"พูดจบหรือยังครับคุณรินรดา ถ้าหมดธุระแล้ว เชิญครับ ประตูห้องทำงานผมไม่ได้ล็อก"
น้ำเสียงของคิรินราบเรียบ ไร้เยื่อใย และเต็มไปด้วยความรำคาญอย่างถึงที่สุด แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างจิน ซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมแฟเอกสารในมือ... ประโยคเมื่อครู่กลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนที่กรีดลงบนกลางใจ
ร่างบางชะงักกึก ปลายเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งสนิท ดวงตากลมโตไหวระริกยามกวาดมองภาพเบื้องหน้า รินรดากำลังยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของเขาเกินความจำเป็น มือเรียวของอดีตคู่หมั้นสาวคนนั้นแตะอยู่บนปกเสื้อสูทของคิรินอย่างจงใจสร้างภาพความสนิทสนม และที่สำคัญที่สุด... คิรินไม่ได้ปัดป้อง
จินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มันไม่ใช่ความหึงหวงแบบเด็กๆ แต่มันคือความ "เสียความรู้สึก" อย่างรุนแรงจนจุกอก คำพูดหวานหูที่เขาเคยกระซิบข้างกาย การกระทำที่แสดงออกว่าปกป้องเธอก่อนหน้านี้... มันเป็นเพียงแค่เกมแก้เบื่อของทายาทมหาเศรษฐีอย่างเขาจริง ๆสินะ
"จิน..."
คิรินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อหันไปเห็นร่างบางที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงธรณีประตู รังสีความเย็นชาที่เขาเคยใช้ไล่รินรดาก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบปัดมือของรินรดาออกทันทีราวกับโดนของร้อน ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้าหาจิน
"คุณ... เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เคาะห้อง" คิรินเอ่ยเสียงเข้มโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวยามเขารู้สึกร้อนรน แต่ในสถานการณ์นี้ มันกลับฟังดูเหมือนการแก้ตัวและตำหนิเธอในเวลาเดียวกัน
จินไม่ตอบ เธอยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยมองตรงไปที่เขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้ก้นบึ้ง ไม่มีน้ำตาไหลรินออกมาสักหยด ไม่มีเสียงกรีดร้องโวยวาย หรือแม้แต่คำถามคาดคั้นใดๆ ทั้งสิ้น ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอน่ากลัวและบีบคั้นหัวใจคนมองยิ่งกว่าระเบิดลงเสียอีก
"จิน ผมถามว่าได้ยินไหม" คิรินขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือหมายจะคว้าข้อมือเล็กมาจับเพื่ออธิบาย แต่จินกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง ปฏิกิริยานั้นทำให้หัวใจของคิรินกระตุกวูบ
"ไม่ต้องอธิบายหครับ... เอ๊ย... ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ" จินเกือบเผลอหลุดคำพูดที่เคยชิน แต่เธอแก้คำพูดในใจทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และห่างเหินจนน่าใจหาย "ฉันแค่นเอาเอกสารงบประมาณรอบสุดท้ายมาวางไว้ให้ ตามหน้าที่... ไม่มีอะไรเกินเลยกว่านั้นค่ะ"
"จิน หยุดทำน้ำเสียงแบบนี้ใส่ผมเดี๋ยวนี้" คิรินเริ่มหัวเสียเมื่อเห็นกำแพงความเย็นชาที่เธอก่อขึ้นมาขวางกั้น เขารู้จักจินดี ยัยนี่เวลาโกรธมักจะเถียงฉอดๆ ปากเก่งจนเขาปวดหัว แต่วันนี้... เธอกลับเลือกที่จะ "เงียบ" และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่เขากลัวที่สุด
"ฉันมีหน้าที่แค่ส่งงานค่ะท่านประธาน ส่วนเรื่องส่วนตัวของคุณกับ... คุณรินรดา ฉันไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย และไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย"
คำว่า 'ไม่ได้สนใจ' พ่นออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราとผิวน้ำในบึงไร้แรงกระเพื่อม แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนคิรินต้องขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดเคือง เขาเกลียดรอยยิ้มสุภาพแบบปลอมๆ และแววตาห่างเหินคู่นั้นของเธอเป็นที่สุด
รินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างได้ใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"อ้าว น้องจินเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วค่ะ รินแค่มาคุยเรื่องงานเก่ากับคุณคิรินเฉยๆ เอง อย่าถือสาเลยนะคะ น้องจินคงไม่คิดมากหรอกเนอะ... คนกันเองทั้งนั้น"
คำว่า 'คนกันเอง' จากปากรินรดาทำหน้าที่เหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ แม้จินจะพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจคำพูดของผู้หญิงคนนี้ แต่ความจริงที่ว่าคิรินปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และยืนใกล้ชิดกันในยามที่เธอไม่อยู่ มันก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีแล้วว่า สถานะของเธอกับเขาก็เป็นแค่ "ลูกจ้าง" กับ "นายจ้าง" ตามพินัยกรรมบ้าๆ นั่นเท่านั้น
จินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะใกล้ที่สุดอย่างไร้เสียง ก่อนจะโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาท
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ"
พูดจบ จินก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่รอฟังคำปฏิเสธจากปากเขาแม้แต่ครึ่งคำ ร่างบางก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคง แม้ว่าภายในใจจะแหลกสลายจนแทบไม่มีชิ้นดี
"จิน! กลับมาก่อน!" คิรินตะโกนไล่หลังเสียงดังลั่นห้องทำงาน ก้าวเท้าพรวดพราดจะวิ่งตามไปกระชากแขนเธอให้กลับมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง แต่รินรดากลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาอีกครั้ง
"คุณคิรินคะ รินยังคุยเรื่องโปรเจกต์...!"
"ปล่อย!" คิรินสะบัดแขนออกอย่างแรงจนรินรดาเซถอยหลังไปหลายก้าว แววตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล "อย่ามาแตะต้องตัวผม ไสหัวออกไปจากห้องผมซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่คุณออกทั้งบริษัท!"
รินรดาหน้าเสีย เธอกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคืองปนอับอาย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมที่ดุดันราวกับซาตานหลุดออกมาจากขุมนรก เธอจึงจำต้องยอมหิ้วกระเป๋าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องอย่างจำใจ
ทันทีที่ประตูปิดลง คิรินไม่รอช้า เขารีบสาวเท้ายาวๆ ออกไปที่หน้าห้องทำงานเพื่อตามตัวจินให้ทัน แต่ทว่า... บริเวณหน้าห้องโถงกว้างกลับว่างเปล่า มีเพียงความเงียบงันและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยอบอวล
"เวรเอ๊ย!" คิรินสบถออกมาเสียงดังลั่นอย่างหัวเสีย มือหนาเสยผมทรงคอมมานด์ของตัวเองจนยุ่งเหยิง ความรู้สึกร้อนรนตีรวนขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเลขาส่วนตัวทันที
(ค่ะ ท่านประธาน?) ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"จิน... จินลงไปจากตึกหรือยัง!"
(เอ่อ... คุณจินเหรอคะ? เมื่อกี้ดิฉันเห็นเธอเดินลงลิฟต์พิเศษลงไปที่ชั้นจอดรถครับ หน้าตาเธอดู... ค่อนข้างแย่มากเลยค่ะ เหมือนคนกำลังจะร้องไห้...)
คำว่า *'เหมือนคนกำลังจะร้องไห้'* กระแทกเข้ากลางหน้าอกของคิรินอย่างจัง ภาพดวงตากลมโตที่พยายามกลั้นหยาดน้ำใสๆ ไม่ให้ไหลออกมาในวินาทีที่อยู่ในห้องทำงานฉายซ้ำเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ยิ่งตอกย้ำความโง่เง่าของตัวเองที่ปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลาย
คิรินไม่รอฟังคำรายงานใดๆ ต่อ เขากดตัดสายทิ้งทันที ขายาวรีบก้าววิ่งไปที่ลิฟต์สำรองเพื่อดิ่งลงไปลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว หัวใจของทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าถ้าเขาตามเธอไม่ทันในตอนนี้ เขาอาจจะสูญเสียผู้หญิงปากเก่งคนนี้ไปตลอดกาล
ประตูลิฟต์เปิดออกเสียงดัง *'ติ๊ง'* คิรินก้าวพรวดพราดออกมายังลานจอดรถกว้าง สายตากวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับร่างบางของจินที่กำลังจะเปิดประตูรถยนต์สีขาวคันเล็กของเธอ
"จิน! หยุดอยู่ตรงนั้น!" เขาตะโกนเรียกเสียงดังลั่นลานจอดรถ
จินชะงักมือที่กำลังจับที่จับประตูรถ เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที แต่แทนที่จะหันกลับมาฟังคำอธิบาย ร่างบางกลับรีบเปิดประตูแล้วมุดตัวเข้าไปนั่งข้างในอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงล็อกประตูรถดัง *'คลิก'* ทันที
"จิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" คิรินพุ่งเข้าไปประชิดตัวรถ มือหนากระชากที่จับประตูแต่ก็พบว่ามันถูกล็อกสนิท เขาเริ่มทุบกระจกเบาๆ ด้วยความร้อนรน "อย่าดื้อ! เปิดประตูให้ผมคุยกันก่อน!"
ภายในรถ จินนั่งตัวสั่นเทาอยู่หลังพวงมาลัย หยาดน้ำใสที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอดทาง ไหลทะลักลงมาอาบสองแก้มเนียนอย่างเงียบงัน... น้ำตาหยดแรกที่ร่วงหล่นลงหลังมือ เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่า กำแพงความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่าแล้ว
จินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับเสียงสะื้น เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ข้างรถผ่านกระจกใส แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเหนื่อยล้าและความผิดหวังที่ฉายชัด
เธอเหยียบคันเร่งเตรียมจะถอยรถออกจากช่องจอด โดยไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกชื่อเธออย่างบ้าคลั่งของคิรินอีกต่อไป
แต่ในจังหวะที่ล้อรถกำลังจะหมุนเคลื่อนตัวออกจากซองนั้นเอง ไฟหน้ารถสปอร์ตคันหรูสีดำสนิทคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดขวางทางออกของเธอไว้อย่างกะทันหัน จนจินต้องเหยียบเบรกตัวโก่ง
กระจกฝั่งคนขับของรถคันที่เข้ามาใหม่ค่อยๆ เลื่อนลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคาย รอยยิ้มมุมปากอันตราย และสายตาคู่คมที่จ้องมองมาที่เธอด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้จินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"จะรีบไปไหนล่ะครับคนสวย... ยังไม่ทันได้เคลียร์บัญชีเก่ากันเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ทำให้ทั้งจินและคิรินที่กำลังวิ่งเข้ามาถึงตัวรถต้องชะงักกึกพร้อมกัน เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่จอดรถแห่งนี้
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดและคลั่งรักของคิรินและจินในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 21
น้ำตาหยดแรก
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!