เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวข้างนอก เปรียบเสมือนเสียงเตือนภัยจากธรรมชาติที่กำลังเยาะเย้ยความเปราะบางในจิตใจของคนทั้งคู่ แสงไฟนีอオンในห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรูดับวูบลงกะทันหัน เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าจอโทรทัศน์ที่สะท้อนเงาร่างสองร่างบนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังแข่งกับเม็ดฝนที่สาดซัดกระทบกระจกบานยักษ์
"ถ้าคิดจะถอย ก็ถอยไปตอนนี้ซะ... จิน"
เสียงทุ้มต่ำของคิรินลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังพยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบของตัวเอง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังบางของหญิงสาวแนบติดไปกับพนักโซฟา ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอระหงจนขนลุกเกรียว
จินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอไม่ได้กลัวความมืด และไม่ได้กลัวพายุข้างนอกนั้น... สิ่งเดียวที่เธอกำลังหวาดหวั่น คือผู้ชายตรงหน้าที่ดูอันตรายเสียยิ่งกว่ากระแสไฟฟ้าแรงสูง
"ฉันไม่ได้อยากถอย... แต่คุณต่างหากที่กำลังล้ำเส้น" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่เป็นใจ ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์คุกกรุ่น "บอกแล้วไงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมคุณถึงชอบทำเหมือน..."
"เหมือนอะไร?" คิรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอด "เหมือนคนหึงหวงเหรอ? เหมือนคนคลั่งรักจนแทบจะบ้าเวลาเห็นเธอไปยืนใกล้ไอ้ผู้ชายคนอื่นหรือไง!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง จินเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเย็นชาใส่เธอเสมอ แต่ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอก
คิรินไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะเบาๆ ร่างกายของเขาทาบทับลงมาจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งทำให้สติของจินกระเจิดกระเจิง เธอรับรู้ได้ถึงแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด
"คิริน... ปล่อยนะ" เธอพยายามออกแรงขัดขืนเล็กน้อย แต่กลับไร้ผลเมื่อเจอแรงอารมณ์ที่โถมทับเข้ามา
"ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะเลิกทำเป็นไม่รู้สักทีว่าฉันรู้สึกยังไง" คิรินกระซิบชิดริมฝีปากบาง สายตาของเขาไล่มองตั้งแต่หน้าผากมน ไล่ลงมาที่ดวงตาคู่สวย สิ้นสุดที่ริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างคนตกใจ
ความใกล้ชิดที่แนบ ริมฝีปากที่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร และบรรยากาศที่เร่าร้อนในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ ทำให้ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดหมุน สติสัมปชัญญะที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา คิรินโน้มใบหน้าลงมาอย่างช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ แต่จินกลับทำได้เพียงหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นแหวกเสียงพายุฝน ทำเอาทั้งสองสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต คิรินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความหงุดหงิดขีดสุดในเสี้ยววินาที
จินใช้จังหวะนั้นผลักอกแกร่งออกเบาๆ แล้วรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความเสียดายลึกๆ ใครกันที่บังaาญมาขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้
คิรินสบถออกมาอย่างหัวเสีย ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยใบหน้าบึ้งตึง ปรับลมหายใจให้เป็นปกติก่อนจะเดินสาวเท้าไปยังประตูหน้าด้วยความหงุดหงิด เขากระชากประตูเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เตรียมจะเอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้พ้นทาง
ทว่า... ร่างเพรียวระหงที่ยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งมาให้ กลับทำให้คิรินต้องชะงักค้างไปทันที
"สวัสดีค่ะคุณคิริน... รินเองนะคะ พอดีรินผ่านมาแถวนี้แล้วรถเสีย ขอเข้าไปหลบฝนหน่อยได้ไหมคะ?"
รินรดาก้าวล้ำเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ดวงตาคู่คมกวาดมองไปในความมืดของห้องนั่งเล่น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของจินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มที่มุมปากของอดีตคู่หมั้นสาวฉายแววเจ้าเล่ห์และเต็มไปด้วยแผนการบางอย่างที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่พายุโหมกระหน่ำในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 6
คืนที่ลมพายุพัดผ่าน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธสัญญาป่วนหัวใจนายตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!