แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงถูกกระแทกวางลงบนกระจกโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนกาแฟสีเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ แต่เจ้าของเรือนร่างสูงโปรดกลับไม่แยแสแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของคิรินกำลังจ้องมองเอกสารในมือสลับกับร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่แทบอยากจะระเบิด
"เธอพูดใหม่อีกทีซิ... เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบจนน่ากลัว แต่จินกลับไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวเชิดคางขึ้นรอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ นั่นคือเกราะป้องกันตัวที่เธอใช้มาตลอด และวันนี้เธอก็เลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาแทงใจดำคนตรงหน้าให้เจ็บแสบที่สุด
"ฉันบอกว่า... การที่ฉันจะไปกินข้าวหรือไปไหนมาไหนกับคุณธนา มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของฉันนะคะคุณคิริน" จินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สิทธิส่วนบุคคล' ให้ชัดถ้อยชัดคำ "เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันต้องรายงานทุกฝีก้าวด้วยล่ะคะ หรือว่า... คุณกลัวว่าฉันจะไปทำให้ภาพลักษณ์คาสิโนของคุณเสียหายกันแน่"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คิรินแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบความเกรี้ยวกราดไว้จนมิด ประכולประคองความเยือกเย็นไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ เมื่อภาพของจินที่นั่งหัวเราะอย่างมีความสุขกับธนา—คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขาอยู่ตลอดเวลา—ลอยเข้ามาในหัว
"ภาพลักษณ์คาสิโนเหรอ?" คิรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็วจนจินต้องผถะถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารโดยอัตโนมัติ "เธอคิดว่าฉันเดือดร้อนเรื่องคาสิโนงั้นเหรอ จิน... อย่าสำคัญตัวผิดให้มันมากนักเลย เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่บังเอิญเข้ามาพัวพันในเกมของฉัน ถ้าอยากจะไปเที่ยวเล่นกับไอ้ธนาจนตัวสั่นนัก ก็เชิญ! อยากจะเอาตัวไปเร่ขายให้มันแค่ไหนก็ตามใจเธอเลย!"
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มสากดังสนั่นห้องทำงานกว้าง สติที่ขาดผึ่งของคิรินทำให้เขาหยุดชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ แต่นัยน์ตากลับไม่ได้มีความเจ็บปวดจากรอยฝ่ามือเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความร้าวรานและความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนขึ้นมาจนหน้ามืด
จินหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ฝ่ามือที่ใช้ตบสั่นเทาด้วยความโกรธและความเสียใจ น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตากลมโตแต่เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้มันไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
"ใช่! ฉันมันก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัว..." จินเค้นเสียงพูดออกมาราวกับคนใกล้ขาดใจ หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบจนแทบแหลกสลายกับคำดูถูกเหยียดหยาม "ในเมื่อคุณมองฉันต่ำเรี่ยดินขนาดนี้แล้ว จะรั้งฉันไว้ทำไมล่ะคะ! ปล่อยฉันไปสิ! ปล่อยให้ฉันไปอยู่กับคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวฉันดีกว่าจะต้องมาทนฟังคำพูดทุเรศๆ จากปากคุณ!"
"คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ!" คิรินคำรามลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นด้วยความโมโหจนจินนิ้วหน้าด้วยความเจ็บ "เธอเซ็นสัญญาแล้วจิน! เธอเป็นของฉัน! ต่อให้เธออยากจะดิ้นรนไปซุกอกไอ้หน้าไหน ฉันก็จะลากคอเธอกลับมาขังไว้ที่นี่ ดึงเธอลงมาอยู่ในนรกขุมเดียวกันกับฉันนี่แหละ!"
"คุณมันบ้า... คุณมันคนเห็นแก่ตัว!" จินพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิดเพื่อสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงของผู้ชายร่างสูงใหญ่มีมากกว่ามหาศาล ยิ่งเธอดิ้น คิรินก็ยิ่งออกแรงรั้งเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง
ความใกล้ชิดที่ควรจะทำให้ใจเต้นระรัว กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและคุกกรุ่นด้วยไฟโทสะ นัยน์ตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ในแววตาของคิรินมีความคลั่งไคล้ปะปนกับความหึงหวงจนน่ากลัว ขณะที่ในแววตาของจินมีแต่ความผิดหวังและหยาดน้ำตาที่เริ่มรินไหลลงมาอาบแก้ม
"ใช่ ฉันมันบ้า..." คิรินกระซิบชิดริมหริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดร่องแก้มเนียน "เพราะฉะนั้นจำใส่สมองไว้ซะ ว่าอย่าท้าทายความอดทนของฉันอีก..."
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลงชั่วขณะ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง รินรดาก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ เธอกวาดสายตามองภาพที่พระ-นางยืนแนบชิดกันด้วยความตกใจระคนยินดี
"อุ๊ย... ดิฉันรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณคิรินกับคุณจินหรือเปล่าคะเนี่ย" รินรดายกมือขึ้นทาบอก แสร้งทำเป็นตกอกตกใจ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าจงใจเข้ามาขัดจังหวะ
คิรินขบกรามแน่น ค่อยๆ คลายมือออกจากต้นแขนของจินอย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นที่เข้ามาในจังหวะนรกแบบนี้ ส่วนจินใช้จังหวะที่ความเป็นอิสระกลับคืนมา สะบัดตัวถอยหลังห่างจากคิรินทันที หญิงสาวปาดน้ำตาลวกๆ ด้วยความหยิ่งทะนง ไม่อยากให้ผู้หญิงอย่างรินรดาเห็นความอ่อนแอของเธอ
"เธอมาทำไมที่นี่ รินรดา" คิรินถามเสียงห้วนจัด นัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองผู้หญิงที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด
"รินเอาเอกสารโครงการใหม่มาให้คุณคิรินเซ็นค่ะ..." รินรดายกแฟ้มขึ้นระดับอก เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางเย้ายวน "แต่ดูเหมือนว่า... รินจะมาผิดเวลาสินะคะ ดูท่าทางคุณจินเองก็คงจะมีเรื่องต้องเคลียร์กับคุณคิรินอีกยาวเลย งั้นรินรอข้างนอก..."
"ไม่ต้อง!" จินสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงที่สั่นเครือเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว เธอเชิดหน้าขึ้น สูสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความเข้มแข็งทั้งหมดกลับคืนมา "ในเมื่อคุณคิรินเขามีแขกคนสำคัญมาหาแล้ว ฉันก็ไม่รบกวนเวลา 'ส่วนตัว' ของพวกคุณหรอกค่ะ เชิญตามสบายนะคะ"
พูดจบร่างบางก็หันหลังเดินจ้ำอ้า-วพุ่งตรงไปยังประตูทางออกทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเสี้ยวหน้าของคิรินอีกเลย
"จิน!" คิรินตะโกนเรียกเสียงดังลั่น ขายาวเตรียมจะก้าวตามออกไป แต่รินรดากลับเอื้อมมือมาคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน
"ปล่อย!" คิรินสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี นัยน์ตาวาวโรจน์จนรินรดาผถะถอยหลังด้วยความตกใจ
"คุณคิรินคะ... คือว่าเรื่องที่รินจะคุย มันเรื่องด่วนเกี่ยวกับอนาคตของโปรเจกต์ใหญ่..." รินรดาพยายามดึงรั้งความสนใจของเขาไว้
แต่คิรินไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น เขาก้าวฉับๆ ออกจากโต๊ะทำงานเพื่อจะตามจินให้ทัน ภาพของร่างบางที่เดินหนีไปพร้อมกับคราบน้ำตาทำให้ใจเขาหล่นวูบ ราวกับว่าถ้าปล่อยให้เธอเดินออกไปในตอนนี้... เขาอาจจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีกเลย
ทว่า เมื่อคิรินเปิดประตูห้องทำงานออกไป ความตั้งใจทั้งหมดก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อร่างของจินที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ กำลังยืนนิ่งงันอยู่ตรงหน้า โดยมีร่างสูงของ 'ธนา' คู่ปรับตัวฉกาจยืนยิ้มกริ่มพรางโอบไหล่บางเอาไว้อย่างสนิทสนมต่อหน้าต่อตาเขา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 8
รอยร้าวเริ่มต้น
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!