สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของธนาที่แตะอยู่บนลาดไหล่บาง ไม่ได้ทำให้จินรู้สึกปลอดภัยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความอึดอัดจนเธอต้องขยับตัวถอยหลังอย่างแนบเนียน พร้อมกับปัดมือของอีกฝ่ายออกด้วยรอยยิ้มเจื่อนที่ฝืนทำขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์
ทว่า ทุกการเคลื่อนไหวและสายตาคู่นั้นกลับตกอยู่ในสายตาของคิรินที่ยืนมองอยู่หลังบานประตูอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่แผดเผaจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นจุล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการบดกรามแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"มีธุระอะไรก็พูดมาสิครับคุณธนา หรือว่า... แค่เดินผ่านมาแล้วบังเอิญอยากหาเรื่องใส่ตัวเล่น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที คิรินก้าวเท้าฉับๆ ออกมาจากห้องทำงาน ร่างสูงใหญ่ยืนขวางกั้นระหว่างธนากับจินไว้ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักหนา แต่ร่างกายกลับแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีวันยอมให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาแตะต้องผู้หญิงของเขาเด็ดขาด แม้แต่ปลายเล็บ
ธนายังคงรอยยิ้มยียวนไว้บนใบหน้า เขาไหล่งับอย่างไม่ยี่หระกับรังสีอำมหิตที่คิรินแผ่ออกมา
"ผมก็แค่ผ่านมาแถวนี้ แล้วบังเอิญเห็นคุณจินกำลังจะหอบกระเป๋าออกจากห้อง... เอ๊ะ หรือว่าโดนคุณไล่ออกมากันแน่ครับ คิริน? น่าสงสารจังนะครับ สุภาพบุรุษปากร้ายอย่างคุณ คงทำร้ายจิตใจผู้หญิงเก่งจนเขาอยู่ด้วยไม่ได้สินะ"
"เรื่องของผมกับแฟน... ไม่สิ คู่หมั้น... เอ๊ย คนรักของผม จะเป็นยังไง มันก็เรื่องภายในครับ ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างคุณต้องมาเสือก" คิรินสวนกลับทันควันด้วยประโยคที่รัวเร็วและคมกริบ ดวงตาสีเข้มตวัดมองธนาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหันขวับไปมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างๆ "ส่วนเธอ... จะยืนบื้ออยู่ทำไม เข้าห้องไปเดี๋ยวนี้!"
จินเงยหน้าขึ้นสบตาเขากลับทันที ความพยศในตัวถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเจอคำสั่งที่ไร้ความละมุนละไมนั้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เชิดหน้าขึ้นสู้โดยไม่เกรงกลัวรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณนะคิริน! แล้วฉันจะไปไหน จะอยู่หรือจะไป มันก็สิทธิ์ของฉัน ทำไม? กลัวว่าฉันไปแล้วจะไม่มีคนให้คุณคอยจิกหัวใช้หรือไง ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกินรังแตนขนาดนี้"
"จิน!" คิรินคำรามต่ำในลำคอด้วยความเหลืออด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กของเธอทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่เต็มไปด้วยความดุดันและอารมณ์ที่ปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ "อย่ามาท้าทายความอดทนของฉันนะ! คิดจะหนีไปไหน หืม? ข้าวของระเกะระกะพวกนี้... คิดเหรอว่าจะเดินออกไปจากชีวิตฉันได้ง่ายๆ"
"ปล่อยนะคนบ้า! เจ็บนะ!" จินนิหน้าด้วยความเจ็บใจ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยโทสะและ... ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น
ธนาที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "อุ๊ย ดูท่าทางคุณคิรินจะใช้วิธีรุนแรงกับผู้หญิงซะแล้ว แบบนี้ผมคงต้องพาคุณจินออกไปจากที่นี่แทนคุณแล้วล่ะมั้งครับ ขืนปล่อยไว้มีหวังได้ช้ำตายกันพอดี"
สิ้นคำพูดของธนา คิรินก็หันขวับไปมองคู่ปรับตัวฉกาจด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที มืออีกข้างที่ไม่ได้จับข้อมือจินไว้นั้นกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดเสียจนจินต้องรีบเอ่ยตัดบทก่อนที่เลือดจะตกยางออกตรงหน้า
"หยุดทั้งคู่เลยนะ!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด เธอสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของคิรินได้สำเร็จด้วยจังหวะที่เขาเผลอ ดวงตากลมโตมองหน้าผู้ชายทั้งสองคนสลับกันด้วยความเหนื่อยหน่าย "ฉันไม่ใช่สิ่งของของใครทั้งนั้น! ธนา... ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่ฉันกลับเองได้ กลับไปซะเถอะ"
ธนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วยักไหล่ "โอเคครับ ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... แต่จำไว้นะครับคุณจิน ประตูห้องของผมเปิดต้อนรับคุณเสมอ ถ้าที่นี่มันน่าอึดอัดนัก"
พูดจบ ธนาก็ปรายตามองคิรินด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยครั้งสุดท้าย ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินจากไปตามทางเดินอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ ทิ้งให้บรรยากาศหน้าห้องเดือดระอุยิ่งกว่าเก่า
ทันทีที่ลับร่างของธนา คิรินก็หันกลับมาหาจิน ดวงตาคมกริบฉายแววตัดพ้อและโกรธเกรี้ยวปะปนกันจนแยกไม่ออก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนจินต้องถอยหลังไปชนกับกำแพงห้องอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงไว้แน่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด
"ยังกล้าไล่สายตาตามมันอีกเหรอ?" คิรินเค้นเสียงถามชิดริมหิมฝีปาก สันจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะชนเข้ากับจมูกรั้นของเธออยู่รอมรอม "สนิทกันมากสินะ ถึงได้กล้าพาผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้เข้ามาเหยียบถึงหน้าห้องฉัน!"
"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณเล่า!" จินเชิดหน้าเถียงกลับแม้แผ่นหลังจะแนบชิดติดกำแพงหนa "ฉันจะคุยกับใคร จะไปไหน มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตฉันแบบนี้นะคิริน!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คิรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเซ็นอะไรลงไปบ้าง... สัญญาบ้าๆ ที่เธอเป็นคนวิ่งมาหาฉันเอง เพื่อแลกกับเงินก้อนโตเพื่อเอาไปใช้หนี้ให้ครอบครัวเธอไงล่ะจิน!"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงบนกลางใจของจิน ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เห็นน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
"ใช่... ฉันมันเห็นแก่เงิน ฉันมันคนไร้ค่าในสายตาคุณ!" จินตบะแตก น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามฝืนกลั้นไว้สุดชีวิต เธอยกมือขึ้นผลักอกกว้างของเขาเต็มแรง "ถ้าเกลียดฉันนัก ถ้าคิดว่าฉันเป็นแค่สินค้าที่ซื้อมาด้วยเงิน ทำไมไม่ปล่อยฉันไปล่ะ! จะมาตามราวี ยื้อฉันไว้ทำไมให้ทรมานกันทั้งสองฝ่าย!"
"เพราะฉันเกลียดเธอยังไงล่ะ!" คิรินตะคอกใส่หน้าเธอด้วยความโมโหจัด ความโกรธ ความหึงหวง และความกลัวที่จะสูญเสียผสมปนเปกันจนเขาควบคุมคำพูดตัวเองไม่ได้ "เกลียดรอยยิ้มของเธอ เกลียดความอวดดีของเธอ... และที่สำคัญที่สุด..."
เขาเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันในระยะประชิด
"...ฉันเกลียดตัวเองที่ดันเผลอใจ... มาหลงรักผู้หญิงปากร้ายอย่างเธอเข้าจนถอนตัวไม่ขึ้นต่างหากเล่า!"
จินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนหยิ่งทะนงอย่างคิริน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ และสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งแทนคำพูดนับร้อยพัน คิรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ริมฝีปากหยักจ่ออยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร จินหลับตาลงช้าๆ หัวใจยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อทลายกำแพงทิฐิทั้งหมดลง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคิรินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
คิรินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขายังคงไม่ยอมละสายตาจากริมฝีปากของจิน แต่เสียงเตือนนั้นกลับดังซ้ำขึ้นมาอีกครั้งติดๆ กันราวกับมีเรื่องเร่งด่วน
จินลืมตาขึ้น ชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาในกระเป๋าเสื้อของเขา และทันทีที่เห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อขึ้นมาทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออ่านข้อความนั้นชัดเจน...
*[รินรดา]: "คิรินคะ... คุณรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ แม่ของคุณ... อาการทรุดหนักลงอีกแล้ว ท่านเพิ่งฟื้นขึ้นมาและ... เรียกหาแต่ชื่อคุณคนเดียวค่ะ!"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ครับ
---
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 9
หนีไปให้พ้น
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!