แก้วกาแฟเอสเพรสโซช็อตที่สามในรอบสี่ชั่วโมงวางกระแทก7ลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีจนของเหลวสีดำเข้มกระฉलकเปื้อนขอบถ้วย คิรินมองมันด้วยสายตาว่างเปล่าพอๆ กับสภาพจิตใจของตัวเองในตอนนี้ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและประกายความเจ้าเล่ห์ บัดนี้มีรอยคล้ำชัดเจนใต้ตา เส้นเลือดฝอยในตาขาวปูดโปนจากการไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมงเต็ม นับตั้งแต่วินาทีที่หัวใจของเขา 'กระตุกวูบอย่างแรง' ในวินาทีที่สติทุกส่วนถูกแผดเผาด้วยความบ้าคลั่งและความเข้าใจผิด เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... โลกที่ไม่มีผู้หญิงปากเก่งคนนั้นอยู่ มันช่างเงียบเหงาและน่าหงุดหงิดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณคิรินครับ เอกสารสรุปยอดของไตรมาสนี้... เอえ คุณคิรินฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ"
เลขาหนุ่มผู้โชคร้ายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้านายหนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาเงียบๆ คิรินไม่ได้นอนมาสองคืน ซ้ำยังอาละวาดเผาพริกเผาเกลือไล่ตะเพิดทุกคนที่เข้าใกล้ห้องทำงาน ท่าทางของเขาตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจาก 'สุนัขป่าตัวผู้ที่บาดเจ็บและกำลังคลุ้มคลั่ง' หลังจากโดนเจ้าของใจร้ายทิ้งให้อยู่ลำพัง
"กองไว้ตรงนั้น..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เล็ดลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น "แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ ถ้าไม่ได้เรื่องที่ฉันสั่งให้ไปสืบ"
"ทะ... ทางเราพยายามตามหาคุณจินทุกทางแล้วครับ แต่เธอยกเลิกสัญญาเช่าห้องพักเดิมทันทีที่เกิดเรื่อง แถมยังปิดการติดต่อทุกช่องทาง เบอร์โทรศัพท์ บัญชีโซเชียลมีเดียถูกบล็อกหมด ทีมงานกำลังเช็คพิกัดจากสัญญาณจีพีเอสครั้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนเธอจงใจตัดวงจรทุกอย่างทิ้งครับ"
เพล้ง!
แก้วกาแฟราคาแพงระยับถูกปัดร่วงลงมากระแทกพื้นห้องทำงานหรูหราแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษเซรามิกและหยดกาแฟสีเข้มกระเด็นเปื้อนรองเท้าหนังราคาแพง แต่คิรินไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาสองข้างกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธปนความกังวลที่กัดกินขั้วหัวใจ
ให้ตายสิ! ยัยตัวแสบ... เธอเก่งนักนะ กล้าดียังไงถึงกล้าหายไปจากชีวิตเขาแบบนี้!
คำพูดร้ายกาจที่เขาเคยพ่นใส่เธอในคืนนั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยยิ้มหยัน แววตาดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และริมฝีปากบางเฉียบที่มักจะสรรหาคำพูดมาจิกกัดเขาให้เจ็บแสบอยู่เสมอดังก้องอยู่ในโสตประสาท ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนหายใจไม่ออก คิรินเพิ่งเข้าใจคำว่า 'กินไม่ได้นอนไม่หลับ' อย่างถ่องแท้ก็ในวันนี้ เมื่อกระเพาะอาหารมันต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่มีคนเอามาให้ เพราะในหัวของเขามีแต่ภาพใบหน้าหวานที่กำลังมองเขาด้วยความผิดหวัง
เขาเป็นคนผลักไสเธอเองกับมือ... แล้วตอนนี้เขามีสิทธิ์อะไรมานั่งคลุ้มคลั่งบ้าบออยู่แบบนี้วะ!
"ตามหาต่อ..." คิรินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาวาวโรจน์ด้วยความดุดัน "พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาให้เจอ ไปเช็คประวัติการเดินทาง บัตรเครดิต หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดทุกมุมเมือง ถ้าฉันไม่ได้เจอตัวเธอภายในวันนี้ พวกแกเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทได้เลย!"
ร่างสูงโปร่งสาวเท้าก้าวออกจากห้องทำงานด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด เขาควกุญแจรถซูเปอร์คาร์คู่ใจแล้วพุ่งตัวออกไปอย่างไร้จุดหมาย ปลายทางมีเพียงสิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในหัว... ต้องเจอเธอ ต้องอธิบาย และต้องกราบขอร้องให้เธอกลับมาต่อปากต่อคำกับเขาเหมือนเดิม จะให้เขาเป็น 'โบ้ผู้สิ้นท่า' ที่น่าสมเพชแค่ไหนเขาก็ยอม ขอแค่ได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดจากผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งก็พอ
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานไปตามท้องถนนยามค่ำคืนของเมืองกรุง คิรินขับรถวนหาตามสถานที่ที่จินเคยเอ่ยถึง ลานกว้างริมแม่น้ำ ร้านสะดวกซื้อใต้หอพักเก่า คาเฟ่เล็กๆ ที่เธอชอบแวะซื้อกาแฟก่อนไปมหาวิทยาลัย ทุกแห่งว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของผู้หญิงที่ชื่อจินเลยแม้แต่น้อย ความเหนื่อยล้าทางร่างกายเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ แต่ความกระวนกระวายใจกลับมีมากกว่าเป็นร้อยเท่า
เขาขับรถมาจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาต้องปั่นป่วน คิรินทิ้งตัวพิงเบาะหนังหลับตาลงอย่างอ่อนแรง มือหนายกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ เสียงลมหายใจร้อนผ่าวพรูออกมาจากริมฝีปากหยักลึก
ภาพเหตุการณ์วันแรกที่เธอเดินเข้ามาชนเขาจนกาแฟหกใส่สูทราคาแพงลอยเข้ามาในหัว รอยยิ้มเยาะหยันที่เธอมอบให้ในวันนั้น ช่างแตกต่างจากแววตาน้ำตาคลอเบ้าในคืนที่เขาทำร้ายจิตใจเธอเสียเหลือเกิน
"เธออยู่ไหนกันแน่... จิน" คิรินพึมพำกับความว่างเปล่าในรถคันหรู น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่ง บัดนี้เจือความสั่นเครือและความอ่อนล้าอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน
ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้และเหยียบคันเร่งกลับคฤหาสน์ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังเดินถือถุงพลาสติกใบเล็กออกจากร้านขายยาฝั่งตรงข้าม ร่างระหงในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ผมยาวที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยถูกปล่อยสยายคลุมไหล่ แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่ท่วงท่าการเดินที่เร่งรีบและไหล่ที่ห่อเล็กน้อยนั้น... ต่อให้หลับตาคิรินก็จำได้แม่นยำ
จิน!
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านไปทั่วร่าง คิรินผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวขายาวๆ วิ่งข้ามถนนไปโดยไม่สนใจเสียงแตรรถที่บีบเตือนด้วยความตกใจ เป้าหมายเดียวในสายตาตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นคนเดียวเท่านั้น
เสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้จินที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินสะดุ้งสุดตัว เธอยังไม่ทันได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อมือเรียวเล็กก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนถุงยาในมือเกือบหลุดร่วง แรงดึงนั้นเหวี่ยงร่างของเธอให้หมุนกลับไปปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอคุ้นเคยดีพุ่งปะทะจมูกทันที
"โอ๊ย! อะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" จินร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับใช้มืออีกข้างทุบเข้าที่อกอีกฝ่ายไม่ยั้ง "คนบ้าที่ไหนมาฉุด... ค... คิริน!"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโหยหาและอารมณ์อันคุกรุ่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอคุ้นเคยดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำและไรหนวดเคราที่เริ่มขึ้นครึ้มทำให้เขาดูดิบเถื่อนและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งที่ทำให้จินชะงักงันคือ 'แววตา' คู่นั้น... แววตาที่กำลังสั่นไหวและฉายชัดถึงความโล่งอกอย่างสุดซึ้ง ราวกับเด็กหลงทางที่เจอแม่แล้ว
คิรินไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาทั้งสองข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะกดศีรษะเล็กให้ซบลงกับลาดไหล่กว้างของตัวเองแน่น แรงกอดรัดนั้นแน่นหนาราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปในอากาศ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างกกหูสั่นเทาเล็กน้อย
"จับตัวได้แล้ว..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมใบหู เต็มไปด้วยความตัดพ้อและความคลั่งรักที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "เธอคิดจะหนีฉันไปให้พ้นหน้าจริงๆ ใช่ไหม... ยัยตัวแสบใจร้าย"
จินตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และใจร้ายในคืนก่อน บัดนี้เขากลับกลายร่างเป็น 'โบ้ผู้สิ้นท่า' ที่เกาะติดเธอแจราวกับลูกสุนัขถูกทิ้ง
ทว่า... ก่อนที่จินจะได้ทันอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือผลักไส ร่างสูงของคิรินก็สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ลมหายใจที่รดต้นคอเธอเริ่มติดขัด น้ำหนักตัวที่โถมเข้าใส่เธอกะทันหันทำให้จินต้องใช้สองมือโอบกอดแผ่นหลังเขาไว้โดยอัตโนมัติ
"คิริน...? เป็นอะไร..."
"ฉัน... เวียนหัว..." คิรินพึมพำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาซบพับกับไหล่ของเธออย่างหมดแรง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ และเมื่อจินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายนั้น เธอก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าเปลือกตาของเขาปิดสนิท ปราศจากสติโดยสิ้นเชิง
ท่ามกลางความตกใจสุดขีด สายตาของจินก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากมุมมืดของตรอกซอกซอยฝั่งตรงข้าม ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากกำลังยืนมองภาพพวกเขาทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการร้าย
รินรดา... ก้าวเข้ามาประชิดตัวพวกเขา พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้เลือดในกายของจินเย็นเฉียบ
"คิดเหรอว่าเกมนี้... มันจะจบลงง่ายๆ แบบนี้จ๊ะน้องสาว?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักความปากแข็งของเจ้าโบ้ตัวนี้ไปด้วยกันนะครับ!
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 25
โบ้ผู้สิ้นท่า
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!