีบลูกสาวของคุณแม่อยู่ครับ" คิมหันต์ชิงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีย้วยยาน ไม่มีท่าทีเกรงกลัวอำนาจมืดของท่านผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเก้าอี้ที่พรีมประภานั่งอยู่ มือหนาเอื้อมไปวางทับบนพนักพิงด้านหลังอย่างถือสิทธิ์ กลายๆ เป็นการประกาศอาณาเขตและปกป้องเธอไปในตัว ท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง "เด็กสถาปัตย์งั้นเหรอ? แต่งตัวเซอร์ๆ แบบนี้ ดูท่าทางแล้วอนาคตคงไม่มีความมั่นคงอะไรสักอย่าง ลูกสาวฉันเป็นถึงแพทย์หญิงอนาคตไกล เธอคิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะยืนข้างลูกสาวฉันรึไง" คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกเข้าที่ความรู้สึก พรีมประภารู้ดีว่ามารดามีมาตรฐานสูงส่งแค่ไหน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอไม่อยากให้คิมหันต์ต้องมาโดนดูถูกเหยียดหยามแบบนี้เลย มือเรียวยื่นไปดึงชายเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ เป็นเชิงปรามและบอกให้เขากลับไปเสีย "อย่าพูดแบบนั้นกับคุณแม่นะคะคิม..." พรีมประภากระซิบเสียงสั่น แต่คิมหันต์กลับไม่ถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกาวตราช้างที่เป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าจมูก พรีมประภาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ซึ่งมันตัดกับความหนาวเหน็บในใจเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง คิมหันต์หันกลับไปสบตากับท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์ตรงๆ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทอย่างเคย แต่เป็นรอยยิ้มของลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ผมอาจจะไม่ได้มีนามสกุลที่ยิ่งใหญ่ค้ำคอ ไม่ได้มีธุรกิจหมื่นล้านให้บริหารตั้งแต่เกิด... แต่ผมมีฝีมือ มีหัวสมอง และมีสองมือคู่นี้ที่จะสร้างอนาคตด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองครับคุณแม่" คิมหันต์จงใจเน้นคำว่า 'คุณแม่' หน้าตาเฉย จนท่านผู้หญิงสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและโกรธจัด "บังaز! ใครอนุญาตให้เธอมาเรียกฉันแบบนั้น!" "ผมขอโทษที่เสียมารยาทครับ แต่ที่ผมต้องพูด เพราะผมไม่อยากให้ผู้หญิงที่ผมรักต้องมานั่งร้องไห้และทนอยู่ในกรงทองที่คุณแม่สร้างให้อีกต่อไปแล้ว" คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่าใจหาย ประโยคนั้นกระแทกกระทั้นเข้ากลางใจพรีมประภาเต็มๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มร้อนผ่าวขึ้นทีละน้อย พรีมประภาเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา แสงไฟยามบ่ายส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและกรามคมคายที่ขบเข้าหากันแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามเก็บกดและซ่อนไว้ภายใต้กำแพงความเยือกเย็นมาตลอด พังทลายลงในพริบตาเดียว "คิม..." เธอครางชื่อเขาแผ่วเบา ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ความเขินอายตีตื้นขึ้นมาจนพวงแก้มเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบอกความรู้สึกตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม และพูดต่อหน้าแม่ของเธอด้วยซ้ำ! "คุณพรีมครับ..." คิมหันต์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคลั่งรักออกมาอย่างเปิดเผย ไม่มีกั๊ก ไม่มีฟอร์มอีกต่อไปแล้ว ความดื้อรั้นและปากแข็งของเขาถูกโยนทิ้งไปหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงใจที่สะท้อนผ่านแววตา "ที่ผมตามกวนใจคุณทุกวัน ที่ผมคอยไปรับไปส่ง ที่ผมยอมเจ็บตัวเพราะเข็มฉีดยาเพราะอยากให้คุณมาดูแล... ไม่ใช่เพราะผมว่างงานนะ" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้พรีมประภานิ่งค้าง ราวกับถูกมนต์สะกด "แต่เพราะผมรักคุณ... รักคุณมานานตั้งแต่แรกเห็นแล้วครับ หมอพรีม" ความเงียบเข้าปกคลุมระเบียงห้องอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกของอารมณ์ ท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าหักหน้าและสารภาพรักกับลูกสาวเธอต่อหน้าต่อตาแบบนี้มาก่อนในชีวิต พรีมประภาอ้าปากพะงาบๆ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนหูอื้ออึง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ "ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมรับในตัวผมตอนนี้ก็ไม่เป็นไรครับ..." คิมหันต์หันกลับไปหาท่านผู้หญิงอีกครั้ง แต่สายตายังคงกุมมือบางของพรีมประภาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ "เพราะผมจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า สถาปัตย์หน้ามึนคนนี้... จะดูแลผู้หญิงคนนี้ด้วยชีวิตของผมเองครับ" พูดจบ คิมหันต์ก็ไม่รอให้ท่านผู้หญิงได้เอ่ยปากด่าทอหรือไล่ตะเพิด เขาใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือเรียวของพรีมประภาให้ลุกขึ้นยืนตามแรงฉุดเบาๆ ก่อนจะพาเธอเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากระเบียงห้องรับรอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธจัดของท่านผู้หญิงรัตนาภรณ์ที่ดังไล่หลังมา "ไอ้เด็กบ้า! กลับมานี่นะพรีม! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" พรีมประภาที่ถูกลากจูงให้วิ่งตามแรงของชายหนุ่ม หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดเสียว แต่ริมฝีปากอิ่มกลับคลี่ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเป็นอิสระและความอุ่นวาบที่ฝ่ามือประสานกัน ทำให้เธอลืมความกลัวที่มีต่อมารดาไปชั่วขณะ พวกเขาวิหนีลงมาจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน ลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความสลัวของแสงไฟ คิมหันต์ผลักเธอกลับเบาๆ ไปพิงกับข้างประตูดื้อของรถกระบะคันเก่งของเขา ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัว กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและตัวรถ ปิดตายทุกทางหนี ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันในระยะประชิด ความเงียบและความเป็นส่วนตัวทำให้บรรยากาศรอบตัวหวานละมุนจนแทบละลาย คิมหันต์หอบหายใจเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่กลับมาเยือนอีกครั้ง "ทีนี้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหิตเธอ แผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "หมอพรีมจะยอมตอบคำถามของผมหรือยังครับ... ว่าตกลงจะยอมมาเป็นแฟนกับสถาปัตย์ปากร้ายคนนี้ได้รึยัง หืม?" พรีมประภาเสมองไปทางอื่นด้วยความเขินจัด ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าโดนแดดเผา เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างคนฟอร์มจัด แม้ใจจะยอมจำนนให้เขาไปตั้งแต่ประโยคสารภาพรักบนระเบียงแล้วก็ตามทีเถอะ "ใครบอกว่าจะคบด้วยเล่า... ยังไม่ได้ให้คำตอบสักหน่อย..." เธอพึมพำเสียงเบาหวิว ช้อนตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะรีบหลบสายตา คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่ทำเอาพรีมประภาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ปากแข็งชะมัด... งั้นถ้าไม่ยอมพูดดีๆ ผมคงต้องใช้วิธีบังคับให้คุณตอบด้วยวิธีของผมเองแล้วนะหมอ..." พรีมประภาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้เมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหยุดเต้นด้วยความตื่นตระหนกนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธอก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา! พรีมประภาสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีแล้วควานหาโทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที... ไม่ใช่เสียงจากท่านผู้หญิงมารดาบังเกิดเกล้า แต่เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากห้องฉุกเฉินที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ *‘ด่วน! คนไข้เคสอุบัติเหตุ 10 ล้อชนประสานงา อาการวิกฤต ความดันตกด่วน!’* พรีมประภาหน้าซีดเผือก รอยยิ้มเขินอายเมื่อครู่หายวับไปกับตา สัญชาตญาณความเป็นแพทย์สั่งการทันที เธอเงยหน้ามองคิมหันต์ด้วยแววตาร้อนรน "คิม... ปล่อยก่อน ฉันต้องรีบไปห้องฉุกเฉิน เคสด่วน!" แต่ก่อนที่คิมหันต์จะได้เอ่ยทักท้วงอะไร ประตูลิฟท์ลานจอดรถฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกพร้อมกับร่างของบุรุษพยาบาลที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอด้วยความตื่นตระหนก "คุณหมอพรีมครับ! แย่แล้วครับ! คนไข้เคสอุบัติเหตุเมื่อกี้... คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นญาติสนิทของคุณแม่คุณหมอครับ! ตอนนี้ชีพจรหยุดเต้น ทีมแพทย์กำลังปั๊มหัวใจอยู่ครับ!" โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนควิ่ง พรีมประภารู้สึกชาไปทั้งร่างเมื่อได้ยินชื่อบุคคลสำคัญ และสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากลิฟท์ตัวเดียวกัน... คนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%