กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เริ่มตั้งเค้าโปรยปรายลงมากระทบกับหลังคารถยนต์มินิคูเปอร์สีชาเขียวเข้ม คือสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องโดยสารแคบๆ นี้ลงได้
“นั่งเงียบแบบนี้ แปลว่ากำลังใช้ความคิด... หรือว่ากำลังหาทางปฏิเสธคำพูดเมื่อกี้ของฉันอยู่ล่ะครับ หมอพรีม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับจังหวะที่มือหนาของสถาปนิกปีสามเอื้อมไปหมุนปรับความแรงของแอร์ให้เบaลง คิมหันต์ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งที่เปื้อนคราบกาวตราช้างจางๆ ที่แขนเสื้อ กำลังใช้สายตาคมกริบมองตรงไปเบื้องหน้า ทว่าหางตากลับคอยเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งกอดอกแน่นอยู่ตลอดเวลา
พรีมประภาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกระดาษชานอ้อยและกลิ่นอายความฝนตกด้านนอก ทำให้หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามหน้าที่แพทย์ฝึกหัด ตอนนี้กลับรวนเรจนควบคุมไม่ได้ ประโยคที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้ที่สตูดิโอคณะสถาปัตย์ฯ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท—*‘ว่าที่คุณคู่หมั้นของผม’*—คำพูดที่ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เคยเปรยๆ กันไว้เล่นๆ แต่เด็กเปื้อนกาวคนนี้กลับหยิบมาใช้ตีตราจองเธอต่อหน้าเพื่อนร่วมคณะแบบหน้าตาเฉย
“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะคุณคิม และกรุณาเลิกพูดจาเหลาะแหละแบบนั้นสักที เราโตๆ กันแล้วนะคะ การเอาเรื่องผู้ใหญ่มาล้อเล่นมัน—”
“ใครล้อเล่น?”
คิมหันต์หันขวับมามองทันที ดวงตาคมคายคู่นั้นไม่มีแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความจริงจังที่วับไหวอยู่ชั่วขณะจนพรีมเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รถยนต์คันสวยติดไฟแดงยาวเหยียดท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วงจนวิหน้ารถถูกละอองน้ำจนพร่ามัว
“ฉันจริงจังทุกคำที่พูด... พรีม” สรรพนามที่เปลี่ยนไปกะทันหันทำให้พรีมสะดุ้งเล็กน้อย “ตั้งแต่เด็กจนโต พรีมเคยเห็นฉันจริงจังกับอะไรนอกจากเรื่องตึก เรื่องโมเดล... และเรื่องของพรีมบ้างไหมล่ะครับ”
ห้องโดยสารกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบตัวถังรถราวกับจังหวะกลองรัว พรีมเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังเม้มปากแน่น เธอพยายามดึงกำแพงความเยือกเย็นของแพทย์สาวมือใหม่ขึ้นมาตั้งรับ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน
“คุณคิมก็แค่... สนุกกับการแกล้งฉัน” เสียงของพรีมเบาราวกับเสียงกระซิบ เจือความสั่นเครือเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “คุณรู้ว่าฉันแพ้ทางคนแบบคุณรู้ไหมคะ... คนที่ทำเป็นเล่นในเรื่องจริงจัง และทำเป็นจริงจังในเรื่องไร้สาระ”
คิมหันต์ถอนหายใจยาว มือที่วางอยู่บนพวงมาลัยรถคลายออกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตยีนaของตัวเองมาคลุมไหล่ให้หญิงสาวที่กำลังนั่งตัวลีบด้วยความหนาวจากแอร์รถยนต์ สัมผัสอุ่นๆ จากเนื้อผ้าที่เจือไออุ่นกายของเขาส่งผ่านเข้ามาจนพรีมเผลอหันกลับมามอง
“ผมไม่เคยสนุกเลยสักครั้ง... เวลาที่เห็นพรีมเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนี้” น้ำเสียงของคิมหันต์อ่อนลงจนน่าใจหาย แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนร่วมวัยจะมอบให้กัน “รู้ไหมครับว่าทำไมผมถึงเกลียดโรงพยาบาลเกลียดเข็มฉีดยาที่สุดในโลก?”
พรีมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับหัวข้อสนทนาที่กระโดดข้ามไปมา “ทำไมคะ...?”
“เพราะทุกครั้งที่ผมต้องไปเหยียบที่นั่น มันหมายความว่าพรีมกำลังทำงานหนักจนล้มป่วย หรือไม่ก็... กำลังร้องไห้อยู่หลังห้องพักแพทย์โดยที่ไม่มีใครเห็น” คิมหันต์หันมาสบตาตรงๆ แสงไฟนีออนจากท้องถนนที่สะท้อนผ่านกระจกเข้ามาขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาของสถาปนิกหนุ่มดูจริงจังและเปราะบางในเวลาเดียวกัน “ผมเกลียดความรู้สึกที่ทำได้แค่ยืนมองพรีมพยายามแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้ว... พรีมแค่อนญาตให้ตัวเองเหนื่อย แล้วหันมาพิงไหล่ผมบ้างก็ได้”
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจกำแพงน้ำแข็งที่พรีมพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา น้ำอุ่นๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาคู่สวย เธอไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ท่าทางกวนประสาท ชอบกวนโมโห และทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตของคิมหันต์ จะซ่อนสายตาที่เฝ้ามองและเข้าใจเธอทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้
“คุณคิม... คนบ้า” พรีมพึมพำเสียงสั่น หยดน้ำตาเม็ดหนึ่งไหลรินลงมาตามแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่
คิมหันต์นิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมมาเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนเกินคาดทำให้พรีมหลับตาลงรับสัมผัสRนอบน้อมนั้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีคำพูดล้อเล่น ไม่มีรอยยิ้มมุมปากกวนๆ มีเพียงความเงียบที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
“ร้องออกมาให้พอเลยครับ... วันนี้ผมอนุญาตให้ว่าที่คู่หมั้นงอแงได้เต็มที่เลย” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลระรินข้างหู ขณะที่รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากการติดสะสมของไฟแดงท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของคิมหันต์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับติดต่อกันถึงสามครั้ง—*“คุณแม่พรีม (คุณนก)”*—ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งหลุดออกจากภวังค์แห่งความเคลิบเคลิ้ม คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังจะกดรับ สายตาคมกริบหันกลับมาสบตากับพรีมที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
“รับสิครับ...” คิมหันต์ยิ้มมุมปากบางเบa ราวกับกำลังรอคอยความท้าทายครั้งใหม่ “ดูเหมือนว่าคุณแม่ยาย... จะรู้แล้วล่ะครับว่าลูกสาวคนสวยหนีมาติดฝนอยู่กับว่าที่ลูกเขยสถาปัตย์คนนี้”
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางไปกับความรักละมุนละไมของเด็กสถาปัตย์กับคุณหมอคนเก่งนะคะ!
สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง•ตอนที่ 8
ฝนตก รถติด และคนข้างๆ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับเร่งรัดของสถาปัตย์หน้ามึนกับคุณหมอปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!